ทีมแพทย์จาก Mayo Clinic สถาบันการแพทย์ชื่อดัง ได้สรุป 3 ข้อปฏิบัติง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ กลุ่มโรคอันตรายที่อาจคร่าชีวิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อช่องปาก ลำคอ และกล่องเสียง คำแนะนำนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันโรค ในยุคที่อัตราการเกิดมะเร็งชนิดนี้บางประเภทกำลังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขย้ำว่า การนำแนวทางเหล่านี้ไปใช้จะช่วยลดภาระจากโรคมะเร็งทั้งต่อตัวบุคคลและสังคมโดยรวมได้อย่างมาก

ภาพรวมแล้ว มะเร็งศีรษะและลำคอจัดเป็นสัดส่วนที่ไม่น้อยของผู้ป่วยมะเร็งในแต่ละปี สำหรับประเทศไทย มะเร็งกลุ่มนี้ โดยเฉพาะมะเร็งในช่องปาก นับเป็นความท้าทายด้านสาธารณสุขที่สำคัญ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงทางพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมหลายประการ คำแนะนำอย่างละเอียดจาก Mayo Clinic สอดคล้องกับผลการศึกษานานาชาติที่เชื่อมโยงพฤติกรรมการใช้ชีวิตกับความเสี่ยงมะเร็งมาอย่างยาวนาน ทำให้คำแนะนำนี้ยิ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้อ่านชาวไทยที่มองหาข้อมูลสุขภาพที่เชื่อถือได้และนำไปปรับใช้ได้จริง

ข้อแนะนำหลักประการแรกคือ การหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกชนิด จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) และองค์การอนามัยโลก (WHO) การสูบบุหรี่และการเคี้ยวยาสูบถือเป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับต้นๆ ของมะเร็งศีรษะและลำคอ คำเตือนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของไทย ซึ่งการใช้ยาเส้นและเคี้ยวหมากยังคงพบได้ในบางพื้นที่ ข้อมูลด้านสาธารณสุขชี้ว่า ชายไทยวัยผู้ใหญ่ราว 20% และหญิงไทยประมาณ 2% ยังคงสูบบุหรี่ ขณะที่การเคี้ยวหมากตามธรรมเนียมยังพบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุบางส่วนในชนบท (อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข)

ข้อแนะนำที่สองคือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างพอประมาณ จากงานวิจัยขนาดใหญ่หลายชิ้น เช่น รายงานโดยสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society) ชี้ให้เห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากจะเพิ่มความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำควบคู่ไปกับการสูบบุหรี่ สำหรับประเทศไทยซึ่งมีอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์เฉลี่ยต่อปีเกือบ 7 ลิตรต่อคน และการดื่มเพื่อเข้าสังคมเป็นเรื่องปกติในงานเฉลิมฉลองต่างๆ ผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นด้วยกับคำเตือนของ Mayo Clinic ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันมะเร็งแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นผ่านสื่อท้องถิ่นว่า “การลดการดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่ไปกับการเลิกสูบบุหรี่ อาจช่วยลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็งช่องปากและลำคอในประชากรของเราได้ถึงหนึ่งในสาม”

ข้อแนะนำที่สามซึ่งทวีความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ คือเรื่องไวรัสฮิวแมนแปปิโลมา (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งศีรษะและลำคอในสัดส่วนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งคอหอยส่วนปาก (oropharyngeal cancers) ที่เกิดบริเวณลำคอและด้านหลังของช่องปาก Mayo Clinic สนับสนุนผลการศึกษาล่าสุดในวารสาร New England Journal of Medicine ที่เน้นย้ำว่าการฉีดวัคซีน HPV เป็นเครื่องมือป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ในประเทศไทยมีการให้บริการฉีดวัคซีน HPV แก่เด็กวัยเรียน โดยมุ่งเน้นที่เด็กผู้หญิงเป็นหลักเพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูก แต่ยังคงมีการหารือถึงการขยายการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเด็กผู้ชายและผู้ใหญ่ด้วย ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย สนับสนุนให้ขยายโครงการฉีดวัคซีน โดยชี้ให้เห็นถึงจำนวนผู้ป่วยมะเร็งลำคอที่เกี่ยวข้องกับ HPV ที่เพิ่มสูงขึ้นในชายไทยช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

แม้ว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะมีการรณรงค์จากภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการป้องกันมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีอุปสรรคด้านวัฒนธรรมอยู่ บางชุมชนในชนบทยังคงให้ความสำคัญกับการเคี้ยวหมากในเชิงสังคม และยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของบุหรี่ประเภท “ไลท์” หรือบุหรี่สมุนไพร แม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ให้เห็นถึงอันตรายก็ตาม นอกจากนี้ การดื่มเพื่อสังคมมักเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น สงกรานต์และปีใหม่ ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนวัคซีน HPV แม้จะมีให้บริการในโรงเรียนหลายแห่ง แต่ก็ยังคงเผชิญกับความลังเลใจของผู้ปกครองและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยและความจำเป็นอยู่บ้าง

ในเชิงสถิติ อัตราการเกิดมะเร็งศีรษะและลำคอยังคงน่ากังวล ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า พบผู้ป่วยรายใหม่เกือบ 7,000 รายต่อปีในประเทศไทย และส่วนใหญ่มักตรวจพบในระยะลุกลาม เนื่องจากประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการเริ่มต้น เช่น เสียงแหบเรื้อรัง แผลในปากที่ไม่หาย หรืออาการกลืนลำบาก การตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลการรักษาที่ดีขึ้น

เมื่อมองไปในอนาคต ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า การขยายการเข้าถึงวัคซีน HPV การเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการควบคุมยาสูบ และการส่งเสริมให้มีการตรวจคัดกรองสุขภาพช่องปากเป็นประจำ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุและผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ จะช่วยควบคุมอัตราการเกิดมะเร็งได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งจากโรงพยาบาลชั้นนำแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ให้ความเห็นว่า “การบูรณาการคำแนะนำด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้ากับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ควบคู่ไปกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสัญญาณเตือนของมะเร็ง จะสามารถพลิกฟื้นผลการรักษาให้ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยชาวไทยได้ เราจำเป็นต้องมีแนวทางด้านสาธารณสุขแบบองค์รวม”

สำหรับประชาชนทั่วไปในสังคมไทย สารจาก Mayo Clinic นั้นชัดเจน: งดเว้นยาสูบทุกรูปแบบ ดื่มแอลกอฮอล์แต่พอดี และดูแลให้สมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในเกณฑ์ได้รับวัคซีน HPV นอกจากนี้ การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติเริ่มแรกและรีบไปพบแพทย์หากมีปัญหาในช่องปากหรือลำคอเรื้อรังยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การป้องกันไม่เพียงแต่ปกป้องตัวเราเองเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระในระยะยาวของครอบครัวและระบบสาธารณสุขของประเทศอีกด้วย

ขอแนะนำให้ผู้อ่านชาวไทยปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับการเลิกบุหรี่ การลดการดื่มแอลกอฮอล์ และการตรวจสอบสิทธิ์ในการรับวัคซีน HPV โรงพยาบาลและสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่มักมีโครงการช่วยเหลือในการเลิกบุหรี่และให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์และงานรื่นเริงอื่นๆ ที่กำลังจะมาถึง คำแนะนำที่ทันต่อสถานการณ์นี้ถือเป็นโอกาสอันดีในการทบทวนตนเองและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น

แหล่งข้อมูล: CDC: ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งศีรษะและลำคอ WHO: เอกสารข้อเท็จจริงมะเร็งศีรษะและลำคอ Mayo Clinic: SciTechDaily - 3 วิธีง่ายๆ ลดความเสี่ยงมะเร็งศีรษะและลำคอ American Cancer Society: ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งช่องปากและคอหอยส่วนปาก NEJM: ไวรัสฮิวแมนแปปิโลมาและมะเร็งคอหอยส่วนปาก สถาบันมะเร็งแห่งชาติ