ผมลงพื้นที่อำเภอจะนะกับอาจารย์ปัทมาวดีและพี่เรืองเพื่อสรุปและปิดโครงการระบบแลกเปลี่ยนชุมชนเพื่อการพึ่งตนเองเมื่อวันที่ 11      ..2550 ได้ข่าวจากนักวิจัยพื้นที่ว่า ช่วงนี้ธุรกิจกรงนกประสบปัญหา ขายได้น้อย ราคาคงที่ แต่วัสดุที่ใช้ผลิตราคาสูงขึ้นและหาได้ยาก ทำให้คนหันเข้าโรงงาน ซึ่งเป็นที่พึ่งใหม่คือ งานก่อสร้างในโรงไฟฟ้า และท่อแก๊ส บางส่วนก็ไปหางานทำที่มาเลย์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของที่นี่

เราคุยกันไปตลอดทางทั้งขาไปและขากลับ ตั้งแต่การทบทวนความหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย อ .ปัทมาวดี หัวหน้าโครงการอธิบายว่า เป็นการวิจัยระบบแลกเปลี่ยน(ทางเลือก)ที่จะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองและพึ่งพากันตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงคือ การสร้างภูมิคุ้มกัน ความมีเหตุมีผลและมีความพอประมาณ

ความหมาย เป็นทั้งการแลกเปลี่ยนความรู้ ของกินของใช้ด้วยวิธีการต่างๆ โดยมีความเชื่อว่าเงินตราในระบบเป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ระบบแลกเปลี่ยนไม่เป็นไปเพื่อการพึ่งตนเองและพึ่งพากันตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพราะมันรวมศูนย์และอิงอยู่กับระบบดอกเบี้ย     จึงทดลองสร้างระบบแลกเปลี่ยน(ตลาด)ภายในชุมชนเพื่อให้คนนำผลผลิตมาแลกเปลี่ยนกันโดยตรง โดยเริ่มจากกลุ่มผู้สนใจทั้งระดับ      หมู่บ้าน ระหว่างหมู่บ้าน และระหว่างภาคโดยใช้ชื่อเครือข่ายว่า     "เพื่อนเสี่ยวเกลอ" ในกลุ่มผู้สนใจระดับหมู่บ้านส่วนใหญ่จะมาจากแกนนำของกลุ่มองค์กรในหมู่บ้านประมาณ 15-40 คน นัดหมายวันแลกเปลี่ยนกัน เช่น ทุกวันที่10, 20, 30ของเดือน คล้ายกับตลาดนัดชุมชนที่สินค้ามาจากการผลิตและการหามาจากธรรมชาติของคนในชุมชนเกือบทั้งหมด กิจกรรมแลกเปลี่ยนดังกล่าวจึงเสมือนกับการย้อนยุค ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ชาวบ้านสะท้อนให้ฟังเสมอ เป็นเหมือนวันวานในฝันที่งดงามและคุ้นเคยมาก่อน แต่ไม่ทราบด้วยเหตุใด มันได้อันตรทานหายไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว และเมื่อมีใครพูดถึงและทดลองจัดให้มีกิจกรรมดังกล่าวขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ (ไม่ใช่ในงานแสดง) ก็ให้ความรู้สึกเหมือนกับมันอยู่ในใจของเรามาก่อนเนิ่นนาน ด้วยสีหน้าด้วยแววตาเอิบอิ่มกับกิจกรรมการแลกเปลี่ยนที่เป็นเสมือนหมอกยามเช้า พอแดดกล้าขึ้นก็ค่อยๆจางเบา และหายลับไป

กรณีของกลุ่มกรงนก ตำบลบ้านนา อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาเป็นตัวอย่างพื้นที่วิจัยระบบแลกเปลี่ยนที่ต่างออกไปจากแบบจำลองการแลกของโดยตรงข้างต้น เพราะเป็นกิจกรรมเพื่อการแลกเปลี่ยนเชิงการค้าในความรู้ทักษะที่ชุมชนมี คือ การทำกรงนก

โครงการวิจัยเห็นว่ากิจกรรมของกลุ่มเป็นระบบแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจคือ กลุ่มก่อตั้งขึ้นเนื่องจากปัญหาการทำกรงนกที่ต้องขายผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ถูกกดราคา จึงมีการรวมตัวกันตั้งกลุ่มขึ้นโดยระดมเงินทุนจากสมาชิกประมาณ 100คน กิจกรรมหลักๆของกลุ่มคือ การประกอบกรงนกสำเร็จรูป ขายส่งให้กับพ่อค้า มีร้านค้าของกลุ่ม และร้านน้ำชากลางคืน รูปแบบการจัดการ กลุ่มจะรับกรงนกที่สมาชิกขึ้นรูปไว้ คิดราคาแล้วทำบัญชีไว้ จ่ายเป็นเงินหรือหักค่าวัสดุ เช่น ค่าหวาย ไม่ไผ่ที่กลุ่มจัดหามาให้ หรือให้สมาชิกมาเอาสินค้าในร้านชำ เป็นต้น หากสมาชิกต้องการสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น ตู้เย็น ก็อาจจะไปเอาจากร้านค้าก่อน แล้วทยอยส่งกรงนกให้กลุ่ม โดยกลุ่มจะรับไปจ่ายเงินค่าตู้เย็นให้กับร้านค้าภายนอก สำหรับกรงนกที่สมาชิกขึ้นรูปไว้ กลุ่มจะจ้างสมาชิกที่ชำนาญและเยาวชนในชุมชนมาประกอบชิ้นส่วนให้ครบเป็นกรงนกสำเร็จรูปเพื่อขายส่งยังต่างจังหวัด เช่น นราธิวาส และนครศรีธรรมราช เป็นต้น พ่อค้าส่งที่รับกรงนกสำเร็จรูปไปขายต่อ หากขายวัสดุที่ใช้ประกอบกรงนกด้วย เช่น หวาย ไม่ไผ่ ลูกตุ้ม ผ้า หัวกรง เป็นต้น ก็อาจจะแลกเปลี่ยนวัสดุเหล่านั้นกับกลุ่มโดยคิดราคาแล้วหักลบกัน เหลือเป็นเงินเท่าไรก็จ่ายให้กลุ่ม ตอนกลางคืน มีร้านน้ำชาของกลุ่มซึ่งเป็นที่พบปะแลกเปลี่ยนพูดคุย หารือเรื่องการงานต่างๆ ที่เล่ามาข้างต้นคือ กลุ่มกรงนกที่ดำเนินการอยู่เดิมตอนที่โครงการวิจัยเข้าไปในปี 2547 3ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก สถานะการณ์ที่เปลี่ยนไปซึ่งส่งผลกระทบต่อกลุ่มที่สำคัญคือ เหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ทำให้คนในพื้นที่ระแวดระวังกับภัยอันตราย และไข้หวัดนกที่ทำให้สินค้าหลักคือนกเขาชวาไม่สามารถส่งไปขายยังต่างประเทศได้  กรงนกก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย

ผลคือ ยอดขายกรงนกลดลง และร้านน้ำชาต้องปิดกิจการลง

การจัดการที่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มคือ

ระบบบัญชีที่ไม่ครบถ้วน และขนาดของกิจกรรมที่ค่อนข้างเล็กแต่ต้องจ้างคนดูแล เนื่องจากการแลกเปลี่ยนสินค้าในร้านค้าของกลุ่มและสินค้าชิ้นใหญ่จากภายนอกในลักษณะการหักบัญชี ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็คือเงินเชื่อนั่นเอง ซึ่งนอกจากต้องการความเชื่อใจจากฐานเครือญาติและเพื่อนบ้านแล้วยังต้องการวินัยและความซื่อสัตย์ด้วย จึงเป็นเหตุทำให้การแลกเปลี่ยนกรงนกของสมาชิกกับสินค้าในร้านค้าของกลุ่ม ไม่สมดุลและยั่งยืน คือ อยู่ไม่ได้ในทางธุรกิจ ทำให้ต้องปิดกิจการร้านค้าไป กิจกรรมแลกเปลี่ยนของกลุ่มกรงนกจึงเป็นระบบหักบัญชีที่ใช้เงินเป็นสื่อกลางมากขึ้นคงเหลือวัสดุที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตกรงนกที่ยังมีการแลกเปลี่ยนโดยหักบัญชีอยู่บ้างทั้งระหว่างกลุ่มกับสมาชิก และกลุ่มกับพ่อค้า

ในช่วง 3ปีของการเปลี่ยนแปลง มีหน่วยงานเข้ามาให้การสนับสนุนกิจกรรมกรงนก(ที่ขึ้นชื่อของอำเภอจะนะ) เช่น การปลูกไผ่และหวาย  การจัดประกวดผลิตภัณฑ์ เป็นต้น รวมทั้งกิจกรรมส่งเสริมอาชีพในด้านต่างๆ เช่น การทำปุ๋ยหมัก การทำน้ำยาล้างจาน เป็นต้น

  โครงการวิจัยได้เข้ามาเรียนรู้ความเป็นไปของกลุ่ม และได้สร้างการเรียนรู้ให้กับแกนนำของกลุ่มผ่านกิจกรรมการศึกษาดูงานและการประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเครือข่ายโครงการวิจัยที่มีพื้นที่ทำงานอยู่ทั่วทุกภาค โดยมีกิจกรรมที่แกนนำกลุ่มได้เข้ามาประสาน   เชื่อมโยงและส่งเสริมให้เกิดขึ้นภายในชุมชนคือ การส่งเสริมการปลูกผักและอบรมทำน้ำยาล้างจานให้กับเด็กนักเรียน และการเชื่อมโยงเครือข่ายผลิตภัณฑ์ตำบลในระดับอำเภอ เป็นต้น โดยมีแนวความคิด ที่จะใช้คูปองเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนด้วย แต่ก็ยังเป็นเพียงแนวคิด ภาพที่เห็นในปัจจุบัน คือ กลุ่มทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมสินค้าจากสมาชิก นำมาแปรรูป ขายส่งให้พ่อค้า โดยพึ่งพาเงินบาทมากขึ้น ทั้งกับสมาชิกและพ่อค้า แม้ว่าจะมีการส่งเสริมให้มีการปลูกไผ่และหวายที่เป็นวัสดุการผลิต    ที่สำคัญอย่างคึกคักทั้งอำเภอ แต่ก็ไม่บังเกิดผล แม้ว่าจะมีการส่งเสริมการผลิตเพื่อการพึ่งตนเองมากขึ้น เช่น พืชผักสวนครัว น้ำยาล้างจานทั้งจากแกนนำกลุ่มและจากหน่วยงานต่างๆ    แต่ก็เป็นกิจกรรมการเรียนรู้มากกว่าการผลิตที่ยั่งยืน สิ่งที่พบเห็นคือ ฐานทรัพยากรที่ถูกทำลาย นาข้าวรกร้าง กุ้งหอยปูปลาตามหนองคลองบึงลดลง เพราะน้ำเสียจากโรงงาน ราคายางพารากับสวนยางขนาดเล็ก และสวนผลไม้สมรมข้างบ้าน เป็นรายได้เท่าไร ?

รายจ่ายเพื่อการบริโภคและการลงทุนเป็นเท่าไร ?

2เรื่องหลังไม่ทราบ ปรากฏการณ์คือ ชาวบ้านไหลเข้าไปเป็นแรงงานในอุตสาหกรรม    ห้องเย็น /เฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่เดิม และอุตสาหกรรมไฟฟ้าและแก๊สที่เข้ามาใหม่เพิ่มมากขึ้น งานกรงนกลดน้อยลง วิถีชีวิตที่พึ่งพาเงินตรา ชีพจรของชุมชน พลังของศาสนา เวลาที่ให้กับเศรษฐกิจการดำรงชีวิต เวลาที่ให้กับครอบครัวชุมชน และเวลาที่ให้กับพระเจ้าเปลี่ยนไปอย่างไร ? พลังการเรียนรู้ในระบบการศึกษาในรูปแบบต่างๆสอดคล้องเหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทำให้คนเรียนรู้ที่จะเลือกรับ มีส่วนร่วมในการกำหนด และรังสรรค์สังคมและโลกอันเป็นที่พักพิงสักเท่าไร ? เรากำลังได้รับการศึกษาเพื่อถูกต้อนเข้าไปในมุมอับ เพื่อความสนุกสนานครื้นเครงชั่วครั้งชั่วคราวด้วยรูปแบบแปลกใหม่ในเรื่องเดิมๆหรืออย่างไร ? หมอกยามเช้าจางหายไป เหลือเพียงความทรงจำ ในเกมที่ต้องพ่ายแพ้ด้วยกันในบั้นปลายของทุกๆคนใช่หรือไม่?