ปัจจุบัน “ครูขี้เกียจ”, "ครูยถากรรม", "ครูวิปริต", "ครูบ้าทำผลงาน", "ครูบ้าอำนาจ" มีมากขึ้นทุกวัน ซึ่งสภาพ-อาการเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงเรื่องส่วนตัวของครูคนใดคนหนึ่งเหมือนในอดีต แต่...กลายเป็น “เอกลักษณ์-อัตลักษณ์" ที่เป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกันในหน่วยงานการศึกษาอย่างถูกต้องไปแล้ว
ในสถานศึกษา ครูบางคนไม่เตรียมการสอน ไม่ตั้งใจสอนให้รู้เรื่อง ไม่ใส่ใจนักเรียนจะเรียนหรือไม่ ไม่แม้แต่จะรู้จักนักเรียนในห้องเรียนที่ตนเองรับผิดชอบ แต่ยังคงอยู่ในสถานศึกษาอย่าง “ไม่มีอะไรมาส่งผลเสียต่อการเลื่อนขั้น-เพิ่มเงินเดือน” เพราะพวกเขาทำตาม "ผู้บริหารสั่ง" และ ‘ขยันทำเอกสาร-แฟ้มให้ครบตามมาตรฐาน-ตัวชี้วัด"
ในหน่วยงานการจัดการศึกษา เช่น สพป.,สพม., สอศ., แม้ ศน. ก็เช่นเดียวกัน
ทุกคนมุ่งทำตามที่ "ผู้บริหารสั่ง" และ ‘ขยันเก็บข้อมูล, ทำเอกสาร-แฟ้มให้ครบตามมาตรฐาน-ตัวชี้วัด" เพราะมันมีผลต่อการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน ไม่มีใครจะตระหนักที่จะช่วยกันมุ่งพัฒนาเด็กนักเรียน นักศึกษาให้มีความรู้ความสามารถในการศึกษาต่อ หรือไปประกอบอาชีพ และมีทักษะชีวิตในการดำรงชีวิตอย่างจริงจังเลย
ทั้งหมดที่กล่าวมา "มันเป็นแค่อาการ หรือสภาพของปัญหา ไม่ใช่สาเหตุของปัญหา" เพราะการที่จะทำให้ “ครูขี้เกียจ”, "ครูยถากรรม", "ครูวิปริต", "ครูบ้าทำผลงาน", "ครูบ้าอำนาจ" เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้น เช่น ขยันสอน ขยันเอาใจใส่เด็ก ด้วยจิตสำนึกของตัวคนเหล่านั้น มันเป็นเรื่องยาก ถ้าไม่มีแรงจูงใจที่สูงส่ง หรือปณิธานอุดมคติที่จริงจังก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลย
แต่...การทำให้ “ครูขี้เกียจ”, "ครูยถากรรม", "ครูวิปริต", "ครูบ้าทำผลงาน", "ครูบ้าอำนาจ" เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นได้ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้ ถ้าเรามีการกำกับ ควบคุม ติดตาม ประเมินผลของครูอย่างจริงจังเป็นระบบ ด้วยจิตสำนึกของ "ผู้บริหาร หรือผู้บังคับบัญชา" ที่เห็นแก่ประโยชน์ต่อเด็ก ต่อสังคมอย่างแท้จริง จนกระทั่งทำให้“ครูขี้เกียจ”, "ครูยถากรรม", "ครูวิปริต", "ครูบ้าทำผลงาน", "ครูบ้าอำนาจ" ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำงาน ตามหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด
สรุปกันง่ายๆ การศึกษาที่มีประสิทธิภาพ หรือคุณภาพที่แท้จริง ไม่ใช่จากครู แต่...ต้องมาจาก "วุฒิภาวะ" ของผู้นำ หรือผู้บริหารที่มีคุณธรรม หรือ จิตวิญญาณความรักชาติ รักแผ่นดินอย่างจริงจัง ด้วยการ "เอาจริง"
เมื่อ..."ผู้บริหาร" ทุกระดับของหน่วยงานการจัดการศึกษารับผิดชอบ ตระหนักเห็นอนาคตของสังคมอยู่ที่คุณภาพของเยาวชน ก็ย่อมสามารถกำกับ ควบคุมการทำงานของครูให้เป็นระบบมีมาตรฐาน คอยกระตุ้นและให้ขวัญกำลังใจครูบ่อยๆ ช่วยเหลือสนับสนุนครูที่ทำงานอย่างเป็นระบบ มีคุณภาพ ด้วยการ "มุ่งเน้น - ดูผลลัพธ์ ผลผลิต ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน" เป็นหลัก ไม่ใช่มุ่งเน้นดูแต่เอกสาร หรือคลิปวีดิโอ เป็นหลัก
ถ้า...ผู้บริหารทุกระดับ "เอาจริง" ต่อการกำกับ ควบคุม จนผลลัพธ์ ผลผลิต ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับเขต ระดับชาติดีขึ้น เราจะไม่มีวันเห็นครู ค.ศ.3, ครู ค.ศ. 4 เต็มโรงเรียน แต่ผลการทดสอบระดับเขต ระดับชาติ ระดับสากลกลับมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าครึ่งทุกวิชาหรอก
ดังนั้น...ครู ผู้บริหาร และ กคกศ. ต้องสามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ว่า “วิทยฐานะของครูหรือผู้บริหารนั้นได้มาเพราะผลงาน หรือความสามารถทางวิชาการ ที่สะท้อนว่าครู-ผู้บริหารทำจริง เก่งจริง หรือว่าได้มาจากการจ้างคนอื่นเขียนให้?”
เพราะมีหลักฐานมากมายทั้งตัวบุคคล ในเพจของเฟซบุ๊คที่ยืนยันว่า ครู-ผู้บริหารจำนวนมาก ใช้เงินจ้างทำผลงาน รูปเล่ม หรือแฟ้มเอกสารสวยงามด้วยฝีมือของมืออาชีพ บางสถานศึกษาที่ผมเคยไปตรวจเยี่ยม และประเมิน มีครู ค.ศ.3 หลายคน แต่...นักเรียน “อ่านไม่ออก เขียนไม่คล่อง" และ "ผลการทดสอบทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 20"
ในทัศนะของผม วิทยฐานะควรเป็น "หลักฐานยืนยันความสามารถ” ที่สะท้อน "ความรู้ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะของนักเรียน" ไม่ใช่ “วิทยฐานะที่เน้นดูแต่เอกสาร หลักฐานการทำงาน แต่ไม่เคยสนใจผลผลิต ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน”
การสร้าง "ระบบการเลื่อนวิทยฐานะด้วยหลักฐานเอกสารที่ครูจัดทำขึ้น" โดยไม่นำ "ผลการทดสอบแห่งชาติ ผลการทดสอบระดับเขต ผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัย" เป็นตัวตั้ง เท่ากับเรา "สร้างระบบ" ให้ "ครูขี้เกียจ”, "ครูยถากรรม", "ครูวิปริต", "ครูบ้าทำผลงาน", "ครูบ้าอำนาจ" เอาตัวรอดได้ แถมยังได้ดิบได้ดี ได้รับรางวัลด้วยแฟ้ม ด้วยเอกสาร หลักฐานที่จัดทำขึ้นจากมืออาชีพที่รับจ้างทำให้ อย่างนั้นหรือ ?
เรากำลัง "สร้างระบบ" ที่ไม่สนใจว่า “คุณภาพเด็กเป็นอย่างไร” แต่กลับพอใจแค่ “รายงานผลการดำเนินงานตามมาตรฐาน-ตัวชี้วัด(KPI)" ให้หน่วยงานระดับเขต ระดับกรม ระดับกระทรวงพอใจเท่านั้น การทำแบบนี้ ต่อไปในอนาคตเท่ากับเรา "ปลูกฝังความปลิ้นปล้อน-ตลบแตลง-มายาสาไถย (ตอแหล)" ให้เป็นสิ่งถูกต้อง-ปกติวิสัยในการทำงาน และในที่สุดก็กลายเป็น "วัฒนธรรมองค์กร" ที่ทุกคนรับรู้ รับทราบ
ครูที่ทำงานด้วยหลักการ หรือด้วยอุดมคติ หรือทำงานที่หวังผลเพื่อนักเรียน ในวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ จะกลายเป็น "ตัวก่อกวน-ตัวป่วน” ทันที แล้วผลที่เกิดขึ้น ก็คือ ความหายนะของสังคม ความหายนะของประเทศชาติ
ซึ่งในปัจจุบัน เราก็เห็นเชิงประจักษ์แล้วว่าเราได้สร้างนักเรียนที่ไร้คุณภาพไร้ประสิทธิภาพ ไร้จริยธรรมคุณธรรมมากขึ้นทุกวัน ด้วยฝีมือระบบที่ทำให้ครูไร้คุณภาพ ไร้ประสิทธิภาพ
ถ้าเยาวชนเติบโตมากับระบบการศึกษาที่ส่งเสริม "ครูขี้เกียจ”, "ครูยถากรรม", "ครูวิปริต", "ครูบ้าทำผลงาน", "ครูบ้าอำนาจ" ไม่ชอบสอน ไม่ชอบเอาใจใส่นักเรียน ไม่ชอบพัฒนานักเรียน แต่กลับได้ดี ได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งทุกปี แล้วในอนาคตล่ะ คุณภาพเยาวชน คุณภาพสังคมจะเป็นเช่นไร ?
ไม่คิดจะห่วงใย เอื้ออาทรบ้างหรือ ?
แค่ทำให้ "ผู้บริหารการศึกษา" ทุกระดับ ได้รับการลงโทษ จากการ "ไม่เอาจริง" ในการกำกับ ควบคุม ติดตามการทำงานของครูให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ เป็นระบบ ได้มาตรฐาน และการสอนของครูให้เป็นไปตามหลักสูตรบ้าง
อย่ามัวคิดแต่ "ปฏิรูปครู", "ปฏิรูปหลักสูตร" เท่านั้นสิ !!!!!
หัด "ปฏิรูป-ปฏิวัิติ ผู้บริหาร" ให้ทำงาน รับผิดชอบ ถูกลงโทษบ้างนะ !!!
ดีใจที่ได้เห็นผลงาน ความคิดความอ่าน โดยเฉพาะแง่มุมการจัดการศึกษาที่เฉียบคมของอาจารย์อีกครั้งครับ
ธนิตย์ สุวรรณเจริญ