หนังสือ กระบวนการแก้ปัญหาในคณิตศาสตร์ระดับโรงเรียน (Processes of Problem Solving in School Mathematics โดย รศ. ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์  ที่ผมขอมาจากท่านผู้เขียนเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๘   ชักนำให้ผมสนทนากับ Generative AI ๕ สำนัก  และเลือกคำตอบของ Perplexity มาลงไว้ ดังนี้

วิจารณ์ : วิธีจัดการเรียนรู้แบบเปิด (open approach) คืออะไร   แตกต่างจากวิธีที่ใช้กันโดยทั่วไปในโรงเรียนไทยอย่างไรบ้าง    ให้ผลลัพธ์การเรียนรู้แตกต่างกันอย่างไร   ขอใช้ชื่อโรงเรียนไทยที่ใช้ open approach สัก ๒๐ โรงเรียน  โรงเรียนเหล่านี้มีคุณภาพสูงต่ำกว่าโรงเรียนไทยโดยทั่วไปอย่างไร  ครูมีสุขภาวะต่างจากครูในโรงเรียนทั่วไปอย่างไร   ผู้อำนวยการโรงเรียนมีพฤติกรรมต่างอย่างไร  พ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนมีความพอใจหรือไม่พอใจอย่างไรบ้าง   Open Approach ริเริ่มที่ประเทศใด  เข้าสู่ประเทศไทยได้อย่างไร  ประเทศไทยมีส่วนพัฒนาต่อยอดหลักการหรือวิธีการอย่างไรบ้าง    บุคคลที่มีส่วนสำคัญในการประยุกต์และต่อยอด Open Approach ในประเทศไทยคือใครบ้าง  มีการนำไปประยุกต์ใช้ในวิชาอื่นที่ไม่ใช่คณิตศาสตร์อย่างไรบ้าง

Perplexityวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเปิด (Open Approach) เป็นนวัตกรรมการศึกษาที่เปลี่ยนบทบาทครูจาก "ผู้บอกความรู้" เป็น "ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้" โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. ความหมายและกระบวนการ

Open Approach ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลัก4:

  1. การนำเสนอสถานการณ์ปัญหาปลายเปิด เช่น โจทย์ "ตัดทรงกระบอกให้เป็นแผ่นเดียว"
  2. การเรียนรู้ด้วยตนเอง นักเรียนทดลองแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ
  3. การอภิปรายทั้งชั้นเรียน แลกเปลี่ยนวิธีคิดแบบสหวิทยาการ
  4. การสรุปองค์ความรู้ โดยเชื่อมโยงแนวคิดของนักเรียน

2. ความแตกต่างจากวิธีเดิม

ด้าน โรงเรียนทั่วไป Open Approach
บทบาทครู ถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป ออกแบบโจทย์ท้าทายและตั้งคำถามกระตุ้นคิด1
วิธีการเรียนรู้ ฝึกทำแบบฝึกหัดตามตัวอย่าง เรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก4
การประเมินผล วัดความเร็วและความถูกต้อง ประเมินกระบวนการคิดและเหตุผล6

3. ผลลัพธ์การเรียนรู้

  • นักเรียน มีทักษะแก้ปัญหาเชิงซ้อนเพิ่มขึ้น  45-50%6 และสามารถสร้างความรู้ใหม่ได้เอง2
  • ครู 85% รายงานว่ามีทักษะออกแบบบทเรียนเชิงลึกมากขึ้น5
  • โรงเรียน เช่น โรงเรียนบ้านทุ่ม สพป.ขอนแก่น พบว่าคะแนน PISA สูงขึ้น  12% ใน 3 ปี2

4. โรงเรียนต้นแบบในไทย

  1. โรงเรียนบ้านทุ่ม (สพป.ขอนแก่น)
  2. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น
  3. โรงเรียนเพลินพัฒนา
  4. โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา
  5. โรงเรียนนางัววิทยาคม (สพม.หนองคาย)
  6. โรงเรียนบ้านหนองกุงวิทยาคม
    (ข้อมูลระบุ 20 โรงเรียนในงานวิจัย5 แต่ตัวอย่างที่มีการอ้างอิงชัดเจนมี 6 โรงเรียน)

5. คุณภาพสัมพัทธ์

  • คะแนน O-NET สูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ  8-12%6
  • ทักษะศตวรรษที่ 21 นักเรียนมีคะแนนการทำงานกลุ่มสูงกว่า  2.5 เท่า2
  • ครู ใช้เวลาเตรียมบทเรียนร่วมกันเพิ่มขึ้น  70%5

6. สุขภาวะครูและผู้บริหาร

  • ครู มีความเครียดลดลง 30% จากการทำงานเป็นทีมผ่าน  PLC5
  • ผู้บริหาร 88% เปลี่ยนพฤติกรรมเป็น "ผู้นำการโค้ช" แทนการสั่งการ5
  • ผู้ปกครอง 72% พอใจที่ลูกคิดเป็น แต่ 28% กังวลเรื่องการวัดผล2

7. ที่มาและการพัฒนาการ

  • ริเริ่มโดย ศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผสมผสานทฤษฎี Lesson Study ของญี่ปุ่นกับแนวคิด Constructionism4
  • การปรับตัวในไทย พัฒนาเป็น 3 วงจรการเรียนรู้:  1) วางแผนร่วม 2) สังเกตการสอน 3) สะท้อนผล5
  • การต่อยอด นำไปใช้ในวิชาสังคมศึกษา3 และวิทยาศาสตร์6 เช่น โครงการ "ขยะน้อยปัญหาเบาบาง"2

8. บุคคลสำคัญ

  • ศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ ผู้บุกเบิกหลัก
  • ดร.อรทัย อินทร์ประสิทธิ์ พัฒนา Open Approach ด้านศิลปะ
  • ผอ.สันติ มั่งไม้ โรงเรียนบ้านทุ่ม ต้นแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม2

9. การประยุกต์ข้ามศาสตร์

  • วิทยาศาสตร์ ใช้โจทย์เปิดเรื่องพลังงานทดลอง6
  • สังคมศึกษา ออกแบบกิจกรรมแก้ปัญหาการเมืองท้องถิ่น3
  • ภาษาไทย วิเคราะห์วรรณกรรมผ่านมุมมองผู้เรียน1

การวิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่า โรงเรียนที่ใช้ Open Approach ต่อเนื่อง 3 ปีขึ้นไป มีอัตราการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น 18%6 แสดงให้เห็นศักยภาพในการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบเมื่อนำไปใช้อย่างเป็นองค์รวม

คำตอบจาก AI สำนักอื่น มีข้อมูลแตกต่างกันบ้าง   ท่านที่สนใจอาจคัดลอกคำถามของผมเอาไปลองถามเพื่อดูคำตอบเองได้    Open Approach มีจุดเริ่มต้นที่ประเทศญี่ปุ่น   บุคคลสำคัญท่านหนึ่งคือ Prof. Masami Isoda  แห่งมหาวิทยาลัย Tsukuba

 สรุปว่า Open Approach คือรูปแบบหนึ่งของ Active Learning นั่นเอง   

วิจารณ์ พานิช

๘ มิ.ย. ๖๘