๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๘ วันท่องเที่ยววันที่สอง
วันที่ ๒๙ ตอนเช้าไปเรียนรู้จาก PwC ต่อด้วยอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารเซี่ยงไฮ้ แล้วไปชมพระราชวัง Dolmabahce โดยไกด์ไปซื้อตั๋วเข้าชม ได้ QR Code บรรจุมาในโทรศัพท็มือถือของเขา พร้อมกับเครื่องฟังเล็กๆ มาให้พวกเราแต่ละคนคล้องคอและยกมาฟังโดยเมื่อไปถึงตรงที่สำคัญเครื่องเขาขึ้นหมายเลขเอง ให้เรากดฟัง
ที่ประตูเข้าชมพระราชวังไกด์เอาโทรศัพท์ของเขาเปิด QR Code ให้เจ้าหน้าที่สแกนทีละอัน ครบ ๑๘ คน ก็เข้าไปได้ ผู้เข้าชมแน่นขนัด ที่บางจุดต้องเดินตามกันไปแบบเรียงเดี่ยวและเพ่งพิศนานไม่ได้ เดินชมภายในอาคารที่แสนจะกว้างใหญ่ มี ๒๘๕ ห้อง ห้องน้ำ ๖๘ ห้อง ที่อาบน้ำแบบเตอรกิซ ๖ ที่ รวมพื้นที่อาคาร ๑๔,๕๙๕ ตารางเมตร ค่าก่อสร้างเทียบเป็นเงินสมัยนี้ ๗ หมื่นล้านบาท สร้างระหว่างปี ค.ศ. 1843 – 1856 สำหรับเป็นวังทันสมัยแบบยุโรป คือสร้างสมัย ร. ๕ ของเรา และสุลต่านประทับที่นี่เพียง ๖ พระองค์ เป็นเวลา ๖๘ ปี ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง อ่านจากวิกิพีเดีย การก่อสร้างพระราชวังนี้นำสู่วิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ และนำสู่การเปลี่ยนสู่ยุคสาธารณรัฐในที่สุด ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือไม่
ผมถาม Perplexity ว่า “ผมเข้าชมพระราชวัง Dolmabahce ในฐานะนักท่องเที่ยว กลับมาอ่านเรื่องราวในวิกิพีเดียแล้ว คิดว่าการใช้เงินประมาณ ๗ หมื่นล้านบาทสร้างพระราชวังนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาเศรษฐกิจของอาณาจักรอ็อตโตมัน ที่นำสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐในปี ค.ศ 1924 ผมเข้าใจถูกหรือไม่ ประวัติศาตร์ของตุรกีในช่วงนั้นเป็นอย่างไร” ได้รับคำตอบดังนี้
“คุณเข้าใจภาพรวมได้ถูกต้องในระดับหนึ่งว่า การสร้างพระราชวัง Dolmabahçe ด้วยงบประมาณมหาศาลนั้นสะท้อนถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองของจักรวรรดิออตโตมันในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินของอาณาจักร และเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่นำไปสู่การล่มสลายของระบอบสุลต่านออตโตมันและการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐตุรกีในปี ค.ศ. 1924
พระราชวัง Dolmabahçe และผลกระทบทางเศรษฐกิจ
- พระราชวัง Dolmabahçe สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1843-1856 โดยสุลต่านอับดุล เมจิดที่ 1 เพื่อแทนที่พระราชวังโทพคาปีที่ล้าสมัย และสะท้อนความทันสมัยตามแบบยุโรปในยุคนั้น1
- การก่อสร้างใช้เงินประมาณ 5 ล้านลิร่าออตโตมัน หรือประมาณทองคำ 35 ตัน ซึ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของรายได้จากภาษีประจำปีของจักรวรรดิ2
- เงินทุนส่วนใหญ่ได้มาจากการกู้ยืมเงินต่างประเทศ การลดค่าเงิน และการพิมพ์ธนบัตรจำนวนมาก ซึ่งทำให้อาณาจักรออตโตมันประสบปัญหาหนี้สินและล้มละลายในปี 1875
- พระราชวังนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและอำนาจของจักรวรรดิในขณะที่เศรษฐกิจและการเมืองกำลังเผชิญความยากลำบาก2
ประวัติศาสตร์ตุรกีช่วงปลายจักรวรรดิออตโตมันจนถึงการก่อตั้งสาธารณรัฐ
- จักรวรรดิออตโตมันดำรงอยู่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1299 จนถึงการล้มล้างระบอบสุลต่านในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1922 โดยสมัชชาใหญ่แห่งชาติตุรกี3
- หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามอิสรภาพของตุรกี การล้มล้างระบอบสุลต่านเป็นจุดสิ้นสุดของจักรวรรดิออตโตมัน และนำไปสู่การก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกีโดยมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก3
- วันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 1924 สถาบันเคาะลีฟะฮ์ (ตำแหน่งผู้นำศาสนาอิสลาม) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สุลต่านออตโตมันเคยดำรงอยู่ ถูกยกเลิกโดยสมัชชาใหญ่แห่งชาติตุรกีในกระบวนการปฏิรูปของอตาเติร์ก4
- พระราชวัง Dolmabahçe ถูกโอนเป็นมรดกแห่งชาติของสาธารณรัฐตุรกีและใช้เป็นที่พำนักของประธานาธิบดีในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับนักท่องเที่ยว1
สรุป
- การสร้างพระราชวัง Dolmabahçe ด้วยงบประมาณมหาศาลสะท้อนถึงความพยายามของจักรวรรดิออตโตมันที่จะรักษาภาพลักษณ์ความมั่งคั่งและอำนาจในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจและการเมืองกำลังเสื่อมถอยอย่างหนัก
- ปัญหาทางการเงินจากการก่อสร้างและหนี้สินต่างประเทศเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่ทำให้อาณาจักรออตโตมันอ่อนแอและล่มสลายในที่สุด23
- การล่มสลายของระบอบสุลต่านในปี 1922 และการยกเลิกตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์ในปี 1924 คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การก่อตั้งสาธารณรัฐตุรกีภายใต้การนำของมุสตาฟา เคมาล อตาเติร์ก
ดังนั้น คุณเข้าใจภาพรวมได้ถูกต้องว่าการสร้างพระราชวัง Dolmabahçe เป็นสัญลักษณ์และส่วนหนึ่งของปัญหาเศรษฐกิจที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครองในตุรกีในช่วงต้นศตวรรษที่ 20” พร้อมกับเอกสารอ้างอิง ๒๐ รายการ ที่ไม่ได้นำมาลง
ผมถามต่อ ว่า “จากหลักฐานและสิ่งของที่ได้ไปเห็น ผมมองว่าชีวิตความเป็นอยู่ของสุลต่านในสมัยนั้นหรูหราฟุ่มเฟือยเกินไป เป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนยากลำบาก นำสู่ปัญหาสังคมการเมืองตามมา ผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ มีวิธีคิดที่ต่างไหม เช่นในยุคนั้น ประเทศต่างๆ ในโลกที่ติดต่อเชื่อมโยงกับสังคมยุโรป ต้องแสดงความทันสมัยของตน ผ่านพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งว่าราชการโดยใช้สถานที่ในพระราชวังนั้นเอง Dolmabace จึงเป็นเสมือนอาคารรวมของกระทรวงต่างๆ ทุกกระทรวงในอาณาจักรอ็อตโตมาน ความคิดแบบไหนถูกต้องเหมาะสมกว่า” ได้รับคำตอบดังนี้
“คุณเข้าใจภาพรวมได้ดีในแง่ที่ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของสุลต่านในสมัยพระราชวัง Dolmabahçe สร้างขึ้นนั้นมีความหรูหราและฟุ่มเฟือยมาก ซึ่งสะท้อนความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้นปกครองกับประชาชนทั่วไป และเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ประชาชนประสบความยากลำบากจนเกิดปัญหาสังคมและการเมืองตามมา
อย่างไรก็ดี มีมุมมองที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาทของพระราชวัง Dolmabahçe และความหรูหรานั้นในบริบทของยุคนั้น:
- พระราชวัง Dolmabahçe ไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัยของสุลต่านเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของจักรวรรดิออตโตมันในยุคสมัยนั้น เปรียบเสมือน “อาคารรวมของกระทรวงต่างๆ” ที่มีบทบาทสำคัญในการว่าราชการและการติดต่อกับโลกภายนอก
- ในยุคศตวรรษที่ 19 จักรวรรดิออตโตมันพยายามแสดงความทันสมัยและความเป็นอารยธรรมที่ก้าวหน้า เพื่อให้เทียบเท่ากับอำนาจและความเจริญรุ่งเรืองของยุโรปในช่วงยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมและยุคเรเนซองส์
- การสร้างพระราชวังที่โอ่อ่าและสวยงามจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกถึงอำนาจและความมั่งคั่งของรัฐในสายตาชาติมหาอำนาจยุโรป และเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิรูปและความทันสมัยที่จักรวรรดิพยายามดำเนินการ
- แนวคิดนี้คล้ายกับยุโรปที่มีพระราชวังอย่าง Buckingham Palace ซึ่งแสดงถึงอำนาจและความมั่งคั่งของราชวงศ์และชนชั้นสูงในยุคนั้น
ดังนั้น ความคิดทั้งสองแบบมีความถูกต้องในบริบทของตน:
- มุมมองที่ว่าความหรูหราและฟุ่มเฟือยของสุลต่านเป็นต้นเหตุของปัญหาความเหลื่อมล้ำและเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เป็นมุมมองที่สะท้อนความจริงในแง่ของผลกระทบทางสังคมและการเมือง
- ขณะเดียวกัน มุมมองที่ว่าพระราชวัง Dolmabahçe เป็นศูนย์กลางการบริหารและสัญลักษณ์ของความทันสมัยในยุคสมัยที่จักรวรรดิออตโตมันต้องการแสดงศักยภาพและความเจริญก้าวหน้า ก็เป็นมุมมองที่สะท้อนบริบททางประวัติศาสตร์และการเมืองระหว่างประเทศในช่วงนั้น
สรุป
พระราชวัง Dolmabahçe เป็นทั้งเครื่องหมายของความหรูหราและความเหลื่อมล้ำในสังคมออตโตมัน และเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการที่สะท้อนความพยายามของจักรวรรดิในการปรับตัวให้ทันสมัยตามแบบยุโรป ความคิดทั้งสองด้านจึงควรถูกมองควบคู่กันไป เพื่อเข้าใจภาพรวมของประวัติศาสตร์และสังคมในยุคนั้นได้อย่างครบถ้วนมากขึ้น”
เท่ากับในเช้าวันรุ่งขึ้น คือ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ผมค้นพบวิธีเที่ยวชมพระราชวัง ไปพร้อมๆ กับวิธีคุยกับ เอไอ รวมทั้งรู้จักคุณภาพของ Perplexity ที่ตอบคำถามสั้นกระชับดีมาก
วิจารณ์ พานิช
๒๘ พ.ค. ๖๘
ห้อง ๑๐๐๓ โรงแรม Ramada Encore
รูป 680702
1 บรรยากาศทางเดินเข้าวัง
2 สวยภายในวัง
3 อีกมุมหนึ่ง
4 อีกมุมหนึ่ง
5 ภาพมุมกว้างของสวน
6 ด้านติดกับบอสฟอรัส
7 กุหลาบงามในสวนหลังวัง