จีนประกาศยกเครื่องมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติครั้งใหญ่ ด้วยการขยายจุดคืนเงินแบบทันที ณ ร้านค้าและจุดบริการที่ร่วมโครงการ พร้อมปรับขั้นตอนให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น นโยบายใหม่นี้จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติระบบเดิมที่นักท่องเที่ยวต้องไปทำเรื่องขอคืนเงินที่สนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองเท่านั้น โดยต่อไปนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถรับเงินคืนได้ทันที ณ จุดซื้อสินค้า ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากและไม่ต้องเสียเวลาต่อคิวยาวที่สนามบินอีกต่อไป เป้าหมายหลักของนโยบายนี้คือการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ กระตุ้นการใช้จ่าย และฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่น หลังจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของจีนเผชิญความท้าทายมานานหลายปี

นโยบายดังกล่าวส่งผลดีโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปจีนเป็นประจำ ที่ผ่านมา ระบบคืนภาษีของจีนยังค่อนข้างล้าหลังเมื่อเทียบกับประเทศยอดนิยมอย่างญี่ปุ่น ออสเตรเลีย หรือสหภาพยุโรป ที่สามารถทำเรื่องคืนเงิน ณ จุดขายได้เลย แต่หลังจากที่จีนได้เริ่มทดลองระบบคืนเงินทันทีในมหานครเซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง และเตรียมขยายไปยังเมืองต้าเหลียนกับมณฑลหูเป่ยในช่วงกลางปี ๒๕๖๘ ประสบการณ์ช็อปปิ้งของนักท่องเที่ยวก็จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยตามประกาศของสำนักงานภาษีแห่งรัฐ (STA, เมษายน ๒๕๖๘) จีนจะขยายบริการคืนเงินทันทีไปยังร้านค้าปลอดภาษี ห้างสรรพสินค้า และสนามบินอีกหลายสิบแห่งทั่วประเทศ

หัวใจสำคัญของนโยบายใหม่นี้ คือ นักท่องเที่ยวจากทุกประเทศ (รวมถึงฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน) ที่พำนักในจีนแผ่นดินใหญ่ไม่เกิน ๑๘๓ วันก่อนเดินทางออก สามารถยื่นขอคืน VAT ได้สูงสุด ๑๑% ของราคาสินค้า (ซึ่งหลังหักค่าธรรมเนียมจะได้รับจริงประมาณ ๙%) เพียงมียอดซื้อขั้นต่ำ ๒๐๐ หยวน (ราว ๑,๐๐๐ บาท) ต่อร้านค้าในหนึ่งวัน โดยสามารถเลือกรับเงินคืนเป็นเงินสดหรือผ่านแอปพลิเคชันทางการเงินได้ทันที ณ ร้านค้าที่ร่วมโครงการหรือจุดคืนเงินปลอดภาษี (Travel Weekly Asia, เมษายน ๒๕๖๘) ระบบนี้จะช่วยลดภาระการเก็บใบเสร็จจำนวนมากและไม่ต้องไปต่อคิวทำเอกสารคืนภาษีที่ด่านอีกต่อไป

เบื้องหลังเทคโนโลยีคืนเงินทันทีนี้ คือยุทธศาสตร์การยกเครื่องร้านค้าปลีกของจีนให้ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัล นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงสามารถทำเรื่องขอคืนเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มหาศาล อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินดิจิทัลยอดนิยมอย่าง Alipay และ WeChat Pay ได้โดยตรง สร้างความสะดวกสบายให้นักท่องเที่ยวที่คุ้นเคยกับการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดอยู่แล้ว

กระทรวงพาณิชย์ของจีนมองว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติควบคู่ไปกับการกระตุ้นยอดค้าปลีกในประเทศเป็นเป้าหมายหลัก เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิดและภาวะชะลอตัว (China Briefing, เมษายน ๒๕๖๘) การปรับนโยบายคืนภาษีให้ทัดเทียมมาตรฐานสากลครั้งนี้ จึงคาดว่าจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้จีนกลายเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช็อปปิ้งระดับนานาชาติ “มาตรการนี้จะกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกล้าจับจ่ายและเพลิดเพลินกับการช็อปปิ้งในจีนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ STA กล่าวในแถลงการณ์

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ผลลัพธ์ที่ได้นั้นชัดเจนและจับต้องได้ทันที เพราะจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าได้มากขึ้น ตั้งแต่สินค้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง ของฝาก ไปจนถึงอาหารท้องถิ่น บรรดาบริษัททัวร์ไทยรายใหญ่ต่างเริ่มปรับโปรแกรมทัวร์ให้เน้น “ทัวร์ช็อปปิ้ง” ในเมืองที่จีนเพิ่มสิทธิ์คืนภาษีทันที ขณะที่หน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยเชื่อว่า กระบวนการคืนภาษีรูปแบบใหม่ของจีนอาจช่วยยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวข้ามแดน และอาจเป็นแรงผลักดันให้ไทยพัฒนาระบบสิทธิประโยชน์ในลักษณะเดียวกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมา ซึ่งจะนำไปสู่การแข่งขันเชิงบวกและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ

ในอดีต ระบบคืนภาษีสำหรับนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงช็อปปิ้งมาโดยตลอด เช่น ญี่ปุ่นกำหนดให้ซื้อสินค้าตั้งแต่ ๕,๐๐๐ เยนขึ้นไปต่อวันเพื่อรับเงินคืนทันที ณ จุดขาย ส่วนสหภาพยุโรปจะคืนเงินส่วนใหญ่ที่สนามบินเมื่อซื้อสินค้ามูลค่าตั้งแต่ ๑๒๕–๑๗๕ ยูโรขึ้นไป (วิกิพีเดีย: Tax Free Shopping) ระบบใหม่ของจีนได้นำแนวคิดนี้มาต่อยอด แต่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาแก้ปัญหาความยุ่งยากและล่าช้าแบบเดิมๆ ได้อย่างตรงจุด

อีกแง่มุมที่น่าสนใจคือบทบาทของการช็อปปิ้งในการท่องเที่ยวจีนของคนไทย ซึ่งนิยมซื้อแกดเจ็ต เครื่องสำอาง และสินค้าแบรนด์เนม โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หรือช่วงเปิดเทอม นักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยเคยประสบปัญหาความยุ่งยากของขั้นตอนคืนภาษี แต่ระบบใหม่นี้จะทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้นอย่างมาก บรรดาหัวหน้าทัวร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการช็อปปิ้งต่างเริ่มปรับกลยุทธ์แนะนำลูกทัวร์ถึงวิธีขอคืนเงินให้ได้ประโยชน์สูงสุดและหลีกเลี่ยงการเสียเวลาที่สนามบิน

สำหรับอนาคตของมาตรการนี้ จีนยังคงพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังทดลองเชื่อมโยงเทคโนโลยีระบุตัวตนด้วยชีวมิติ (Biometrics) การแปลภาษาอัตโนมัติ และการชำระเงินข้ามประเทศเข้ากับระบบคืนภาษี เพื่อมุ่งสู่การยกเลิกการใช้เอกสารกระดาษทั้งหมดในอนาคตอันใกล้ และมีแนวโน้มว่าเมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคใต้อย่างกว่างโจวและเซินเจิ้น จะเข้าร่วมเครือข่ายคืนเงินทันทีภายในปีนี้ด้วย (TravelChinaGuide, เมษายน ๒๕๖๘) ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อการเดินทางระหว่างจีนและอาเซียนกลับมาคึกคัก รัฐบาลจีนก็อาจขยายสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เพิ่มอัตราการคืนภาษี และออกโปรโมชั่นใหม่ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากไทยให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเดินทางไปเรียน ท่องเที่ยว หรือทำธุรกิจ

นักท่องเที่ยวไทยที่มีแผนเดินทางไปจีนช่วงปลายปี ๒๕๖๘ เป็นต้นไป สามารถเตรียมตัวรับสิทธิประโยชน์ง่ายๆ ดังนี้

  • วางแผนช็อปปิ้งล่วงหน้า โดยเล็งห้างสรรพสินค้า ร้านค้าปลีก และจุดขายที่เข้าร่วมโครงการคืนเงินทันที
  • ตรวจสอบยอดใช้จ่ายขั้นต่ำและประเภทสินค้าที่เข้าเกณฑ์ขอคืนภาษี (สินค้าบางหมวดหมู่อาจไม่เข้าร่วม เช่น ของอุปโภคบริโภค)
  • เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานการเดินทางให้พร้อม เพราะสิทธิ์ในการขอคืนเงินขึ้นอยู่กับสถานะวีซ่าและระยะเวลาพำนักไม่เกิน ๑๘๓ วัน
  • เลือกรับเงินคืนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือกระเป๋าเงินดิจิทัล เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย
  • ติดตามข่าวสารและรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการล่าสุดจากหน่วยงานการท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ที่เชื่อถือได้

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญของการท่องเที่ยวและการค้าไร้พรมแดนในภูมิภาคเอเชีย สำหรับนักเดินทางชาวไทย สิ่งสำคัญคือการรับรู้ว่ามาตรการคืนภาษีรูปแบบใหม่ของจีนจะทำให้การช็อปปิ้งในต่างแดนคุ้มค่าและสะดวกสบายกว่าที่เคย หากวางแผนมาอย่างดีและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไปและผู้ประกอบการทัวร์ของไทยจะสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้เพื่อยกระดับประสบการณ์การท่องเที่ยวในจีนได้อย่างเต็มศักยภาพ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายคืนภาษีใหม่ เงื่อนไขผู้มีสิทธิ์ และรายชื่อร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สามารถติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักงานภาษีแห่งรัฐจีน (แถลงการณ์ทางการ) รวมถึงศึกษาข้อมูลจากแหล่งข่าวท่องเที่ยวชั้นนำอย่าง Travel Weekly Asia และ TravelChinaGuide