"...หากจะยังคงใช้แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้ขับเคลื่อน หนุนเสริมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มีความยั่งยืน และมีคุณภาพคงต้องมีการทบทวนบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางที่เหมะสมต่อไป..."

             เวชศาสตร์ครอบครัวในประเทศไทยมีหลักในการเรียนการสอนอันสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย และเป็นจุดเด่นที่ช่วยกำหนดกรอบการดูแลสุขภาพอย่างครบถ้วนและเหมาะสมกับประชาชนในทุกช่วงวัย ซึ่งประกอบด้วย

1.Doctor-patient-family relationship

 2.High-quality primary care providers for all age groups (First contact Continuity Comprehensive Coordinating care) 

3.community and population-based practice (Health problem and needs in the community,People participation,Resource person of defined population) 

หลักการดังกล่าวมีความสำคัญต่อการทำเวชปฏิบัติของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวมาโดยตลอด ซึ่งสมามารถอธิบายได้ดังนี้
1. ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์-ผู้ป่วย-ครอบครัว (Doctor-Patient-Family Relationship)
            หลักการนี้เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและต่อเนื่องระหว่างแพทย์ผู้ป่วยและครอบครัวโดยแพทย์ เวชศาสตร์ครอบครัวจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลสุขภาพที่เข้าใจบริบทชีวิตความต้องการและปัญหาสุขภาพของผู้ป่วยใน มิติทั้งกาย จิตใจ และสังคม ตลอดจนคำนึงถึงบทบาทและอิทธิพลของครอบครัวในการดูแลรักษาและฟื้นฟูสุขภาพ โดยความสัมพันธ์นี้ส่งเสริมการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความไว้วางใจ และการร่วมตัดสินใจในการดูแลสุขภาพ นำไปสู่การให้บริการสุขภาพที่เหมาะสมและมีคุณภาพสูงสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย (1).(2)

ก่อนการเริ่มโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในปี พ.ศ.2545 ด้วยภาระงานที่ค่อนข้างมากทำให้การดูแลผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่ของแพทย์เป็นไปโดยเฉพาะหน้า ส่วนใหญ่สัมพันธ์ในหน่วยบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องตรวจผู้ป่วยนอก มีเพียงส่วนน้อยที่สร้างความสัมพันธ์ถึงระดับครอบครัว

ในกรอบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ความสัมพันธ์ที่ดีนี้มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มความพึงพอใจและความไว้วางใจของประชาชนที่ใช้บริการปฐมภูมิ การที่ประชาชนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวช่วยส่งเสริมให้ระบบสุขภาพเป็นมิตรและตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ระบบลดความแออัดและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจากการใช้บริการระดับสูงในโรงพยาบาล(3)

2. การให้บริการดูแลสุขภาพปฐมภูมิที่มีคุณภาพสำหรับทุกกลุ่มวัย (High-quality Primary Care Providers for All Age Groups)

หลักการนี้ครอบคลุมคุณสมบัติของผู้ให้บริการสุขภาพในระบบเวชศาสตร์ครอบครัวที่ต้องเป็นด่านแรกใน การเข้าถึงบริการ(FirstContactCare)ดูแลสุขภาพต่อเนื่องในระยะยาว(ContinuityofCare)ให้บริการครบทุกมิติของสุขภาพ (Comprehensive Care) และประสานการดูแลร่วมกับหน่วยบริการอื่น ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ(Coordinating Care) ผู้ให้บริการต้องพร้อมสำหรับการดูแลผู้ป่วยทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ ครอบคลุมทั้งการป้องกันโรค การวินิจฉัยและรักษาโรคเฉียบพลันและเรื้อรัง รวมถึงการส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพ การดูแลเชิงรุกและการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับผู้ป่วยช่วยให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพดีขึ้นและมีความพึงพอใจสูง (4–7)
            นโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเน้นการให้บริการสุขภาพที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพสำหรับทุกคน โดยเวชศาสตร์ครอบครัวถือเป็นกลไกสำคัญในการปฎิบัติงานนี้ คือเป็นด่านแรกที่รับผิดชอบดูแลผู้ป่วย ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และบริหารจัดการโรคเรื้อรังอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้การใช้ทรัพยากรสุขภาพเป็นไปอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน(3,8)

 

3.การปฏิบัติงานมุ่งเน้นชุมชนและประชากรในพื้นที่ community and population-based practice (Health problem and needs in the community,People participation,Resource person of defined population)
 

หลักการนี้เน้นบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวในฐานะผู้ดูแลสุขภาพระดับประชากรในพื้นที่รับผิดชอบ การวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการด้านสุขภาพของชุมชนอย่างเป็นระบบ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในการวางแผนและดำเนินงานด้านสุขภาพ รวมถึงการทำหน้าที่เป็นบุคลากรทรัพยากรที่เชื่อถือได้ของประชากรในเขตพื้นที่ โดยช่วยประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพที่สำคัญ และสร้างการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและครอบคลุม นอกจากนี้ยังส่งเสริมการพัฒนาระบบสุขภาพที่เป็นมิตรกับชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการ(6,9)
            ในบริบทของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จุดนี้สำคัญมากเนื่องจากการดูแลและจัดสรรทรัพยากรสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนและการตอบสนองต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้ตรงจุด นำมาซึ่งความยั่งยืนของระบบสุขภาพ และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสุขภาพ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิที่เข้มแข็งและเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อบริการระดับสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ(3,8)
            อย่างไรก็ตาม ชุมชนไทยในช่วงปี พ.ศ. 2545 ถึงปัจจุบันเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและครอบคลุมหลายมิติ ทั้งจากความเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และเทคโนโลยี รวมถึงความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมเมืองและอุตสาหกรรม ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างประชากรและวิถีชีวิต เช่น การย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวจากแบบกว้างเป็นแบบนิวเคลียร์(10,11)

ด้วยบริบทที่เปลี่ยนไป แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว จึงถูกท้าทายว่าจะยังสามารถคงรักษาสมรรถนะภายใต้หลักการดังกล่าวได้หรือไม่ในปัจจุบัน

ภาระงานที่ตรึงแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวไว้กับห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกต่อวันจำนวนมาก ยังจะทำให้ความสัมพันธ์ของแพทย์-ผู้ป่วย-ครอบครัว(Doctor-Patient-Family Relationship) เกิดขึ้นจริงหรือไม่ 

ระบบสุขภาพปฐมภูมิที่มีคุณภาพสำหรับทุกกลุ่มวัย (High-quality Primary Care) ได้เกิดขึ้นจริงแค่ไหนเพียงใด ในยุคที่มีการปรับระบบการจัดการใหม่ ภายใต้โครงการนวัตกรรมหลายรูปแบบ โดยใช้กลไกทางการเงินเป็นแรงขับเคลื่อน

สุดท้ายบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ถอยห่างจากชุมชนเกินกว่าจะเข้าใจ และเข้าถึงชุมชนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นก้าวแรกของการออกแบบบริการที่เหมาะสมกับประชากรเป้าหมาย ดังนั้นหากจะยังคงใช้แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวเป็นผู้ขับเคลื่อน หนุนเสริมนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มีความยั่งยืน และมีคุณภาพคงต้องมีการทบทวนบทบาทของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทิศทางที่เหมะสมต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง

1.        Hathirat S, Talbot Y, Byrne N. Sense of identity as a family physician. Applying the four principles of family medicine in a remote Thai village. Can Fam Physician. 2001 Oct;47:1963–5, 1967. 

2.        [PDF] Family Medicine - World Health Organization (WHO). (n.d.). https://apps.who.int/iris/bitstream/10665/205063/1/B3426.pdf. 

3.        Sumriddetchkajorn K, Shimazaki K, Ono T, Kusaba T, Sato K, Kobayashi N. Universal health coverage and primary care, Thailand. Bull World Health Organ. 2019 Jun 1;97(6):415–22. 

4.        Epperly T, Wilson CR, Kidd M. Person-Centered Family Medicine and General Practice. In: Person Centered Medicine. Cham: Springer International Publishing; 2023. p. 327–40. 

5.        WellMed Clinic Team. (2024). General Practitioner (GP) Services and Consultations in Thailand. https://wellmedbangkok.com/general-practitioner-services/. 

6.        Jaturapatporn D, Dellow A. Does Family Medicine training in Thailand affect patient satisfaction with primary care doctors? BMC Fam Pract. 2007 Mar 29;8:14. 

7.        Thailand - family doctor - Wonca. (2025). https://www.globalfamilydoctor.com/member/WoncaPeople/SUVARNABHUMIDrKrishna.aspx.

8.        Wiwanitkit V. Family medicine in Thailand: System, training, and obstacles. Medical Journal of Dr DY Patil University. 2016;9(1):4. 

9.        Wiwanitkit V. Family medicine in Thailand: System, training, and obstacles. Medical Journal of Dr DY Patil University. 2016;9(1):4. 

10.      https://www.tei.or.th/thaicityclimate/public/research-46.pdf#:~:text=จากการสำารวจของสำานักงานสถิติกลางสำานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม%20แห่งชาติระหว่างปี%20พ.ศ.%202503%20%2D%202543%20พบว่าการเติบโตของประชากรเมืองสูงกว่าชนบท%20ทั้งๆ%20ที่อัตราเพิ่ม%20ตามธรรมชา%20. 

11.      https://pws.npru.ac.th/praepat/system/20241226105716_50a15510d8cfa884382bcee1173f1cf6.pdf#:~:text=จะเห็นได้ว่า%20สังคมไทยตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบัน%20มีพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงหลากหลายด้าน%20ทั้ง.%20จานวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้น%20การเปลี่ยนผ่านจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมอุตสาหกรรมในเมือง%20.