วงการสุขภาพและฟิตเนสอาจต้องปรับมุมมองกันใหม่เกี่ยวกับโปรตีนและการสร้างกล้ามเนื้อ หลังมีงานวิจัยชิ้นใหม่ๆ ออกมา ซึ่งน่าจะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย นักเพาะกาย และนักกีฬาชาวไทย จากเดิมที่เชื่อกันว่าโปรตีนบางชนิด เช่น เวย์ เคซีน หรือโปรตีนจากพืชนั้นเหนือกว่าชนิดอื่นๆ ในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ แต่ผลการศึกษาล่าสุดกลับบ่งชี้ว่า ชนิดของโปรตีนอาจไม่ได้สำคัญเท่าปริมาณโปรตีนรวมที่ร่างกายได้รับให้เพียงพอต่อวัน

การค้นพบนี้ ซึ่งรายงานโดย Earth.com ถือว่ามีความสำคัญไม่น้อยต่อแวดวงสุขภาพและการออกกำลังกายที่กำลังคึกคักในบ้านเรา ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากหันมาใส่ใจเรื่องโภชนาการและอาหารเสริมมากขึ้น โดยได้รับอิทธิพลทั้งจากกระแสโลกและอาหารไทยดั้งเดิม และมักถูกชักจูงให้เลือกหาแหล่งโปรตีนที่เชื่อกันว่า “ดีที่สุด” สำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ ความเชื่อนี้เองที่ทำให้ตลาดผลิตภัณฑ์โปรตีน ตั้งแต่ผงโปรตีนราคาแพงไปจนถึงโปรตีนจากพืชยอดนิยม เติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในเมืองใหญ่และในหมู่นักกีฬาระดับนักเรียนนักศึกษา

บทความดังกล่าวระบุว่า จากการทบทวนงานวิจัยหลายชิ้น นักวิจัยพบความแตกต่างเพียงเล็กน้อยในผลลัพธ์ด้านการสร้างกล้ามเนื้อระหว่างกลุ่มที่บริโภคโปรตีนต่างชนิดกัน ไม่ว่าจะเป็นเวย์ เคซีน ถั่วเหลือง หรือโปรตีนชนิดอื่นๆ ตราบใดที่ปริมาณโปรตีนรวมที่บริโภคต่อวันเป็นไปตามคำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หัวหน้าทีมวิจัย (ไม่เปิดเผยนามตามระเบียบการ) กล่าวว่า เราควรเลิกกังวลเรื่องชนิดของโปรตีน แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการได้รับโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อมากกว่า ข้อสรุปนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analyses) ที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากการทดลองทางคลินิกและแสดงให้เห็นว่า การเสริมโปรตีน ไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดก็ตาม ช่วยเพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อ (muscle hypertrophy) ได้อย่างสม่ำเสมอเมื่อทำควบคู่ไปกับการฝึกด้วยแรงต้าน [ที่มา]

นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “คนไทยเราสบายใจได้เลยกับการบริโภคโปรตีนจากแหล่งอาหารท้องถิ่นอย่างไข่ ปลา เต้าหู้ และถั่วต่างๆ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผงโปรตีนนำเข้าราคาแพงจะให้ผลลัพธ์ในการสร้างกล้ามเนื้อที่ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกันแคลอรีต่อแคลอรี และกรัมต่อกรัมของโปรตีน” มุมมองนี้สอดคล้องกับแนวทางของภาควิชาวิทยาศาสตร์การกีฬาในมหาวิทยาลัยต่างๆ ของไทย ที่เริ่มหันมาส่งเสริมกลยุทธ์การบริโภคอาหารแบบองค์รวม มากกว่าจะมุ่งเน้นไปที่สารอาหารตัวใดตัวหนึ่ง

ในแง่ของสาธารณสุขและเศรษฐศาสตร์ครัวเรือน ผลการวิจัยนี้อาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัวชาวไทยที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการกินอาหารที่มีประโยชน์กับราคาที่สูงขึ้นของอาหารเสริมนำเข้าและผลิตภัณฑ์โปรตีน “ดีไซน์เนอร์” ได้ อาหารพื้นบ้านอย่างไก่ย่าง ไข่เจียวสมุนไพร หรืออาหารที่ทำจากถั่วเหลือง ซึ่งเป็นที่นิยมมานานแต่อาจถูกกระแสตะวันตกบดบังไปบ้าง อาจกลับมาได้รับความสนใจในฐานะแหล่งโปรตีนสร้างกล้ามเนื้อที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงง่าย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนและนักกีฬาเยาวชน มักเผชิญแรงกดดันให้ต้องซื้อโปรตีนบาร์หรือเครื่องดื่มราคาสูงเพื่อให้ทัดเทียมกระแสสากลที่เห็นผ่านโซเชียลมีเดีย ครูพละในโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ แสดงความเห็นว่า “เราพยายามบอกนักเรียนให้เน้นรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่แค่ดูที่ฉลากหรือราคาของโปรตีน อาหารตามวัฒนธรรมของเรามีประโยชน์และหาซื้อง่ายกว่าเยอะ” อันที่จริง วัฒนธรรมอาหารในชนบทและภูมิภาคต่างๆ ของไทย ซึ่งอุดมไปด้วยแหล่งโปรตีนทางเลือก เช่น แมลง ถั่วหมัก และปลาแม่น้ำ ก็เป็นทางเลือกที่หลากหลายและยั่งยืน แทนที่อาหารเสริมนำเข้าได้เป็นอย่างดี

ในอดีต มุมมองด้านโภชนาการของไทยได้รับอิทธิพลจากหลักความพอประมาณในพุทธศาสนาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่เน้นความหลากหลายและความสมดุล แต่การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็วและการตลาดออนไลน์ที่เชี่ยวชาญได้สร้างความสับสนว่าอะไรคือสิ่ง “ที่ดีที่สุด” อย่างแท้จริงสำหรับสุขภาพและการออกกำลังกาย ซึ่งสะท้อนภาพรวมทั่วโลกที่อุตสาหกรรมอาหารเสริม ซึ่งมีมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ [ที่มา] พยายามชี้นำผู้บริโภคด้วยคำสัญญาว่าจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างดีที่สุด

เมื่อมองไปข้างหน้า นักวิทยาศาสตร์การกีฬาแนะนำว่า บทสนทนาควรเปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางโภชนาการและการฝึกซ้อมที่เหมาะสม แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับแหล่งที่มาของโปรตีน งานวิจัยใหม่ๆ ที่ศึกษาในกลุ่มนักกีฬาไทยแสดงให้เห็นว่า การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของโปรตีนเท่ากับปัจจัยอื่นๆ เช่น โปรแกรมการฝึกที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคล ปริมาณโปรตีนรวมที่บริโภค และปริมาณพลังงานที่ได้รับโดยรวม แนวทางเวชศาสตร์การกีฬาระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับคำแนะนำจากการกีฬาแห่งประเทศไทย แนะนำให้ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อบริโภคโปรตีน 1.2–2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ต่อวัน [ที่มา]

ในทางปฏิบัติ หมายความว่า ไม่ว่าคุณจะกินส้มตำไก่ย่าง หรือแกงที่ใส่เต้าหู้ คุณก็สามารถสร้างกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอเพียงเน้นการได้รับโปรตีนคุณภาพดีในปริมาณที่เพียงพอจากแหล่งใดก็ได้ ภายใต้กรอบของอาหารที่สมดุลและโปรแกรมการฝึกที่สม่ำเสมอ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้อ่านชาวไทยหันมาใส่ใจกับการวางแผนมื้ออาหาร ตรวจสอบปริมาณโปรตีนรวมที่ได้รับ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือ แทนที่จะหลงเชื่อคำโฆษณาเกี่ยวกับความเหนือกว่าของโปรตีนชนิดใดชนิดหนึ่ง สำนวนไทยที่ว่า “กินอยู่อย่างฉลาด” หรือ “กินให้รอบรู้” ยังคงเป็นจริงเสมอ ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อและคนทั่วไป

สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้ได้ผลดีที่สุด คำแนะนำนั้นง่ายมาก: ทานอาหารไทยหลากหลายชนิดที่อุดมด้วยโปรตีนได้อย่างสบายใจ และให้ความสำคัญกับความสม่ำเสมอในการออกกำลังกาย มากกว่าจะไปกังวลว่าโปรตีนในจานของคุณมาจากไหนหรือยี่ห้ออะไร