มีงานวิจัยทางคลินิกชิ้นใหม่ชี้ว่า “ซินไบโอติกส์” (Synbiotics) ที่รวมเอาโพรไบโอติกส์ (probiotics) กับพรีไบโอติกส์ (prebiotics) เข้าไว้ด้วยกัน อาจเป็นความหวังใหม่ของผู้ที่ต้องเผชิญกับอาการอ่อนเพลียอย่างหนัก หรือหมดแรงหลังออกกำลังกาย ผลการศึกษาเบื้องต้นที่ตีพิมพ์ใน รายงานล่าสุดของ Asia Food Journal กำลังจุดประกายความสนใจเกี่ยวกับบทบาทสำคัญของสุขภาพลำไส้ที่มีต่อพลังงานและการฟื้นตัวของร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจับตามองทั้งในหมู่นักกีฬาและคนที่มีภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง
อาการอ่อนเพลีย ไม่ว่าจะมาจากการออกกำลังกายอย่างหนัก หรือมีโรคประจำตัวแฝงอยู่ เช่น กลุ่มอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome) ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่เจอได้บ่อยๆ ทั้งในไทยและทั่วโลก สำหรับคนไทยหลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษา คนทำงานที่ชีวิตประจำวันยุ่งเหยิง สายสุขภาพ หรือแม้แต่ผู้สูงวัยที่ยังแอคทีฟ อาการเหนื่อยล้าเรื้อรังก็ส่งผลกระทบต่อทั้งเรื่องงาน ชีวิตส่วนตัว และคุณภาพชีวิตโดยรวมได้ การหาทางแก้ไขที่ดีขึ้นจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญทั่วโลก เพราะวิธีรักษาเดิมๆ มักจะไม่ค่อยได้ผล หรือมีผลข้างเคียงที่น่าเป็นห่วง [PubMed]
ในการทดลองทางคลินิกที่ Asia Food Journal อ้างถึง พบว่าผู้เข้าร่วมที่มีอาการอ่อนเพลียมาก หรือหมดแรงหลังออกกำลังกายอย่างเห็นได้ชัด ได้รับซินไบโอติกส์ทุกวัน ซินไบโอติกส์นี้อาศัยการทำงานร่วมกันของโพรไบโอติกส์ (แบคทีเรียดีมีชีวิต) และพรีไบโอติกส์ (อาหารของแบคทีเรียดี) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ผลเบื้องต้นชี้ว่า อาหารเสริมเหล่านี้ช่วยลดทั้งความรุนแรงและระยะเวลาของอาการอ่อนเพลีย แถมยังช่วยให้ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายได้เร็วขึ้นด้วย งานวิจัยนี้ตอกย้ำความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างสุขภาพลำไส้กับระดับพลังงานโดยรวมของร่างกาย ซึ่งเป็นแนวคิดที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในงานวิจัยด้านจุลินทรีย์ในลำไส้ระยะหลัง [Cleveland Clinic]
หัวหน้าทีมวิจัยของการทดลองครั้งนี้กล่าวว่า “ดูเหมือนว่ากุญแจสำคัญในการลดอาการอ่อนเพลียคือศักยภาพของซินไบโอติกส์ในการปรับลดการอักเสบและความเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress)” ซึ่งก็สอดคล้องกับผลการศึกษาทางวิชาการล่าสุดจากนักวิจัยชั้นนำด้านเวชศาสตร์การกีฬาและภูมิคุ้มกันวิทยา ที่พบว่าแบคทีเรียในลำไส้ส่งผลต่อการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน การอักเสบทั่วร่างกาย และสารสื่อประสาทในสมอง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีผลต่อความรู้สึกเพลียหรือสดชื่นหลังออกกำลังกาย [NIH]
เมื่อมองผลวิจัยเหล่านี้ในบริบทของประเทศไทย นักวิจัยอาวุโสท่านหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำในกรุงเทพฯ (ไม่ประสงค์ออกนามตามนโยบายกองบรรณาธิการ) ให้ความเห็นว่า “คนไทยจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่ซ้อมมวยไทย วิ่ง หรือปั่นจักรยาน มักเจอปัญหาเรื่องการฟื้นตัวหลังฝึกซ้อมหนักๆ ความเป็นไปได้ที่จะนำซินไบโอติกส์มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลโภชนาการอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญได้เลยทีเดียว” ขณะเดียวกัน นักโภชนาการการกีฬาที่ได้รับการรับรองจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ก็เสริมว่า “เรื่องสุขภาพลำไส้กำลังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในวงการกีฬาและสุขภาพ หลักฐานแบบนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง จากที่เคยพึ่งพาแค่เครื่องดื่มชูกำลัง ไปสู่วิธีการที่เน้นเรื่องจุลินทรีย์ในลำไส้มากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่เพิ่มเติม ก่อนที่จะสามารถแนะนำซินไบโอติกส์อย่างเป็นทางการสำหรับภาวะที่เกี่ยวกับอาการอ่อนเพลียได้ แต่ด้วยตลาดอาหารเสริมที่คึกคักในไทย บวกกับความสนใจที่เพิ่มขึ้นในเรื่องโภชนาการเฉพาะบุคคล ก็มีแนวโน้มว่าจะช่วยเร่งทั้งงานวิจัยและการยอมรับจากผู้บริโภค หากการศึกษาในอนาคตยืนยันผลลัพธ์ปัจจุบัน ซินไบโอติกส์ก็อาจถูกนำไปปรับใช้ในคำแนะนำด้านสาธารณสุขสำหรับนักเรียน นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ และกลุ่มผู้สูงอายุที่เพิ่มจำนวนขึ้นในไทย ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่ออาการอ่อนเพลียได้ง่าย
จริงๆ แล้ว อาหารไทยที่อุดมไปด้วยของหมักดอง เช่น ส้มตำ (ที่ใส่ปลาร้า) ปลาร้า และผักดองต่างๆ ก็ถือเป็นการดูแลสุขภาพลำไส้ตามวิถีธรรมชาติอยู่แล้ว ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารซินไบโอติกส์สมัยใหม่จึงเหมือนเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาเหล่านี้ เมื่อคนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโพรไบโอติกส์มากขึ้น ซินไบโอติกส์ก็น่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากคนที่มองหานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับวิทยาศาสตร์ยุคใหม่
สำหรับในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เรียกร้องให้มีการวิจัยในประเทศอย่างจริงจัง เพื่อหาสายพันธุ์และปริมาณซินไบโอติกส์ที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะที่เข้ากับจุลินทรีย์ในลำไส้ของคนไทยและวัฒนธรรมการกินอยู่ หน่วยงานสาธารณสุขของไทยอาจเริ่มพิจารณาแนวทางการใช้ซินไบโอติกส์เสริมในกลุ่มเสี่ยง เช่น นักเรียนนักศึกษาที่ต้องใช้สมองเยอะๆ และนักกีฬา ขณะเดียวกัน นักวิจัยก็หวังว่าผลิตภัณฑ์ในอนาคตจะมีทั้งประสิทธิภาพและราคาที่จับต้องได้
สำหรับใครที่กำลังหาวิธีลดอาการอ่อนเพลียอยู่ในตอนนี้ ผู้อ่านชาวไทยอาจลองดูแลสุขภาพลำไส้ด้วยตัวเองง่ายๆ ผ่านการกินอาหารหมักดองแบบไทยๆ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มทานอาหารเสริมชนิดใหม่ๆ และเช่นเคย การติดตามข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเรื่องสุขภาพอย่างชาญฉลาด
แหล่งข้อมูล: Asia Food Journal, PubMed, Cleveland Clinic, NIH