งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยอุปซอลา ประเทศสวีเดน เผย เพียงอดนอนแค่คืนละ 4 ชั่วโมง ติดต่อกันแค่ 3 คืน ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติของคนรุ่นใหม่หรือคนที่ทำงานเป็นกะไปแล้ว ก็อาจทำให้สารชีวภาพในเลือดที่เป็นตัวบ่งชี้ความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคตพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน ที่น่าห่วงคือ ภัยนี้พบได้แม้ในชายหนุ่มสุขภาพดีที่อดนอนเพียงช่วงสั้นๆ เรื่องนี้จึงชวนให้ฉุกคิดถึงสุขภาพของคนไทยในยุคที่ชีวิตกลางคืนและการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงกลายเป็นเรื่องชินชา โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ

สำหรับในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็นการทำงานโต้รุ่ง การอ่านหนังสือเตรียมสอบ หรือแม้แต่เสียงรบกวนในเมืองใหญ่ ก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้นอนไม่พอได้ทั้งนั้น งานวิจัยชิ้นนี้จึงเหมือนเป็นการตอกย้ำปัญหาสุขภาพระดับชาติ เนื่องจากปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดคือสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนไทย โดยข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้กว่า 12% (อ่านเพิ่มเติม) กลุ่มเสี่ยงสูงคือชาวเมือง คนทำงานรุ่นใหม่ และผู้ที่ทำงานเป็นกะ ซึ่งสอดคล้องกับกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยของสวีเดน

การทดลองนี้ดำเนินการในห้องปฏิบัติการที่มีการควบคุมปัจจัยต่างๆ อย่างเข้มงวด ผู้วิจัยคัดเลือกชายหนุ่มสุขภาพดี 16 คน ที่มีน้ำหนักตัวตามเกณฑ์และมีพฤติกรรมการนอนปกติ ให้เข้าร่วมการทดลองสองช่วง ช่วงแรก กลุ่มตัวอย่างได้นอนเต็มอิ่มคืนละ 8 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 คืนติดต่อกัน ส่วนอีกช่วงหนึ่งให้พักผ่อนเพียงคืนละ 4 ชั่วโมงเป็นเวลา 3 คืนเท่ากัน โดยทั้งสองช่วงมีการควบคุมอาหารและกิจกรรมเหมือนกัน จากนั้นจึงตรวจเลือดก่อนและหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก เพื่อตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนในเลือดราว 90 ชนิด ที่สัมพันธ์กับการอักเสบและปัญหาหัวใจ

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นชัดเจน หลังอดนอนเพียง 3 คืน ระดับโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ภาวะหัวใจล้มเหลวและโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ดูรายละเอียด) หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุปซอลา ระบุว่า “เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่โปรตีนซึ่งเปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยเหล่านี้ ซึ่งปกติจะพบในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะโรคหัวใจอยู่แล้ว กลับมีระดับสูงขึ้นในชายหนุ่มสุขภาพดีเพียงเพราะขาดการพักผ่อนไม่กี่คืน”

แม้การออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มโปรตีนบางชนิดที่ดีต่อหัวใจได้บ้าง แต่ก็ไม่อาจลบล้างผลกระทบด้านลบจากการอดนอนได้ทั้งหมด “ข้อค้นพบของเราชี้ชัดว่าการนอนหลับพักผ่อนและการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป ไม่สามารถนำสิ่งหนึ่งมาทดแทนอีกสิ่งหนึ่งได้” ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุปซอลากล่าวเสริม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่ชี้ให้เห็นว่า การออกกำลังกายในช่วงที่ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจยิ่งเป็นการเพิ่มภาระให้กับเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจอีกด้วย

ประเด็นนี้นับว่าสอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบันอย่างยิ่ง ข้อมูลการสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติและผลงานวิจัยในไทยหลายชิ้นชี้ว่า คนไทยมากถึง 60% ประสบปัญหานอนหลับไม่เพียงพอ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และกลุ่มอาชีพที่ต้องทำงานเป็นกะ เช่น พนักงานโรงแรม พนักงานขนส่ง บุคลากรทางการแพทย์ (อ่านเพิ่มเติม) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจจากโรงพยาบาลรัฐชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าการออกกำลังกายอย่างหนักหลังอดนอนจะช่วยชดเชยกันได้ แต่งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้สนับสนุนความคิดดังกล่าว สุขภาพหัวใจที่ดีนั้นต้องการทั้งการพักผ่อนที่เพียงพอและการออกกำลังกายที่เหมาะสมควบคู่กันไป”

ทั้งระบบการศึกษาและค่านิยมในสังคมไทยที่ยกย่องการทำงานหามรุ่งหามค่ำหรือการอ่านหนังสือจนดึกดื่น กำลังกลายเป็นกับดักสุขภาพโดยไม่รู้ตัว จะเห็นได้จากการตลาดของร้านกาแฟที่เปิดให้นั่งติวหนังสือได้ทั้งคืน รวมถึงบริการต่างๆ ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งดูเหมือนจะสนับสนุนให้ผู้คนยอมสละสุขภาพเพื่อแลกกับสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จ” (Bangkok Post) ทว่า ข้อมูลล่าสุดชี้ชัดว่าการอดนอน แม้เพียงช่วงสั้นๆ ก็เปรียบเสมือนการเปิดประตูให้ระบบชีวภาพในร่างกายของเราเดินหน้าไปสู่ความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคตได้ ถึงแม้วันนี้จะยังดูแข็งแรงดีอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ดี งานวิจัยชิ้นนี้ยังมีข้อจำกัดตรงที่ศึกษาเฉพาะในกลุ่มชายหนุ่มสุขภาพดีเท่านั้น ผลลัพธ์จึงอาจแตกต่างออกไปหากทำการศึกษาในกลุ่มผู้หญิง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีโรคหัวใจเป็นทุนเดิม ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุปซอลาและทีมวิจัยร่วมจากนอร์เวย์จึงกำลังวางแผนขยายขอบเขตการศึกษาให้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างที่หลากหลายขึ้น ขณะเดียวกัน นักวิชาการในไทยก็เสนอให้มีการศึกษาในลักษณะเดียวกันนี้กับประชากรไทย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สอดคล้องกับบริบทและข้อมูลทางระบาดวิทยาของประเทศ (อ่านเพิ่มเติม)

ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และอัตราผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงโรคหัวใจ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานภาครัฐอย่างกระทรวงสาธารณสุขก็ได้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการรณรงค์เรื่องการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอมากขึ้น ทว่า ประชาชนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ยังคงมองข้ามความสำคัญของเรื่องนี้ และมักจะสละเวลานอนไปกับการทำงานหรือการใช้โทรศัพท์มือถือ (กระทรวงสาธารณสุข)

แม้สังคมไทยจะเคยให้ความสำคัญกับ “ทางสายกลาง” หรือความสมดุลตามหลักพระพุทธศาสนา แต่ดูเหมือนว่าวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันกำลังพาเราออกห่างจากหลักการดังกล่าวไปทุกที แพทย์แผนไทยผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพองค์รวมท่านหนึ่ง ได้ให้ข้อคิดเตือนใจว่า “สุขภาพที่ดีนั้นตั้งอยู่บนความสมดุลของการกิน การออกกำลังกาย และการนอนหลับพักผ่อน โลกอาจจะหมุนไปตลอด 24 ชั่วโมงก็จริง แต่มนุษย์เราไม่ใช่เครื่องจักรที่จะทำงานได้โดยไม่มีวันหยุดพัก”

เมื่อมองไปในอนาคต งานวิจัยชิ้นนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการผนวกเรื่องการนอนหลับเข้าไปในโครงการส่งเสริมสุขภาพต่างๆ ทั้งในที่ทำงาน โรงเรียน และระดับชุมชน หากมีการศึกษาที่ครอบคลุมประชากรหลากหลายกลุ่มมากขึ้น ควบคู่ไปกับการรณรงค์ป้องกันอย่างจริงจัง ก็อาจเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยลดอุบัติการณ์ของโรคหัวใจในประเทศไทยได้ในระยะยาว

สำหรับพวกเราคนไทยทุกคน สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักไว้เสมอคือ การให้ความสำคัญกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยไปกว่าการใส่ใจเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกาย หากคุณกำลังอดหลับอดนอนเพื่อทำงานหรือเล่นโทรศัพท์มือถือ พึงระลึกไว้ว่าเพียงไม่กี่คืนที่ผ่านไป ก็อาจเป็นการปูทางไปสู่ปัญหาสุขภาพหัวใจในอนาคตได้ การดูแลตัวเองง่ายๆ เช่น การจัดตารางการนอนให้เป็นเวลา การสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้มืดและเย็นสบาย รวมถึงการลดการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนนอน ล้วนเป็นสิ่งที่ทำได้ นอกจากนี้ สถานที่ทำงานและสถานศึกษาก็ควรมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการวางแผนการทำงานหรือการเรียนที่เอื้อต่อสุขภาวะการนอนที่ดีด้วย

ผู้ที่สนใจข้อมูลและคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับกับโรคหัวใจ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุข หรือปรึกษาแพทย์ ณ สถานพยาบาลใกล้บ้าน และสำหรับผู้ที่สนใจอ่านรายละเอียดงานวิจัยฉบับเต็ม สามารถเข้าไปค้นคว้าได้ในวารสาร Biomarker Research ซึ่งเผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยอุปซอลา (แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม)