พักหลังมานี้ บนโซเชียลมีเดียมีเทรนด์สุขภาพที่กำลังเป็นกระแสไวรัล นั่นคือการเติมเกลือหรือผงอิเล็กโทรไลต์ลงในน้ำดื่ม โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกายได้ดีขึ้น แต่เทรนด์นี้จำเป็นสำหรับทุกคนจริงหรือ? และปลอดภัยแค่ไหน? ข้อมูลทางวิชาการและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญยืนยันตรงกันว่า แม้อิเล็กโทรไลต์จะสำคัญต่อร่างกาย แต่สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพดี การรับประทานอาหารในชีวิตประจำวันก็ให้แร่ธาตุเหล่านี้เพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อเครื่องดื่มสูตรพิเศษหรืออาหารเสริมราคาแพงแต่อย่างใด
กระแสความนิยมเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์ที่โฆษณาว่าช่วยเพิ่มความสดชื่นและฟื้นฟูร่างกายนั้น เริ่มต้นจากคลิปไวรัลบน TikTok ประกอบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตามร้านค้าและแอปพลิเคชันเดลิเวอรี ทำให้ปัจจุบันเครื่องดื่มกลุ่มนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคน โดยเฉพาะเมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ออกกำลังกาย หรือแม้แต่หลังการสังสรรค์ แต่ในขณะเดียวกันก็เกิดคำถามว่า คนทั่วไปจำเป็นต้องดื่มหรือไม่ โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนจัดของกรุงเทพฯ ที่ทำให้หลายคนต้องเผชิญกับภาวะร่างกายขาดน้ำได้ง่าย
อิเล็กโทรไลต์คืออะไร และสำคัญต่อร่างกายอย่างไร?
อิเล็กโทรไลต์ คือแร่ธาตุที่มีประจุไฟฟ้าในร่างกาย เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสเฟต ซึ่งทำหน้าที่สำคัญในการควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อ ความดันโลหิต และการส่งสัญญาณของระบบประสาท อ่านเพิ่มเติม: Wikipedia เมื่อร่างกายสูญเสียเหงื่อ ไม่ว่าจะจากอากาศร้อน การออกกำลังกาย หรืออาการเจ็บป่วย ร่างกายจะสูญเสียทั้งน้ำและแร่ธาตุ โดยเฉพาะโซเดียม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับกลับคืนมาเพื่อให้ระบบต่างๆ ทำงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม การได้รับอิเล็กโทรไลต์มากเกินความจำเป็นก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เช่น ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น เกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหาร หรือในกรณีที่รุนแรงอาจเป็นอันตรายต่อหัวใจ Heart.org
ใครกันแน่ที่ควรดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่?
โดยทั่วไปแล้ว เครื่องดื่มเกลือแร่เหมาะสำหรับผู้ที่สูญเสียน้ำและแร่ธาตุในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว เช่น หลังออกกำลังกายอย่างหนัก มีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือต้องอยู่กลางแจ้งในสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ อ่านเพิ่มเติมที่ WellMed Bangkok Clinic แต่ในสถานการณ์ทั่วไป เช่น เหงื่อออกเล็กน้อย หรือออกกำลังกายเบาๆ คนส่วนใหญ่สามารถรับอิเล็กโทรไลต์ได้เพียงพอจากอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว โดยเฉพาะจากผัก ผลไม้ และอาหารปรุงรสทั่วไป “หากคุณรับประทานผักผลไม้หลากหลายชนิดในแต่ละวัน โดยไม่จำกัดประเภทอาหาร ร่างกายก็จะได้รับอิเล็กโทรไลต์อย่างเพียงพอ” นักโภชนาการจากศูนย์มะเร็งชั้นนำในสหรัฐฯ กล่าวกับ The Cut อ่านบทสัมภาษณ์
กลุ่มที่จำเป็นต้องเสริมเป็นพิเศษจริงๆ คือ เด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่สูญเสียน้ำอย่างรุนแรง ในทางการแพทย์ ผงน้ำตาลเกลือแร่ หรือ ORS (Oral Rehydration Solution) เป็นที่ยอมรับและใช้ช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลกนับตั้งแต่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) นำมาใช้ในช่วงทศวรรษ 1970 ในประเทศไทย โรงพยาบาลและคลินิกต่างก็ใช้ ORS เพื่อรักษาภาวะขาดน้ำทั้งในคนไทยและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน Siam International Clinic
เครื่องดื่มเกลือแร่ยอดฮิต…คุ้มค่าจริงหรือ?
ท่ามกลางกระแสความนิยม หลายคนหันมาดื่มเครื่องดื่มอิเล็กโทรไลต์เป็นประจำ ทั้งที่ร่างกายอาจไม่ต้องการ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตจากโรงพยาบาลในนิวยอร์กได้เตือนว่า การได้รับโซเดียมเกินความจำเป็นอาจนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงและปัญหาสุขภาพอื่นๆ ตามมา ที่สำคัญ หากร่างกายไม่ได้ขาดน้ำ การซื้อเครื่องดื่มเหล่านี้มาดื่มตามแฟชั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการ “จ่ายเงินซื้อฉี่ราคาแพง” เพราะสุดท้ายร่างกายก็จะขับส่วนเกินทิ้งไปอยู่ดี
ในทางวิทยาศาสตร์ โซเดียมที่ร่างกายสูญเสียไปกับเหงื่อจะดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุดเมื่อมีน้ำตาลในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้ในเครื่องดื่มเกเตอเรดและสูตรมาตรฐานของ ORS ดูรายละเอียด: Wikipedia สำหรับอาหารไทยทั่วไป เช่น ข้าวสวย ซุปต่างๆ รวมถึงผักและผลไม้ ก็มีทั้งน้ำและแร่ธาตุที่จำเป็นอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องดื่มเกลือแร่เสริมในสถานการณ์ปกติ
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการดื่มเกลือแร่คือ หลังเสียเหงื่อมากจากการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นเวลานาน อยู่ในที่อากาศร้อนจัด มีอาการท้องร่วง อาเจียน หรือดื่มแอลกอฮอล์หนักจนร่างกายขาดน้ำ ในสถานการณ์เหล่านี้ การเติมโซเดียมประมาณ 100-300 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค พร้อมน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี แต่ควรระวังผงชงที่มีเกลือหรือน้ำตาลเข้มข้นเกินไป เพราะอาจดึงน้ำเข้าไปในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดอาการแน่นท้องหรือปวดศีรษะได้ Verywell Health และ Everyday Health
ต้นทุนและความเสี่ยงที่แฝงมากับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
สมาคมโรคหัวใจแห่งสหรัฐอเมริกาได้ออกรายงานล่าสุดในปี 2567 เตือนว่า การบริโภคอิเล็กโทรไลต์มากเกินไปอาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือทำให้ไตทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจหรือโรคไตเป็นทุนเดิม หากบริโภคต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์ Heart.org ขณะเดียวกัน งานวิจัยทบทวนหลายชิ้นในฐานข้อมูล PubMed พบว่า ORS มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยและนักกีฬาบางกลุ่ม แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าคนทั่วไปจะได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกัน (PubMed IDs: 38684321, 38856377)
ในแง่ธุรกิจ มีการคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงประเทศไทย จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2567 เนื่องจากผู้บริโภคต้องการประโยชน์ด้านสุขภาพที่จับต้องได้ง่าย ทำให้กลุ่มพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยวกลายเป็นเป้าหมายใหม่ทางการตลาด Xtalks อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐและองค์กรผู้บริโภคได้ออกมาเตือนว่า เครื่องดื่มเหล่านี้บางยี่ห้อมีปริมาณน้ำตาลหรือโซเดียมสูงเกินกว่าที่แนะนำ The Guardian
เติมความชุ่มชื้นอย่างไรให้ปลอดภัยและเหมาะกับคนไทย
ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนไทยโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน กิจกรรมกลางแจ้งอย่างเทศกาลสงกรานต์ หรือการวิ่งมาราธอนในกรุงเทพฯ ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดน้ำ กระทรวงสาธารณสุขของไทยแนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการขาดน้ำอยู่เสมอ เช่น ปัสสาวะสีเข้ม อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ และเลือกใช้เครื่องดื่มเกลือแร่เมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ไม่ควรดื่มเป็นประจำทุกวัน WellMed Bangkok Clinic
ในอดีต คนไทยมีภูมิปัญญาในการใช้เครื่องดื่มจากธรรมชาติเพื่อดับกระหายและทดแทนแร่ธาตุ เช่น น้ำมะพร้าวสด หรือน้ำสมุนไพรต่างๆ ซึ่งมีอิเล็กโทรไลต์ในปริมาณที่พอเหมาะโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือสีสังเคราะห์ การหันมาสนับสนุนเครื่องดื่มพื้นบ้านเหล่านี้ควบคู่ไปกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการบริโภคตามกระแสการตลาดจากต่างชาติ
สรุป: ดื่มอย่างสมดุลเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง
แม้ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันจะเติบโตอย่างรวดเร็วจากเทรนด์รักสุขภาพและภาวะโลกร้อนที่ทำให้คนเราเสี่ยงต่อการขาดน้ำมากขึ้น แต่นักโภชนาการส่วนใหญ่ยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ความพอดี” สำหรับคนไทย การดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดยังคงเป็นการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลาย ส่วนเครื่องดื่มเกลือแร่ควรเก็บไว้ใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เช่น เมื่อเสียเหงื่อมากจากการออกกำลังกายอย่างหนักหรือเจ็บป่วยเท่านั้น
ข้อแนะนำที่ควรนำไปปฏิบัติ
- ดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่เฉพาะเมื่อป่วยหนัก อยู่ในที่อากาศร้อนจัด หรือเสียเหงื่อมากจากการออกกำลังกายเป็นเวลานาน
- หากมีภาวะขาดน้ำจากอาการท้องเสีย อาเจียน หรือฮีตสโตรก ควรเลือกใช้ผงน้ำตาลเกลือแร่ (ORS) ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานสาธารณสุข
- ในชีวิตประจำวัน ควรเลือกดื่มน้ำเปล่า น้ำมะพร้าวสด และรับประทานผักผลไม้สดเพื่อเติมน้ำและแร่ธาตุตามธรรมชาติ
- อ่านฉลากโภชนาการเสมอเพื่อตรวจสอบปริมาณโซเดียมและน้ำตาล และหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณสูงเกินความจำเป็น
- หากจำเป็นต้องใช้เกลือแร่เสริมเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจ ไต หรือความดันโลหิตสูง
- สนับสนุนทางเลือกจากธรรมชาติของไทย เช่น น้ำมะพร้าว แตงโม หรือส้ม ซึ่งช่วยเติมความชุ่มชื้นและแร่ธาตุได้อย่างปลอดภัย
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Everyday Health, The Cut, WellMed Bangkok Clinic