งานวิจัยล่าสุดจากวารสาร Journal of Exercise Science and Fitness ตีพิมพ์ผลการศึกษาที่น่าจะโดนใจคนไทยสายสุขภาพที่กำลังจัดโปรแกรมออกกำลังกายแบบผสมผสานทั้งเวทเทรนนิ่งและคาร์ดิโอ โดยฟันธงว่า หากเป้าหมายคือการปั้นกล้ามเนื้อพร้อมๆ กับรีดไขมันให้ได้ผลลัพธ์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ควรเริ่มต้นด้วยการยกเวทก่อน ตามด้วยการวิ่งหรือออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ งานวิจัยนี้ออกมาในช่วงที่กระแสรักสุขภาพและการออกกำลังกายกำลังมาแรงในบ้านเรา สอดรับกับสถานการณ์ที่ประเทศไทยยังคงต่อสู้กับปัญหาโรคอ้วนและกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อย่างเข้มข้น ผลการศึกษาชี้ชัดว่าลำดับการฝึกมีผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าไว้ พร้อมให้คำแนะนำที่จับต้องได้และนำไปปรับใช้ได้จริง ทั้งกับนักกีฬาตัวยงและคนทั่วไปที่เข้ายิมเป็นประจำ (T3, Yahoo! Lifestyle)
ไม่ว่าจะฟิตเนสเจ้าดังในกรุงเทพฯ หรือยิมท้องถิ่นในเชียงใหม่ ต่างก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่ใส่ใจสุขภาพ พยายามสร้างสมดุลระหว่างการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงกับการดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด แต่คำถามคาใจที่หลายคนยังถกเถียงกันไม่จบสิ้นก็คือ ควรจะวิ่งก่อนแล้วค่อยยกเวท หรือยกเวทก่อนแล้วค่อยวิ่งดี? งานวิจัยชิ้นล่าสุดนี้ได้คลายข้อสงสัยที่ค้างคาใจใครหลายคน โดยชี้ให้เห็นว่าลำดับการฝึกไม่ได้เป็นแค่เรื่องความชอบส่วนตัวอีกต่อไป แต่มันส่งผลต่อผลลัพธ์ทางร่างกายแบบเห็นๆ
การศึกษานี้ใช้เวลานาน 12 สัปดาห์ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นชายวัยผู้ใหญ่ที่มีภาวะน้ำหนักเกินจำนวน 46 ราย แบ่งออกเป็นสามกลุ่ม: กลุ่มแรก (CRE) เริ่มต้นการออกกำลังกายแต่ละเซสชั่นด้วยเวทเทรนนิ่งก่อนแล้วจึงตามด้วยคาร์ดิโอ, กลุ่มที่สอง (CER) ทำคาร์ดิโอก่อนแล้วค่อยยกเวท, และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ออกกำลังกาย ทั้งสองกลุ่มที่ออกกำลังกายนั้นใช้เวลาฝึกครั้งละหนึ่งชั่วโมง สามครั้งต่อสัปดาห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนร่างกาย การลดลงของไขมัน การเพิ่มขึ้นของกิจกรรมทางกาย และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตลอดช่วงเวลาการทดลอง (Yahoo! Lifestyle)
ผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว กลุ่มที่ออกกำลังกายทั้งสองกลุ่มต่างก็มีพัฒนาการด้านสุขภาพที่ดีขึ้นในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นความหนาแน่นของมวลกระดูก ความสามารถในการใช้ออกซิเจนสูงสุดของร่างกาย (VO2max) ระดับการทำกิจกรรมทางกาย และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการป้องกันโรคเรื้อรังที่คนไทยเผชิญกันอยู่บ่อยครั้ง แต่จุดที่น่าสังเกตคือ กลุ่มที่เริ่มต้นด้วยการยกเวทก่อนนั้นมีการพัฒนาความแข็งแรงสูงสุด (maximal strength) และความแข็งแรงแบบระเบิดพลัง (explosive strength) ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แถมยังลดไขมันในร่างกายได้มากกว่ากลุ่มที่เริ่มด้วยคาร์ดิโออย่างเห็นได้ชัด เชื่อกันว่าปรากฏการณ์นี้เกิดจากการที่คาร์ดิโออาจทำให้ร่างกายเกิดความอ่อนล้า ซึ่งจะไปบั่นทอนประสิทธิภาพในการฝึกเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ หากทำเป็นอย่างแรก
มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญสรุปตรงกันว่า การให้ความสำคัญกับการฝึกเวทเทรนนิ่งเป็นอันดับแรกจะช่วยยกระดับคุณภาพและความทุ่มเทในการฝึกแบบใช้แรงต้านโดยรวมให้สูงขึ้นได้ ข้อสรุปนี้ไปในทิศทางเดียวกับงานวิจัยระดับโลกหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่น ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Strength and Conditioning ซึ่งระบุว่าการเริ่มด้วยคาร์ดิโออาจเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความแข็งแรง (Journal of Strength and Conditioning) ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นในวงการฟิตเนสสากล และมอบแนวทางที่ใช้ได้ผลจริง อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่แค่ความเชื่อที่บอกต่อๆ กันมาปากต่อปากในยิม
ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้ยิ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของประเทศไทย ที่ซึ่งหน่วยงานด้านสาธารณสุขของประเทศกำลังรณรงค์อย่างหนักให้ประชาชนหันมาเพิ่มกิจกรรมทางกาย เพื่อรับมือกับสถิติโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง และเบาหวานชนิดที่ 2 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย แต่ก็พบแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผู้หญิงด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การรู้เทคนิคที่จะดึงประโยชน์สูงสุดจากการออกกำลังกายจึงกลายเป็นวาระสำคัญด้านสาธารณสุขไปโดยปริยาย (Thailand MOPH, World Health Organization Thailand) คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ได้รับอิทธิพลจากค่านิยมด้านความงามและสุขภาพทั้งจากฝั่งตะวันออกและตะวันตก ต่างก็ใฝ่ฝันที่จะมีรูปร่างที่ฟิตแอนด์เฟิร์มควบคู่ไปกับความแข็งแรงที่ใช้งานได้ในชีวิตจริง ซึ่งสะท้อนผ่านความนิยมของฟิตเนสบูติคเก๋ๆ ในกรุงเทพฯ และคอมมูนิตี้กีฬาต่างๆ ที่ผุดขึ้นทั่วประเทศ
ถึงกระนั้นก็ตาม ทีมผู้วิจัยยังคงย้ำว่าควรตีความผลการศึกษาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากงานวิจัยนี้ยังมีข้อจำกัดบางประการอยู่บ้าง เช่น กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดเป็นเพศชาย และขนาดกลุ่มตัวอย่างค่อนข้างเล็ก การศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคตที่ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างหลากหลายเพศและมีขนาดใหญ่ขึ้น จะช่วยให้เข้าใจได้ถ่องแท้ว่าผลลัพธ์เหล่านี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประชากรไทยในวงกว้างได้อย่างไร โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้หญิงและผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่หันมาสมัครสมาชิกฟิตเนสกันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี งานวิจัยชิ้นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ที่ช่วยเสริมความเข้าใจว่า ลำดับการออกกำลังกายควรถูกปรับให้สอดคล้องกับเป้าหมายของแต่ละบุคคล และการเริ่มต้นด้วยการฝึกแบบมีแรงต้านดูจะเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคนที่เน้นการสร้างความแข็งแรงและลดไขมัน
ผลการวิจัยนี้ยังเชื่อมโยงไปถึงรูปแบบการออกกำลังกายยอดฮิตในบ้านเราอย่างการเต้นแอโรบิกตามสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นภาพชินตาตามพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสวนลุมพินีใจกลางกรุง หรือลานกิจกรรมตามต่างจังหวัด การผนวกกิจกรรมแอโรบิกกลุ่มเหล่านี้เข้ากับการฝึกแบบมีแรงต้าน ไม่ว่าจะทำในยิม ใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ที่บ้าน หรือแม้กระทั่งการฝึกด้วยน้ำหนักตัว (บอดี้เวท) ก็สามารถช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับประโยชน์ที่ยืนยันด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ขอเพียงแค่เริ่มต้นด้วยการฝึกความแข็งแรงเป็นอันดับแรก
มองไปข้างหน้า งานวิจัยชิ้นนี้มีแนวโน้มที่จะส่งอิทธิพลต่อแนวทางการฝึกสอนนักกีฬาทีมชาติ การจัดการเรียนการสอนวิชาพละในโรงเรียนมัธยม ตลอดจนคลาสออกกำลังกายทั่วไปในประเทศไทย เมื่อพิจารณาถึงจำนวนคนไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (ตัวอย่างเช่น งานบางกอกมาราธอน และอีเวนต์วิ่งการกุศลมากมาย) ประกอบกับคอมมูนิตี้ยกน้ำหนักและครอสฟิตที่ขยายตัวไม่หยุด คำแนะนำที่ตั้งอยู่บนฐานของหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นจึงยิ่งทวีความสำคัญในการกำหนดมาตรฐานการฝึกซ้อมและแนวทางการรณรงค์ด้านสาธารณสุข
สำหรับคนไทยที่อยากนำเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้ได้จริง หากเป้าหมายหลักของคุณคือการสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นพร้อมกับเบิร์นไขมันส่วนเกิน ก็ควรวางแผนการออกกำลังกายโดยเริ่มจากเซสชั่นเวทเทรนนิ่งก่อน แล้วค่อยตามด้วยคาร์ดิโอ คำแนะนำนี้ใช้ได้ผลดีไม่ว่าคุณจะตั้งเป้าเพื่อสุขภาพองค์รวมที่ดีขึ้น ปั้นหุ่นให้เป๊ะปัง หรือเสริมสร้างสมรรถภาพทางกีฬาให้เหนือกว่าเดิม สำหรับมือใหม่หัดยก การเริ่มต้นด้วยท่าบอดี้เวทพื้นฐาน (เช่น สควอท วิดพื้น) ก่อนจะไปเดินเร็วหรือจ็อกกิงเบาๆ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจได้ไม่ยาก ส่วนสายยิมตัวยงที่มีโปรแกรมฝึกสุดเข้มข้นอยู่แล้ว การลองสลับลำดับการฝึกดูบ้าง ก็อาจจะช่วยปลดล็อกผลลัพธ์ที่ดียิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้
ในยุคที่วัฒนธรรมฟิตเนสเริ่มฝังรากลึกในสังคมไทย และการออกกำลังกายแบบอิงหลักวิทยาศาสตร์ได้รับการยอมรับและเข้าใจในวงกว้างมากขึ้น ทั้งคนรักสุขภาพทั่วไปและเหล่าเทรนเนอร์มืออาชีพจึงจำเป็นต้องอัปเดตข้อมูลความรู้และงานวิจัยใหม่ๆ อยู่เสมอ การปรึกษาผู้ฝึกสอนส่วนบุคคลที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเพื่อขอคำแนะนำเฉพาะบุคคลเป็นสิ่งที่ควรทำ เช่นเดียวกับการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการอบรมหรือสัมมนาที่จัดขึ้นโดยสถาบันการศึกษาและองค์กรกีฬาต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับกลยุทธ์การฝึกที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด
สำหรับผู้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำด้านฟิตเนสที่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม สามารถอ่านรายละเอียดจากรายงานต้นฉบับได้ที่ T3 และ Yahoo! Lifestyle