งานวิจัยใหม่แกะกล่องชี้ว่า การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยเพิ่มระดับวิตามินดีในร่างกายได้แบบธรรมชาติ นับเป็นอีกทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจสำหรับการดูแลโภชนาการและสุขภาพกระดูก ผลวิจัยนี้อาจพลิกโฉมคำแนะนำด้านสุขภาพ และอาจส่งผลดีต่อคนไทยไม่น้อย โดยเฉพาะบ้านเราที่แดดเปรี้ยง แต่คนส่วนใหญ่กลับยังขาดวิตามินดีกันอยู่จนน่าแปลกใจ
วิตามินดีสำคัญสุดๆ กับความแข็งแรงของกระดูก การทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวมที่ดี ปกติแล้ว เราจะได้รับวิตามินดีจากแสงแดด และอาหารบางอย่าง เช่น ปลา ไข่ และผลิตภัณฑ์ที่เสริมวิตามินเข้าไป อย่างไรก็ตาม ถึงเมืองไทยจะมีแดดแรงกล้า ผลสำรวจสุขภาพระดับชาติโดยกระทรวงสาธารณสุขกลับพบว่า พนักงานออฟฟิศในไทยมากถึง 77% ยังคงขาดวิตามินดี ส่วนใหญ่ก็เพราะใช้ชีวิตติดแอร์ในตึก และกลัวแดดกัน ไม่ว่าจะกังวลเรื่องมะเร็งผิวหนัง หรืออยากผิวขาวใสตามค่านิยม
ล่าสุด มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์และรายงานข่าวโดยบีบีซี นิวส์ ออกมาตอกย้ำว่า การขยับเขยื้อนร่างกายช่วยแก้ปัญหาวิตามินดีพร่องได้ งานวิจัยชิ้นนี้ทำโดยทีมนักวิจัยจากหลายชาติ โดยได้ติดตามดูระดับวิตามินดีควบคู่ไปกับพฤติกรรมการออกกำลังกายของกลุ่มตัวอย่าง ผลลัพธ์คือ พอเวลาผ่านไป กลุ่มที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็วเป็นประจำ มีระดับวิตามินดีสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ที่เด็ดกว่านั้นคือ วิตามินดีเพิ่มขึ้นแม้ในกลุ่มที่ไม่ได้ออกไปตากแดดมากขึ้นเท่าไหร่ด้วยซ้ำ ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า การออกกำลังกายเองอาจไปกระตุ้นให้ร่างกายนำวิตามินดีที่เก็บไว้มาใช้ หรือช่วยเรื่องการเผาผลาญอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
คณะผู้วิจัย ซึ่งมาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกหลายแห่ง ให้ทัศนะว่าการไหลเวียนเลือดและอัตราการเผาผลาญที่สูงขึ้นจากการออกกำลังกาย อาจช่วยเพิ่มการสังเคราะห์หรือปลดปล่อยวิตามินดีในร่างกาย หนึ่งในทีมวิจัยให้ความเห็นว่า “ผลวิจัยของเราชี้ให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการขยับร่างกายกับกลไกการจัดการวิตามินดีในร่างกาย ซึ่งก่อนหน้านี้อาจถูกมองข้ามไป และอาจส่งผลต่อสุขภาพของคนหมู่มากได้” ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซี นิวส์ ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นๆ ก็ย้ำว่า แม้แสงแดดจะยังคงเป็นแหล่งวิตามินดีที่สำคัญ แต่ “การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำอาจเป็นอีกวิธีที่ปลอดภัยในการช่วยเสริมระดับวิตามินดี” ซึ่งถือเป็นความหวังของคนทั่วโลก รวมถึงประเทศในแถบร้อนชื้นอย่างเราด้วย
สำหรับบ้านเรา ผลวิจัยนี้ยิ่งสำคัญ วิถีชีวิตคนเมืองกรุงฯ ส่วนใหญ่ได้ออกไปเจอแดดแค่ตอนเดินทางไปทำงานหรือไปเรียนเท่านั้น แถมเมืองที่ขยายตัวเร็วบวกกับปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ก็ยิ่งทำให้คนไม่อยากออกไปข้างนอก ไม่นับค่านิยมผิวขาวที่บูมมากในบ้านเรา เห็นได้จากตลาดครีมผิวขาวที่โตเอาๆ ทำให้หลายคนเลี่ยงแดดสุดฤทธิ์ แถมยังใส่เสื้อผ้ามิดชิดถึงจะออกไปแป๊บเดียวก็ตาม ปัจจัยทั้งหมดนี้ส่งผลให้คนไทยขาดวิตามินดีกันเยอะ จนน่าตกใจว่าพอๆ กับประเทศเมืองหนาวที่แทบไม่เห็นแดดเลยทีเดียว ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่นอย่างเดอะ เนชั่น ไทยแลนด์
งานวิจัยชิ้นนี้จึงชี้ช่องทางแก้ปัญหานี้ แค่หันมาออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น เดินทุกวัน ปั่นจักรยาน หรือเล่นกีฬาไทยๆ อย่างตะกร้อ ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ก็ช่วยให้คนไทยรักษาระดับวิตามินดีได้ โดยไม่ต้องถึงกับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหรือต้องไปตากแดดเพิ่มมากมาย ดังที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับจังหวัดเคยให้ข้อมูลไว้ในรายงานของบางกอกโพสต์ก่อนหน้านี้ว่า พื้นที่ออกกำลังกายที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัยทั้งในเมืองและชนบทนั้นสำคัญมาก รวมถึงความพยายามของภาครัฐในการส่งเสริมให้คนแอคทีฟมากขึ้นผ่านสวนสาธารณะและโครงการออกกำลังกายในโรงเรียน
แน่นอนว่าการออกกำลังกายไม่ได้ดีแค่เรื่องวิตามินดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์และสาธารณสุขในไทยต่างก็รณรงค์ให้คนขยับร่างกายกันเป็นประจำ เพื่อลดความเสี่ยงโรคฮิตอย่างเบาหวาน ความดันสูง และโรคหัวใจหลอดเลือด ที่นับวันยิ่งมีคนเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วประเทศ (ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย)
ผู้เชี่ยวชาญแนะว่า ต่อไปนี้เราควรมองการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร คือยังคงเอ็นจอยกับการกินอาหารไทยหลากหลาย รับแดดพอประมาณ และที่สำคัญสุดๆ คือ ขยับตัวให้มากขึ้นในชีวิตประจำวัน สำหรับชาวออฟฟิศหรือน้องๆ นักเรียนนักศึกษาที่วันๆ อยู่แต่ในตึก แค่หากิจกรรมง่ายๆ ทำเพิ่ม เช่น เดินเล่นช่วงพักเที่ยง เล่นกีฬาหลังเลิกเรียน หรือปั่นจักรยานไปตลาดแถวบ้าน ก็เห็นผลดีต่อสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาวแล้ว
อย่างที่งานวิจัยใหม่นี้ชี้ให้เห็น คนไทยเรามีทางเลือกในการดูแลตัวเองให้แข็งแรง ภูมิคุ้มกันดี มากขึ้นกว่าเดิม การลุกมาออกกำลังกาย ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพดี หุ่นเฟิร์มเท่านั้น แต่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการรักษาระดับวิตามินดีให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพด้วย