นักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นภาพคุ้นตาตามสถานที่สำคัญและใจกลางเมืองต่างๆ ของสหรัฐอเมริกาในช่วงฤดูท่องเที่ยวฤดูร้อน กำลังหันไปเที่ยวที่อื่นกันมากขึ้น ข้อมูลล่าสุดจากข่าวและงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวชี้ว่า ขณะนี้ แหล่งท่องเที่ยวชั้นนำในอเมริกาเหนือต่างเงียบเหงา นักท่องเที่ยวต่างชาติน้อยลง โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักอย่างแคนาดาและยุโรปที่เคยมาเยือนเป็นประจำ สถานการณ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั้งในระดับโลกและของไทย (Wall Street Journal ผ่าน MSN)
ตลอดหลายสิบปี สหรัฐฯ คือจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ สำหรับนักเดินทางช่วงฤดูร้อน แลนด์มาร์กชื่อดัง ตั้งแต่เทพีเสรีภาพไปจนถึงดิสนีย์แลนด์ แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงระดับโลก และภูมิประเทศที่หลากหลาย ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นดินแดนในฝันของนักเดินทาง สำหรับชาวไทย สหรัฐฯ ก็เปรียบเสมือนประตูสู่โอกาสทางการศึกษา ธุรกิจ และประสบการณ์วัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร แต่ฤดูท่องเที่ยวปีนี้กลับตาลปัตร นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงฮวบฮาบ โรงแรม สนามบิน และบริษัททัวร์ในเมืองใหญ่ๆ ของสหรัฐฯ ต่างรับรู้ได้ถึงจำนวนนักท่องเที่ยวแคนาดา ยุโรป และกลุ่มลูกค้าประจำที่หายไป ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากช่วงก่อนโควิด-19 ที่นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอย่างล้นหลาม
เบื้องหลังยอดนักท่องเที่ยวที่ลดลงนี้มีหลายปัจจัยซับซ้อน ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางทั้งในและนอกสหรัฐฯ ชี้ไปที่สาเหตุหลักหลายประการ นโยบายวีซ่าที่เปลี่ยนไปและการคุมเข้มด่านตรวจคนเข้าเมืองกำลังสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่สู้ดีนักในสายตาชาวต่างชาติ (ดังปรากฏในรายงานของ Forbes) นักวิเคราะห์ยังชี้ว่าภาพจำที่ว่าสหรัฐฯ ต้อนรับชาวต่างชาติน้อยลงในช่วงหลายปีมานี้ยังคงอยู่ นักวิเคราะห์ตลาดการท่องเที่ยวจาก Tourism Economics อธิบายว่า “ความปลอดภัย ราคาที่จับต้องได้ และความเป็นมิตรที่นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ คือหัวใจสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และเมื่อปัจจัยเหล่านี้ไม่แน่นอน พวกเขาก็พร้อมจะมองหาตัวเลือกอื่น”
หลายองค์กรด้านการท่องเที่ยวในต่างประเทศ เช่น สมาคมผู้ประกอบการทัวร์ยุโรป และกลุ่มผู้กำหนดนโยบายท่องเที่ยวแคนาดา ชี้ว่าสถานการณ์นี้เกิดจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งความตึงเครียดทางการเมือง การคุมเข้มพรมแดน และความกังวลเรื่องความปลอดภัยในสหรัฐฯ เอง โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืน รายงานจาก The Independent ระบุว่า ยอดจองทริปไปสหรัฐฯ จากแคนาดาลดลงถึง 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากหันไปมองหาที่เที่ยวอื่นที่รู้สึกปลอดภัยหรือขั้นตอนไม่ยุ่งยากเท่า (The Independent) ข้อมูลล่าสุดจาก Tourism Economics คาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสหรัฐฯ จะลดลง 9% ในปี 2567 สวนทางกับที่อื่นทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัวหรือเติบโตขึ้นบ้างแล้ว (Forbes)
การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและการเมืองที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลสมัยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ รวมถึงวาทกรรมทางการเมืองในช่วงเลือกตั้งปัจจุบัน ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทาง สื่อท่องเที่ยวหลายสำนักในยุโรปต่างเน้นย้ำถึงความกังวลของนักท่องเที่ยวต่อกระแสชาตินิยมที่อาจรุนแรงขึ้น และการต้อนรับที่อาจไม่เป็นมิตรนักเมื่อเดินทางไปถึง สำนักข่าว Legit ยังระบุอีกว่า “มาตรการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด ภาษีศุลกากรที่ครอบคลุม และนโยบายชาตินิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเป็นปัจจัยลบสำหรับนักท่องเที่ยวชาวยุโรปจำนวนมากที่คิดจะไปสหรัฐฯ แต่ข้อมูลก็สะท้อนความจริงที่น่าใจหายว่า ยอดจองจากตลาดนักท่องเที่ยวหลักๆ เดิมกำลังซบเซาลง” (Legit)
สำหรับประเทศไทย แนวโน้มนี้อาจเป็นได้ทั้งความท้าทายและโอกาส สหรัฐอเมริกาถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษาหรือนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้นและความกังวลเรื่องความปลอดภัย นักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและนักเรียน อาจมองหาตัวเลือกอื่นแทนสหรัฐฯ เป็นอันดับแรกสำหรับการเดินทางไกล เจ้าหน้าที่จากแผนกส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ความเห็นว่า “เราพบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่ไปสหรัฐฯ ลดลงบ้าง โดยหลายคนเลือกที่จะเลื่อนหรือเปลี่ยนแผนการเดินทาง จุดหมายปลายทางอย่างออสเตรเลีย ยุโรป และญี่ปุ่น กลับได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะความปลอดภัยและขั้นตอนการเข้าเมืองที่สะดวกกว่า”
ในอดีต สหรัฐฯ มีเสน่ห์ดึงดูดคนไทยอย่างมาก ทั้งวัฒนธรรมป๊อปจากฮอลลีวูด แหล่งช้อปปิ้งเอาท์เล็ตยอดนิยม ทำให้แต่ละปีมีกรุ๊ปทัวร์ชาวไทยไปเยือนหลายพันคณะ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเป็นบ้านหลังใหญ่ของชุมชนไทยในต่างแดน ทำให้มีคนไทยเดินทางไปเยี่ยมญาติมิตรกันอยู่เสมอ แต่ถึงแม้คนไทยบางส่วนจะยังคงสนใจโปรแกรมซัมเมอร์คอร์สหรือการตรวจสุขภาพในสหรัฐฯ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่หันไปเลือกจุดหมายปลายทางที่ขั้นตอนเอกสารไม่ซับซ้อนและรู้สึกปลอดภัยกว่า
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าแนวโน้มนี้อาจยังคงอยู่ หากนโยบายของสหรัฐฯ ไม่ปรับเปลี่ยนให้เปิดกว้างและเป็นมิตรมากขึ้น นักวิเคราะห์ในแวดวงท่องเที่ยวเตือนว่า สหรัฐฯ เสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ในขณะที่การท่องเที่ยวทั่วโลกหลังโควิด-19 กำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว รายงานล่าสุดจาก CNN Travel ที่เจาะลึกประเด็นนักท่องเที่ยวล้นเมืองทั่วโลก ชี้ว่าในขณะที่หลายประเทศกำลังปวดหัวกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากเกินไป สหรัฐฯ กลับสวนกระแส โดยความสนใจจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง ในขณะที่ที่อื่นกำลังเผชิญแรงกดดันจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น (CNN)
ในระดับท้องถิ่น ผู้ที่เกี่ยวข้องในภาคการท่องเที่ยว ตั้งแต่ผู้จัดการโรงแรมในนิวยอร์กไปจนถึงไกด์นำเที่ยวในลอสแอนเจลิส ต่างได้รับผลกระทบถ้วนหน้า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสหรัฐฯ ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายสำนัก กล่าวว่า การหายไปของนักท่องเที่ยวต่างชาติส่งผลกระทบต่อปากท้องของพวกเขาโดยตรง ผู้บริหารบริษัทท่องเที่ยวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ The News International ว่า “เราหวังว่าจะฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดในปี 2567 แต่ยอดจองจากต่างชาติกลับสวนทางกับความต้องการในประเทศ ภาพลักษณ์ของ ‘อเมริกา’ เปลี่ยนไปแล้ว อย่างน้อยก็ในตอนนี้” (The News International)
ผลกระทบจากเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นทั้งต้นทางและปลายทางของนักท่องเที่ยว การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่าชื่อเสียงของประเทศและความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เจ้าหน้าที่ด้านการท่องเที่ยวของไทยกำลังใช้จังหวะนี้โปรโมตบรรยากาศที่น่าเที่ยวและสถิติด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งของประเทศ จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการทัวร์เอาท์บาวด์ หลายฝ่ายเห็นพ้องว่านี่เป็นโอกาสที่ไทยจะดึงดูดนักท่องเที่ยว ไม่เพียงแต่ชาวอเมริกันที่กำลังสองจิตสองใจ แต่ยังรวมถึงชาวยุโรปหรือแคนาดาที่กำลังมองหาที่เที่ยวใหม่ๆ สำหรับพักผ่อน
บริบททางวัฒนธรรมยิ่งทำให้ประเด็นนี้น่าสนใจ ประเทศไทยแตกต่างจากหลายประเทศตะวันตก ตรงที่ยังคงนโยบายเข้าเมืองที่ค่อนข้างเปิดกว้างและเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงมาตรการสุขภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความมั่นใจ ภายหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19 การเดินทางทั้งขาเข้าและขาออกของไทยฟื้นตัวเร็วกว่าคู่แข่งระดับโลกบางราย ซึ่งผู้แทนรัฐบาลระบุว่าเป็นผลมาจาก “ชื่อเสียงของไทยในฐานะสยามเมืองยิ้ม และนโยบายเชิงรุกในการต้อนรับนักท่องเที่ยว”
มองไปข้างหน้า นักวิเคราะห์แนะว่านักท่องเที่ยวและธุรกิจไทยควรมีมาตรการรับมือที่เหมาะสม สำหรับคนไทยที่ยังอยากไปสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางแนะให้วางแผนล่วงหน้าให้ดี เผื่อเวลาขอวีซ่า และติดตามข้อมูลคำแนะนำด้านความปลอดภัยล่าสุด ส่วนธุรกิจท่องเที่ยวไทย แนวโน้มนี้เป็นสัญญาณให้กระจายตลาดไปสู่ต่างประเทศให้หลากหลายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอเมริกาเหนือและยุโรป ที่อาจมองว่าความมั่นคงและการต้อนรับของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดึงดูดใจกว่าสหรัฐฯ ในตอนนี้
สำหรับครอบครัวไทยที่กังวล โดยเฉพาะผู้ที่ส่งบุตรหลานไปเรียนต่อต่างประเทศ ผู้เชี่ยวชาญแนะให้ปรึกษาหน่วยงานด้านการศึกษาอย่างใกล้ชิด และติดตามการเปลี่ยนแปลงนโยบายของสหรัฐฯ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทุกขั้นตอนราบรื่น และสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวม การมีกลยุทธ์การตลาดที่ยืดหยุ่น โดยเน้นความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และการต้อนรับอย่างจริงใจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดและรักษานักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
โดยสรุป ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญภาวะท่องเที่ยวฤดูร้อนซบเซาจากปัญหานโยบาย ความปลอดภัย และภาพลักษณ์ นักท่องเที่ยวและธุรกิจไทยสามารถใช้โอกาสนี้ทบทวนแผนการท่องเที่ยวและการตลาดสำหรับแหล่งท่องเที่ยวของตน ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย การดื่มด่ำกับความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวในไทย หรือการเดินทางไปยังดินแดนที่ไกลออกไป บทเรียนสำคัญคือ ในตลาดท่องเที่ยวโลกยุคนี้ ความปลอดภัย การเปิดใจกว้าง และความสะดวกสบาย คือสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเดิม
แหล่งข้อมูล: