กลุ่มแพทย์ได้ออกมาให้คำแนะนำแก่ชายไทยวัย 50 ปีขึ้นไป ให้หันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเฉพาะส่วนอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากมีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพทางเพศ ลดปัญหาการปัสสาวะบ่อยครั้ง และยังเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมให้แข็งแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย คำแนะนำนี้สอดคล้องกับความเห็นของแพทย์ทั่วโลกที่พบว่า การออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องสามารถจัดการกับปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้ชายสูงวัยได้อย่างมีนัยสำคัญ อ้างอิงข้อมูลจาก Daily Mail
คำแนะนำดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และต้องเผชิญกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง รวมถึงปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่มาพร้อมกับวัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภาวะต่อมลูกหมากโต (BPH) ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ และปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ซึ่งมักพบได้บ่อยหรือมีอาการรุนแรงขึ้นในช่วงหลังวัยกลางคน ส่งผลให้สุภาพบุรุษจำนวนไม่น้อยรู้สึกไม่สบายตัวและเกิดความวิตกกังวล ในขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องสุขภาพทางเพศและระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ชายยังคงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อนในวัฒนธรรมไทย แต่ในปัจจุบัน บุคลากรทางการแพทย์ได้เริ่มรณรงค์ให้มีการพูดคุยในเรื่องนี้อย่างเปิดเผยมากขึ้น และส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีตามหลักวิชาการ (World Health Organization, สำนักงานสถิติแห่งชาติ)
หนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายที่ได้รับการแนะนำมากที่สุดคือ “การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เคเกล” (Kegel) ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความแข็งแรงของกลุ่มกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่พยุงกระเพาะปัสสาวะและอวัยวะสืบพันธุ์ “การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และยังช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศในชายสูงวัยได้” ตามข้อมูลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้อ้างอิงผลการศึกษาวิจัยย้อนหลังหลายชิ้นที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านระบบทางเดินปัสสาวะ (Clinical Urology) สำหรับวิธีการฝึกนั้น ให้ทำการขมิบและคลายกล้ามเนื้อส่วนที่ใช้ในการกลั้นปัสสาวะ โดยไม่ต้องเกร็งหน้าท้องหรือขา ทำเป็นช่วงสั้นๆ วันละ 2–3 รอบอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ การออกกำลังกายแบบแอโรบิกในระดับที่เหมาะสม เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยาน หรือการว่ายน้ำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที ก็มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการไหลเวียนของโลหิตและปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศและความสามารถในการควบคุมการปัสสาวะ “ผู้ชายที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีสมรรถภาพทางเพศที่ดีขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและปัญหาสุขภาพจิตได้อีกด้วย” นักวิชาการด้านสาธารณสุขจากสถาบันอุดมศึกษาแห่งหนึ่งให้ทัศนะ โดยอ้างอิงจากผลงานวิจัยระยะยาวหลายโครงการ (Harvard Health, PubMed)
รายงานจาก Daily Mail ยังได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเครื่องมือหรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่มักโฆษณาว่าสามารถแก้ไขปัญหา “เรื่องบนเตียง” ได้อย่างรวดเร็วทันใจ เพราะจากหลักฐานทางการแพทย์ชี้ว่า สินค้าเหล่านี้อาจให้ผลลัพธ์เพียงระยะสั้นในด้านความรู้สึกทางจิตใจเท่านั้น แต่การออกกำลังกายและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพยังคงเป็นแนวทางที่ให้ประโยชน์ในระยะยาวและยั่งยืนกว่าอย่างชัดเจน องค์กรด้านสุขภาพจึงได้ออกมาเตือนชายไทยให้เพิ่มความระมัดระวังต่อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยปราศจากผลการวิจัยทางคลินิกที่น่าเชื่อถือมารองรับ และแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพทุกครั้งก่อนตัดสินใจทดลองวิธีการใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องสุขภาพส่วนตัวที่ละเอียดอ่อน โฆษกกระทรวงสาธารณสุขได้เน้นย้ำถึงประเด็นนี้
ปัญหาด้านสุขภาพของผู้ชาย ยังถูกทำให้ซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วยทัศนคติและค่านิยมเรื่องความเป็นชายในสังคมไทย ซึ่งมักเป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยถึงปัญหาสุขภาพเหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม ในระยะหลังมานี้ เริ่มมีสื่อต่างๆ ช่วยกันรณรงค์สร้างความเข้าใจ และกระตุ้นให้ผู้ชายกล้าที่จะขอรับคำปรึกษาและความช่วยเหลือเพื่อป้องกันปัญหาตั้งแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่การจัดกิจกรรมตรวจสุขภาพฟรีในโรงพยาบาลของรัฐ ไปจนถึงโครงการให้ความรู้ในศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชนต่างๆ หรือแม้แต่วัดหลายแห่งก็ยังมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านสุขภาพ โดยผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับแนวคิดการแพทย์สมัยใหม่ เพื่อดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยในพื้นที่ชนบทโดยเฉพาะ
ในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขประเมินว่า ด้วยจำนวนประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย จะทำให้เกิดความต้องการสื่อความรู้ด้านสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรมและสามารถเข้าถึงกลุ่มชายสูงวัยได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะนี้นักวิจัยหลายกลุ่มกำลังอยู่ระหว่างการออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น เช่น การนำท่วงท่าจากมวยไทยหรือศิลปะป้องกันตัวพื้นบ้านมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่น่าสนใจและผู้ชายสามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ขอแนะนำให้เริ่มต้นจากเป้าหมายเล็กๆ เช่น ฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานวันละ 5 นาที แล้วค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาขึ้นตามความคุ้นเคย ลองชักชวนเพื่อนหรือเข้าร่วมกลุ่มเดิน-ปั่นจักรยานในชุมชน หรือเลือกชมคลิปวิดีโอสาธิตการออกกำลังกายจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และหากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะหรือสมรรถภาพทางเพศที่ไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ทันทีเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาวได้
ท้ายที่สุด การสร้างอุปนิสัยรักการออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่เพียงแต่จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพที่จำเพาะเจาะจงในกลุ่มชายสูงวัยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ร่างกายมีพลังงาน รู้สึกกระปรี้กระเปร่า มีสุขภาพจิตที่เข้มแข็งแจ่มใส และยังช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในสังคม ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมของไทยอีกด้วย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและวิดีโอสาธิตการออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือกิจกรรมแอโรบิกต่างๆ สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของ สมาคมศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะแห่งประเทศไทย หรือองค์กรด้านสุขภาพระดับนานาชาติ