เคยสงสัยไหมว่าเวลาผู้หญิงมองหน้าผู้ชาย อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาเป็นอันดับแรก? งานวิจัยชิ้นใหม่ได้ให้คำตอบที่น่าสนใจว่า สิ่งที่สะดุดตาผู้หญิงมากที่สุดไม่ใช่แค่ภาพรวมของใบหน้าหรือความประทับใจแรกเห็น แต่เป็น 3 ส่วนสำคัญที่เด่นชัด ได้แก่ ริมฝีปาก กรอบกราม และโหนกแก้ม งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Journal of Experimental Social Psychology ตั้งแต่ปี 2552 และกลายเป็นประเด็นที่สื่อทั่วโลกให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น YourTango หรือ ScienceDaily (YourTango; ScienceDaily)
ในสังคมไทยที่ค่านิยมความงามได้รับอิทธิพลจากทั้งความเชื่อดั้งเดิมและเทรนด์สมัยใหม่ การทำความเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังเสน่ห์ดึงดูดใจจึงมีประโยชน์ทั้งในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัวและในวงสนทนาทางวัฒนธรรมที่กว้างขึ้น ภาพลักษณ์ความหล่อสวยในแบบไทยๆ มักให้ความสำคัญกับความสมดุลของใบหน้าและผิวพรรณที่ดี ขณะที่กระแสนิยมปัจจุบันก็หันมาเน้นกรอบกรามที่คมชัดและโหนกแก้มที่โดดเด่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคนี้ รวมถึงเหล่าคนดัง ต่างก็ให้ความสำคัญกันอยู่แล้ว
วิธีการวิจัย: แยกเสน่ห์ทางเพศออกจากความงามโดยรวม
งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 50 คน โดยให้ดูภาพถ่ายใบหน้าของผู้ชายและผู้หญิง แล้วประเมินความเหมาะสมในการเป็นคนรู้ใจ (เพื่อวัดแรงดึงดูดทางเพศ) หรือการเป็นเพื่อนร่วมงานในห้องปฏิบัติการ (เพื่อวัดความน่าไว้วางใจและองค์ประกอบความงามอื่นๆ) นอกจากนี้ นักวิจัยยังได้นำภาพใบหน้าบางส่วนมาแบ่งครึ่งในแนวนอนเพื่อตัดการรับรู้ภาพรวมของใบหน้า แล้วให้ผู้เข้าร่วมประเมินเปรียบเทียบระหว่างภาพเต็มใบหน้ากับภาพที่ถูกแบ่ง (ScienceDaily) โดยมีเป้าหมายเพื่อแยกการประเมินความงามที่มองแบบเจาะจงเฉพาะส่วนออกจากการมองภาพรวม
ผลสรุป: ผู้หญิงประเมินความดึงดูดใจเป็นสองระดับ
ผลการศึกษาพบว่า เมื่อต้องประเมินเสน่ห์ดึงดูดทางเพศ ผู้หญิงจะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับโหนกแก้ม กรอบกราม และริมฝีปาก ซึ่งล้วนเป็นลักษณะที่สื่อถึงความเป็นชายและสุขภาพที่ดี ในขณะที่การประเมินใบหน้าโดยรวมจะให้น้ำหนักกับความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมสำหรับความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เชิงชู้สาวมากกว่า นอกจากนี้ เมื่อผู้หญิงเห็นเพียงใบหน้าที่ถูกแบ่งครึ่ง ความสำคัญของลักษณะเด่นอย่างกรอบกรามและริมฝีปากก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ซึ่งหมายความว่าเมื่อมองเห็นใบหน้าเพียงบางส่วน จุดเด่นเหล่านี้กลับมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากขึ้น
หัวหน้านักวิจัยด้านจิตวิทยาจากสถาบันเพนน์สเตต กล่าวว่า “เราค้นพบว่าผู้หญิงมองความดึงดูดของใบหน้าผู้ชายเป็นสองระดับ คือมองในเชิงเสน่ห์ทางเพศที่เน้นลักษณะเด่นบนใบหน้า เช่น กราม โหนกแก้ม และริมฝีปาก กับอีกระดับคือมองความงามในภาพรวม” พร้อมเสริมว่า “การแบ่งภาพใบหน้าออกเป็นสองส่วนยิ่งกระตุ้นให้ผู้หญิงประเมินโดยใช้เกณฑ์ทางเพศมากขึ้น งานวิจัยนี้จึงช่วยยืนยันว่าการประเมินทั้งสองแบบนี้แยกจากกันจริง” (ScienceDaily)
สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยและเทรนด์ความงาม
กลยุทธ์การประเมินที่แยกระหว่างความรู้สึกโรแมนติกกับความน่าไว้วางใจนี้ ไม่เพียงสะท้อนกระแสในโลกตะวันตก แต่ยังรวมถึงในเอเชียและวิธีคิดของคนไทยที่มักแยกความมั่นใจหรือ “ลุคดี” ออกจากเสน่ห์ดึงดูดทางกายภาพ วัฒนธรรมสื่อและดาราไทยก็ตอกย้ำเสน่ห์ของใบหน้าที่คมคาย กรอบกรามชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่ม และโหนกแก้มเด่นชัดอยู่เสมอ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นที่นิยม แต่ยังถูกมองว่าสื่อถึงสุขภาพ ความมั่นใจ และสถานะทางสังคม ซึ่งเป็นค่านิยมที่พบเห็นได้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในสังคมไทย (Wikipedia - ความดึงดูดทางกายภาพ)
มุมมองทางชีววิทยากับการสืบพันธุ์
หากมองในเชิงชีววิทยา งานวิจัยจำนวนมากที่รวบรวมไว้ใน PubMed และ ScienceDaily ชี้ว่า เสน่ห์ดึงดูดทางเพศที่ผู้หญิงรู้สึกนั้นมีรากฐานมาจากวิวัฒนาการ โดยเชื่อมโยงกับศักยภาพทางพันธุกรรม ผู้ชายที่มีกรามและโหนกแก้มเด่นชัดมักสะท้อนถึงระดับฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนที่สูงกว่า ซึ่งอาจสัมพันธ์กับสุขภาพที่ดีและความสามารถในการสืบพันธุ์ ส่วนริมฝีปากที่อิ่มเอิบนั้นเชื่อมโยงกับความอ่อนเยาว์และความสมบูรณ์ของร่างกาย (PMC)
บทบาทของวัฒนธรรม: ปัจจัยเสริมสร้างความชอบ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่ายังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่ารสนิยมเช่นนี้เป็นเรื่องของสัญชาตญาณล้วนๆ หรือเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรมจากภาพลักษณ์ในสื่อและแรงกดดันทางสังคม งานวิจัยในอนาคตจึงมุ่งศึกษา “ความแตกต่างทางวัฒนธรรม” ในการประเมินความงามเพื่อทำความเข้าใจมิติทางสังคมเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กระแสโลกาภิวัตน์และความเชื่อดั้งเดิมมักผสมผสานปะทะกันอยู่เสมอ
ในประเทศไทย หลักฐานทางประวัติศาสตร์และความนิยมในยุคปัจจุบันต่างก็ชี้ให้เห็นบทบาทของคุณลักษณะทางชีววิทยาและวัฒนธรรมที่ดำเนินไปคู่กัน ตั้งแต่ภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง งานศิลปะโบราณ ไปจนถึงดาราและผู้มีชื่อเสียงในยุคใหม่ ล้วนเน้นโครงหน้า กรอบกรามคม โหนกแก้ม และริมฝีปากที่โดดเด่น นอกจากนี้ เทรนด์ศัลยกรรมความงาม การทำหัตถการต่างๆ หรือเทคนิคการแต่งหน้าเพื่อปรับรูปหน้าในกรุงเทพฯ ก็สะท้อนอย่างชัดเจนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับจุดเด่นที่งานวิจัยนี้กล่าวถึง (Bangkok Post)
ปัจจัยอื่นๆ ที่เสริมเสน่ห์ในสังคมไทย
แม้ว่าความสมส่วนของใบหน้าจะเป็นพื้นฐานความงามในระดับสากล แต่คนไทยยังให้ความสำคัญกับผิวพรรณ การดูแลหนวดเครา และสไตล์การแต่งตัวด้วย ตัวอย่างเช่น ดารานักแสดงชายที่ได้รับความนิยมมักมีลุคที่ผสมผสานระหว่างความคมเข้มและความสะอาดสะอ้าน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของงานวิจัยนี้ คือมีกรอบกรามชัดเจน ริมฝีปากดูสุขภาพดี และโหนกแก้มที่มองเห็นได้ชัด เป็นการผสมผสานอิทธิพลจากงานวิจัยสากลและค่านิยมแบบไทยๆ
นักมานุษยวิทยาด้านวิวัฒนาการเตือนว่า แม้แนวโน้มเหล่านี้จะมีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่กฎตายตัว ปัจจัยทางชีววิทยาและสังคมทำงานร่วมกันเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับฮอร์โมนในแต่ละช่วงเวลาก็มีผลต่อการรับรู้ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในช่วงที่ผู้หญิงตกไข่ รสนิยมที่มีต่อโครงหน้าที่คมเข้มของผู้ชายจะเด่นชัดมากขึ้น (ScienceDaily)
ความสำคัญและแนวทางสู่การดูแลตนเอง
ในอนาคต นักวิจัยกำลังศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิทธิพลของวัฒนธรรมและภาวะฮอร์โมนที่มีต่อการรับรู้ความงาม ใบหน้าที่สมดุลและดึงดูดใจยังส่งผลต่อความมั่นใจ สุขภาพจิต และภาพลักษณ์ทางสังคม กระแสความงามในไทยซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและสื่อ ทำให้เราเข้าใจตัวเองและเรื่องเสน่ห์ดึงดูดใจได้ลึกซึ้งขึ้น และเปิดโอกาสให้คนไทยได้เลือกนำเสนอตัวตนอย่างมั่นใจและสมดุลทั้งภายนอกและภายใน
สำหรับใครที่อยากนำไปปรับใช้ งานวิจัยนี้ชี้ว่าการดูแลริมฝีปาก ผิวบริเวณโหนกแก้มและกรามจะช่วยเสริมความโดดเด่นได้ สำหรับผู้ชาย การรักษาสุขภาพโดยรวม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ และดูแลผิวหน้า ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกเห็น ผู้ที่ทำงานในแวดวงวิชาชีพเองก็ควรตระหนักถึงสิ่งนี้เช่นกัน เพราะภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของใบหน้าเพียงอย่างเดียว
อย่างไรก็ดี ควรตระหนักเสมอว่าความงามเป็นเรื่องหลากหลายและขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล แม้งานวิจัยจะอธิบายแนวโน้มโดยรวม แต่รสนิยมส่วนตัวและวัฒนธรรมท้องถิ่นก็ทำให้ความงามยังคงแตกต่างและงดงามในแบบฉบับของตัวเอง
สำหรับผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจ หรือสนใจพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของแรงดึงดูด อาจเริ่มต้นจากการดูแลตัวเองง่ายๆ เพื่อขับเน้นจุดเด่นตามธรรมชาติ ลองเปิดใจพูดคุยเรื่องความชอบกับคนรอบข้าง และทำความเข้าใจว่าเสน่ห์ดึงดูดใจนั้นมีหลายมิติและมีความหมายซ่อนอยู่หลายระดับ สำหรับครู นักวิจัย หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพในไทย ผลการศึกษาเหล่านี้ยังช่วยเปิดพื้นที่ให้ค้นคว้าและสื่อสารเรื่องความงามกับสุขภาวะในมิติที่ลึกซึ้งและเข้ากับบริบทไทยได้ดียิ่งขึ้น
หากต้องการสำรวจเนื้อหาเพิ่มเติม สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับความดึงดูดทางกายภาพได้ที่ PMC, Wikipedia - ความดึงดูดทางกายภาพ และข้อสังเกตทางวัฒนธรรมใน Bangkok Post