การเปลี่ยนแปลงตนเอง
การประชุมอกคศ.อย่างเป็นทางการของผม ผ่านครั้งที่ ๓ ไปเป็นที่เรียบร้อย ผมเริ่มจับทางได้ถึงขั้นตอนและกระบวนการจัดประชุมฯในแต่ละครั้ง ว่าจะต้องดำเนินไปในทิศทางใด?
เมื่อขึ้นต้นแล้ว จะจบลงอย่างไร ไม่ยากเลยที่จะคาดเดา
ถ้าหากระเบียบวาระการประชุมฯทางฝ่ายเลขานุการจัดเตรียมมาดี มีความกระจ่าง ละเอียดและชัดเจน การพูดคุย อภิปรายและพิจารณา ก็จะมีความราบรื่นและเกิดประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ
ผมเป็นอนุกรรมการที่ชื่อว่าผู้ทรงคุณวุฒิด้านบริหารงานบุคคล มองดูตนเองแล้วน่าจะมีความรู้และประสบการณ์น้อยกว่าเพื่อน แต่ผมก็มิได้หวาดหวั่นหรือต้องเกรงใจใครทั้งสิ้น
เพราะองค์คณะบุคคลเขาแต่งตั้งให้มาทำงานเป็นทีม มีสิทธิ์มีเสียงเท่าๆกัน ที่สำคัญกคศ.เขาไม่มีหลักการข้อใด ที่บอกว่าอนุกรรมการฯจะต้องโชว์ความเก่งความเก๋าในที่ประชุม
แต่ผมก็ไม่เคยประมาทและไม่เคยมั่นใจตนเองจนเกินพอดี เมื่อเขตฯส่งระเบียบวาระการประชุมฯรายงานการประชุมและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องให้ล่วงหน้า ๔ - ๕ วัน
ผมศึกษาเรียนรู้อย่างจริงจังตั้งใจ เหมือนเตรียมตัวไปสอบแข่งขันยังไงยังงั้นเลย
ถ้าเรื่องที่ต้องพิจารณาเกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือระเบียบและหลักเกณฑ์ของกคศ.ข้อใด ผมจะเปิดอ่านข้อมูลที่อ้างถึงอย่างละเอียด แล้วโน้ตย่อไว้เป็นบทสรุปในการทำความเข้าใจ
เพื่อจะได้มีส่วนร่วมพิจารณาอย่างสง่างาม อย่างน้อยก็ตามเขาได้ทัน การทำการบ้านแบบนี้ ช่วยให้ผมมั่นใจว่างานของอกคศ. อย่างไรแล้วผมก็ทำได้และจะสอบผ่านได้อย่างสบาย
นึกย้อนไปตอนที่เป็นครู เรื่องระเบียบและกฎหมาย ในการท่องจำเพื่อไปสอบ ผมคนหนึ่งที่ไม่เป็นสองรองใคร ต่อเมื่อมาเป็นผู้บริหารโรงเรียน การบริหารจัดการมิได้เปิดระเบียบอยู่ตลอดเวลา
บางครั้งกฎเกณฑ์กติกาต่างๆก็เปลี่ยนแปลงไปเร็วมากจนตามไม่ไหว หลายครั้งต้องถามลูกหลานว่าเขาไปถึงไหนกันแล้ว จึงพบว่า...ณ วันนี้ ต้องเรียนรู้ใหม่ทั้งหมด
ข้อดีก็คือสมองได้กลับมาทำงาน ได้คิดได้เขียน เกิดความตื่นตัว ป้องกันอัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี
ยิ่งประชุมบ่อยครั้งมากขึ้น ทำให้รู้ว่า กคศ.ให้ความสำคัญกับคณะ อกคศ.ของเขตพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ความเห็นชอบและการอนุมัติในการบริหารงานบุคคลในแต่ละเรื่อง ล้วนเกิดประโยชน์ต่อครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งสิ้น
บางเรื่องต้องพูดถึงความบกพร่องของครูบางท่าน ที่เขตฯต้องพิจารณา ดูแลและช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมให้มากที่สุด แต่ก็ต้องผ่านความเห็นของ อกคศ.ด้วย
ผมจึงชอบแนวคิดของอนุกรรมการฯบางท่านที่พูดว่า เมื่อครูทราบถึงความผิดพลาดบกพร่องของตัวเอง ถึงแม้จะไม่ร้ายแรง แต่ก็ต้องปรับปรุงตนเองในด้านการครองตน เพื่อจะได้ส่งผลดีในภายภาคหน้า
เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงท่านหัวหน้าการประถมศึกษาฯท่านหนึ่งที่เคยสอนผมว่า การทำงานในองค์กร เราต้องรู้เสียก่อนว่า เราทำงานอยู่กับใคร นั่นแหละจึงจะคิดต่อได้ว่า...ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และไปในทิศทางใด?
ที่สำคัญ..ความเป็นครูหรือเป็นใครก็ตาม อย่าคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงผู้บังคับบัญชาหรือคนอื่น จงเปลี่ยนแปลงตนเองนั่นแหละดีที่สุด ชีวิตจะมีคุณค่าและโลกนี้จะน่าอยู่มากขึ้นอีกเยอะ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๘




