งานวิจัยชิ้นใหม่เผย แค่เรียนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์เพียงวิชาเดียวสมัยมัธยมปลาย ก็ช่วยดันรายได้เด็ก Gen Z ให้พุ่งขึ้นถึง 8% ไม่ว่าจะไปทำงานสายไหนก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ที่ Fortune เพิ่งหยิบมาตีแผ่ ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของความรู้ดิจิทัลทั้งในแง่เศรษฐกิจและสังคม ในยุคที่ใครๆ ก็ต้องการคนมีสกิลเทคโนโลยี

สำหรับบ้านเราที่ผู้กำหนดนโยบายและคนในแวดวงการศึกษากำลังหัวหมุนหาทางเตรียมเด็กไทยให้พร้อมรับมือตลาดงานยุคใหม่ที่พลิกผันไว ผลวิจัยนี้ถือเป็นหมัดเด็ดหนุนการปฏิรูปหลักสูตร ดันวิทยาการคอมพิวเตอร์ขึ้นเป็นวิชาหลัก ยิ่งมองในมุมเศรษฐกิจยิ่งชัดเจน เพราะเด็กไทยกำลังโตมาในยุคที่การแข่งขันดุเดือดทั่วโลก แถมระบบอัตโนมัติก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นทุกที ไหนจะเป้าหมายประเทศที่กำลังมุ่งสู่เศรษฐกิจดิจิทัลตามแผนประเทศไทย 4.0 อีก (fortune.com)

งานวิจัยนี้ตามดูชีวิตหลังเรียนจบของเด็ก Gen Z หลายพันคน เทียบกันชัดๆ ระหว่างกลุ่มที่เคยลงเรียนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างน้อยหนึ่งตัวตอนมัธยมปลาย กับกลุ่มเพื่อนที่ไม่ได้เรียน ผลออกมาว่า กลุ่มที่เรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์มีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าอีกกลุ่มถึง 8% ต่อให้ไม่ได้ไปทำงานสายไอทีหรือวงการที่เกี่ยวข้องกันตรงๆ ก็ตาม นี่มันชี้ให้เห็นเลยว่า สกิลดิจิทัลกำลังจะกลายเป็นทักษะพื้นฐานที่เอาไปปรับใช้ได้สารพัด และเป็นที่ต้องการในทุกวงการ ตั้งแต่ธุรกิจ การเงิน ไปจนถึงสุขภาพและการผลิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับโลกที่งานวิจัยอ้างถึง ชี้ว่าที่รายได้ดีกว่าก็เพราะวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์มันช่วยเสริมทั้ง “ความคล่องตัวในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชีวิตประจำวันและความสามารถแก้ปัญหา” อาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่งในสหรัฐฯ ที่ถูกอ้างถึงในรายงาน ก็เสริมว่าวิชานี้ไม่ได้ปั้นเด็กให้เป็นโปรแกรมเมอร์อย่างเดียว แต่ยังช่วยให้พวกเขา “คิดเป็นระบบแบบอัลกอริทึม และแก้ปัญหาในชีวิตจริงได้อย่างมีสเต็ป” ซึ่งเป็นสกิลที่นายจ้างในสารพัดอุตสาหกรรมมองหา (ดูเพิ่มเติมที่ Brookings)

สำหรับบ้านเราที่ความรู้ดิจิทัลยังไม่ทั่วถึง แถมการเข้าถึงการศึกษาด้านสะเต็ม (STEM) ดีๆ ก็ยังเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท “ผลตอบแทนจากดิจิทัล” แบบนี้น่าสนใจสุดๆ ผลสอบระดับชาติก็ฟ้องอยู่ตลอดว่าเด็กไทยยังด้อยกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาคทั้งวิทย์ทั้งคณิต (unesco.org) แถมโรงเรียนมัธยมหลายแห่งในไทย โดยเฉพาะที่อยู่ไกลๆ ยังขาดทั้งอุปกรณ์และครูเก่งๆ ที่จะมาสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์แบบเจาะลึก

หลายปีมานี้ กระทรวงศึกษาธิการก็พยายามแก้เกมนี้อยู่เหมือนกัน โดยเริ่มโครงการนำร่องสอนสกิลดิจิทัลในโรงเรียนมัธยมปลายและอาชีวะ เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาท่านหนึ่งเคยให้ความเห็นไว้ว่า “เด็กไทยทุกคนควรได้เรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นทักษะหลัก ไม่ใช่เป็นแค่วิชาเลือกของคนไม่กี่กลุ่ม” โครงการดีๆ อย่าง Thai Coding Club และ Digital Literacy for All ก็พยายามจะเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงได้มากขึ้น แต่การจะขยายผลให้ครอบคลุมทั้งประเทศยังเป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันอีกยาว

เมื่อก่อนโรงเรียนไทยส่วนใหญ่มองว่าวิชาคอมพิวเตอร์เป็นแค่วิชาเลือกหรือกิจกรรมเสริม เน้นสอนใช้คอมพ์พื้นฐาน มากกว่าจะลงลึกเรื่องการคิดเชิงคำนวณหรือเขียนโปรแกรมจริงๆ จังๆ แต่พอ AI และเครื่องมือดิจิทัลแทรกซึมเข้ามาในทุกอณูของการทำงาน ตั้งแต่เกษตร ขนส่ง ไปจนถึงงานครีเอทีฟ หลายคนก็เริ่มเห็นตรงกันว่าวิธีคิดแบบเดิมๆ มันเอาท์ไปแล้ว ตัวแทนจากวงการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีท่านหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า “บรรดานายจ้างต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากได้คนที่ปรับตัวเก่งและรู้เรื่องดิจิทัล ไม่ใช่แค่ในสายไอทีนะ แต่ทุกตำแหน่งเลย การสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เด็กๆ จะช่วยให้เด็กไทยเราได้เปรียบ”

ผลวิจัยนี้ก็ไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์โลก อย่างในอเมริกา ก็เริ่มมีการสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์เป็นวิชาบังคับตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงมัธยมปลาย (K-12) มากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแผนปฏิบัติการการศึกษาดิจิทัลของสหภาพยุโรปก็ตั้งเป้าว่าจะต้องมีทักษะเหล่านี้ในทุกหลักสูตรภายในปี 2027 งานวิจัยจากราชสมาคมแห่งสหราชอาณาจักร (Royal Society) ก็ชี้ไปทางเดียวกันว่า การได้เรียนคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เด็กๆ เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้และโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้น เพราะมองว่าสกิลดิจิทัลนี่แหละคือความรู้พื้นฐานยุคใหม่ (Royal Society)

แต่แน่นอนว่าการจะทำให้เป็นจริงได้ก็ไม่ง่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาของไทยออกมาเตือนว่า ถ้าจะดันวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ให้ได้เรียนกันทั่วประเทศจริงๆ ต้องลงทุนอีกเยอะ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอย่างอินเทอร์เน็ตแรงๆ อุปกรณ์ทันสมัย รวมถึงโครงการอบรมครูครั้งใหญ่ เพราะครูหลายคนยังขาดทั้งความมั่นใจและความรู้ลึกๆ เรื่องโค้ดดิ้งและการคิดเชิงคำนวณ การจับมือกับภาคเอกชนและใช้แพลตฟอร์มเรียนรู้ออนไลน์อาจจะพอช่วยลดช่องว่างตรงนี้ได้บ้าง

มองไปข้างหน้า เหตุผลทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมที่จะหนุนให้ทุกคนต้องได้เรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้นทุกที การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่กำลังโหมกระหน่ำทั่วไทย ยิ่งเร่งเครื่องด้วยวิกฤตโควิด-19 และการทำงานจากบ้านที่กลายเป็นเรื่องปกติ ยิ่งทำให้ความต้องการคนมีความรู้ดิจิทัลพุ่งสูงขึ้นในทุกระดับ การเอาระบบการศึกษาไทยมาผูกกับวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จะช่วยการันตีได้ว่าเด็กรุ่นใหม่ของเราจะพร้อมลุย ไม่ใช่แค่ในวงการเทคโนโลยีสุดล้ำ แต่รวมถึงทุกสายงานในโลกดิจิทัลด้วย

สำหรับผู้ปกครองและคนวางนโยบาย ข้อคิดที่เอาไปใช้ได้จริงนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง คือ การส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์อย่างน้อยสักวิชาเดียว ก็สามารถสร้างประโยชน์ระยะยาวที่คุ้มค่ามหาศาล ไม่ว่าพวกเขาจะฝันอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ หมอ หรือเจ้าของกิจการก็ตาม ส่วนเด็กไทยทุกคน นี่อาจเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นที่สุดที่จะเปิดใจรับวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเรียนรู้ เพราะมันไม่ใช่แค่การลงทุนเพื่อความรู้ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงและรุ่งโรจน์ของตัวเอง

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากร่วมสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัลในโรงเรียนไทย สามารถเข้าไปดูได้ที่ Code.org และ พอร์ทัลการเรียนรู้ดิจิทัลของกระทรวงศึกษาธิการ