บทความ The post-truth era and how science education keeps ignoring it   ในวารสาร Science ฉบับวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘   นำผมให้รู้จักคำว่ายุคหลังความจริงเป็นครั้งแรก    ยุคนี้เป็นยุคหลังความจริง ซึ่งหมายความว่าเป็นยุคที่ข้อมูลหลักฐานเสื่อมมนตร์ขลังต่อความเชื่อของผู้คน และต่อการเมือง 

ผมถาม ChatGPT ว่า  “ตามบทความ The post-truth era and how science education keeps ignoring it ในวารสาร Science ฉบับวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘ ความจริงหรือข้อมูลหลักฐานเสื่อมมนตร์ขลังในสังคมโลก และต่อการเมือง อย่างไร มีประเทศใดบ้างที่ความจริงยังมีอิทธิพลสูงต่อผู้คน เพราะอะไร สภาพนี้ในประเทศไทยเป็นอย่างไร”   ได้รับคำตอบดังนี้

“บทความ “The post-truth era and how science education keeps ignoring it” ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่ความจริงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กำลังสูญเสียอิทธิพลในสังคมโลก โดยเฉพาะในบริบททางการเมืองและสื่อสารมวลชน บทความนี้เน้นว่าการศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์ยังคงมุ่งเน้นที่เนื้อหาทางวิชาการโดยไม่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการประเมินข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่ข้อมูลเท็จแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

ความเสื่อมของความจริงในสังคมโลกและการเมือง

ในยุค “post-truth” ความจริงและหลักฐานมักถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ ความเชื่อส่วนบุคคล และการเล่าเรื่องที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา การใช้ข้อมูลเท็จและการบิดเบือนความจริงกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบข้อเท็จจริงถูกลดความสำคัญลง และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จผ่านสื่อสังคมออนไลน์ทำให้ประชาชนบางส่วนยอมรับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเป็นความจริง

ในรัสเซีย รัฐบาลได้ใช้กลยุทธ์การตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบปลอม (pseudo-factchecking) เพื่อสนับสนุนการโฆษณาชวนเชื่อและบิดเบือนความจริง เช่น การสร้างเว็บไซต์ “War on Fakes” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลที่สนับสนุนรัฐบาลและโจมตีฝ่ายตรงข้าม (Putin has a 'factchecking' operation, and so do other dictators - but they use them to twist the truth)

ประเทศที่ความจริงยังมีอิทธิพลสูง

แม้ว่าแนวโน้ม “post-truth” จะเกิดขึ้นทั่วโลก แต่บางประเทศยังคงรักษาความสำคัญของความจริงและหลักฐานไว้ได้ เช่น เยอรมนี ซึ่งในปี 2016 ได้ประกาศให้คำว่า “postfaktisch” (post-factual) เป็นคำแห่งปี เพื่อสะท้อนถึงความสำคัญของการรักษาความจริงในสังคม (Post-truth politics)

ในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าสื่อจะมีอิทธิพลต่อการเมือง แต่ยังคงมีความพยายามในการรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลและการรายงานข่าวที่เป็นกลาง

สถานการณ์ในประเทศไทย

ในประเทศไทย สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูล แต่ขาดการควบคุมและการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายได้ง่าย การศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์ยังคงเน้นที่การท่องจำและการสอบวัดผล มากกว่าการส่งเสริมทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการประเมินข้อมูล การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาให้เน้นการสอนที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การตั้งคำถาม และการประเมินข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อเตรียมเยาวชนให้พร้อมรับมือกับยุค “post-truth”

การส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ (media literacy) และการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ (science communication) ที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประชาชนสามารถแยกแยะข้อมูลที่ถูกต้องจากข้อมูลเท็จ และตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักฐานและเหตุผล”

นี่คือยุคที่ความมีวิจารณญาณและรู้เท่าทันสื่อมีความสำคัญยิ่ง   รวมทั้งกระบวนการในระบบการศึกษาต้องเตรียมเยาวชนให้รู้เท่าทันด้วย

วิจารณ์ พานิช

๓ พ.ค. ๖๘

ห้อง ๙๓๒ โรงแรมเชียงใหม่ออร์คิด