อันที่จริง "ระบบแลกเปลี่ยนชุมชน" ในความหมายของโครงการ  ยังไม่ได้เกิดขึ้นด้วยซ้ำที่กลุ่มกรงนก จะนะ

ระบบแลกเปลี่ยนชุมชนในความหมายของโครงการ คือ การที่ชุมชนหันหน้าเข้าหากัน มาช่วยสร้างตลาดทางเลือก ที่คนในชุมชนผลิตของแตกต่างหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนเอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินบาทมากนัก  ถ้ามีตลาดทางเลือก  ลองกองที่ราคาตกต่ำขายข้างนอกไม่ออก ก็นำมาแลกเปลี่ยนกับพริก กับกะปิ ที่ผลิตในพื้นที่ได้

แม้แต่การแลกเปลี่ยนระหว่างพื้นที่ภายใต้เครือข่าย "เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนเสี่ยวเกลอ"  กลุ่มกรงนกต้องการข้าวสาร แต่ผลผลิตของกลุ่มคือ กรงนกและยางพารา ไม่ได้เป็นที่ต้องการของชาวบ้านกลุ่มอื่นในเครือข่าย

ยังดีที่จะนะ มี กะปิ ไข่เค็ม ลองกอง ที่เป็นที่ติดใจของกลุ่มเครือข่าย  การแลกเปลี่ยนจึงเกิดขึ้นได้ตามโอกาส  น่าเสียดายอยู่ว่า  ระบบการจัดการแลกเปลี่ยนระหว่างเครือข่ายนี้ ยังไม่ลงตัวดีนัก จึงยังไม่ได้มีการแลกเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

เมื่อกลับมามองที่ระบบแลกเปลี่ยนภายในชุมชน  ระบบแลกเปลี่ยนแบบหักบัญชีวัตถุดิบ-ผลผลิตแบบเดิมของกลุ่มกรงนก เป็นระบบที่สนับสนุนการทำธุรกิจที่พึ่งพาตลาดภายนอกเกือบร้อยเปอร์เซนต์  จึงไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์ในความหมายของโครงการ

ความยากของระบบแลกเปลี่ยนชุมชน คือ การคิดสวนกระแส ท้าทายแนวคิดการผลิตเพื่อขายภายนอกอย่างเดียว   การสร้างระบบแลกเปลี่ยนชุมชนไม่ง่ายนัก  โดยเฉพาะ  เมื่อชุมชนยังมีทางเลือกอื่นที่เข้าใจได้ง่ายกว่า เช่น  การขายยางพารา การทำงานในโรงงาน

อันที่จริง ระบบแลกเปลี่ยนชุมชน สามารถใช้สร้างระบบสวัสดิการในชุมชน ด้วยการตอบแทนอาสาสมัครที่มาช่วยงาน เช่น ดูแลคนชรา ดูแลเด็ก โดยตอบแทนเป็นเงินตราชุมชน หรือสิ่งของที่ชุมชนผลิตขึ้นได้   การช่วยเหลือกันโดยตรงจะช่วยสร้างความรัก สร้างเพื่อน  ภูมิคุ้มกันทางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินตราปกติสร้างไม่ได้  

คิดว่า ที่จะนะ และที่อื่นๆในประเทศ  "เกม" นี้เพิ่งเริ่มต้นต่างหาก   แกนนำและนักวิจัยได้เรียนรู้ไปด้วยกัน   หากชุมชนเข้าใจและหันมาช่วยกันคิด ผนึกกำลังกับ อบต. และเครือข่าย เกมนี้ก็คงจะเดินต่อไปได้