มีอาหารเสริมตัวหนึ่งที่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ ทำมาจากสารสกัดเมล่อนฝรั่งเศสผสมกับโปรตีนข้าวสาลี ตอนนี้กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในวงการสุขภาพต่างประเทศ ได้รับการยกย่องว่าอาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ ชะลอความแก่ของผิวหนัง หรือแม้กระทั่งมีส่วนช่วยในการรักษาโรคมะเร็งได้ ข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับอาหารเสริมต้านอนุมูลอิสระตัวนี้ ที่มีชื่อว่า GliSODin (กลิโซดิน) ถูกพูดถึงทั้งในบทความของ New York Post และงานวิจัยหลายชิ้นในยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย คำถามคือ “อาหารเสริมที่ดูเหมือนจะมหัศจรรย์” นี้ ดีจริงสมคำร่ำลือ หรือเป็นแค่กระแส แล้วคนไทยที่ใส่ใจสุขภาพควรรู้ข้อมูลอะไรบ้าง?
GliSODin เกิดจากการรวมตัวกันของ ซูเปอร์ออกไซด์ดิสมิวเตส (Superoxide Dismutase หรือ SOD) ซึ่งเป็นเอนไซม์ต้านอนุมูลอิสระพลังสูงที่สกัดได้จากเมล่อนฝรั่งเศสพันธุ์พิเศษ กับไกลอะดิน (Gliadin) โปรตีนชนิดหนึ่งที่พบในกลูเตนข้าวสาลี ดร. คอรี โกลด์เบิร์ก ศัลยแพทย์ตกแต่งชื่อดังชาวแคนาดา และหนึ่งในคณะกรรมการของ GliSODin เล่าว่า เขาเริ่มสังเกตเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในคนไข้หลังผ่าตัด เช่น อาการบวมช้ำลดลง ผิวดูแข็งแรงและหนาขึ้น โดยอ้างอิงงานศึกษาทางคลินิกกว่า 40 ชิ้นที่สนับสนุนประโยชน์ของ GliSODin ตั้งแต่เรื่องดวงตา ไต ปอด ไปจนถึงสุขภาพผิวหนัง ดร.โกลด์เบิร์ก ซึ่งทาน GliSODin มานานกว่า 15 ปี ให้สัมภาษณ์กับ NY Post ว่า “ผมเชื่อมั่นจริงๆ ว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น…เท่าที่ผมค้นคว้ามา ยังไม่มีอะไรที่เทียบเคียงได้เลย” (NY Post)
หลักการทำงานของ GliSODin คือ ช่วยลด “ภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระ” (Oxidative Stress) ในร่างกาย ซึ่งเป็นสภาวะที่เซลล์ถูกทำร้ายจากอนุมูลอิสระมากเกินไป จนเป็นต้นเหตุสำคัญของความแก่ชราก่อนวัย การอักเสบเรื้อรัง โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ จริงๆ แล้ว เอนไซม์ SOD มีอยู่ตามธรรมชาติในผักอย่างกะหล่ำปลีและบรอกโคลี แต่ ดร.โกลด์เบิร์กชี้ว่า SOD จากอาหารมักจะถูกทำลายไปเกือบหมดในระบบย่อยอาหารของเรา จุดเด่นของ GliSODin จึงอยู่ที่นวัตกรรมการนำ SOD มาหุ้มด้วยโปรตีนไกลอะดิน ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกัน ช่วยให้เอนไซม์ SOD เดินทางผ่านกระเพาะและลำไส้ไปได้โดยไม่ถูกทำลาย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้จริง (About GliSODin)
จากงานวิจัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประโยชน์เด่นๆ ของ GliSODin ที่มีการศึกษาสามารถแบ่งได้เป็น 3 ด้านหลักๆ คือ การชะลอวัยของผิวหนัง สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และอาจเป็นตัวเสริมในการรักษาโรคมะเร็ง งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า เมื่อภาวะเครียดจากอนุมูลอิสระในผิวหนังลดลง การอักเสบก็น้อยลง ผิวจึงแก่ช้าลง เห็นได้จากริ้วรอยและจุดด่างดำที่ลดเลือนไป ในการศึกษาแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม พบว่า GliSODin ที่สกัดจากเมล่อนช่วยลดปัญหาผิวหมองคล้ำและฝ้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับอาหารเสริม (NCBI Clinical Efficacy) อีกงานวิจัยในกลุ่มนักกีฬาพายเรืออาชีพ พบว่าการทาน GliSODin เป็นเวลา 6 สัปดาห์ ช่วยลดค่าบ่งชี้ความเสียหายของกล้ามเนื้อและการอักเสบหลังการออกกำลังกายอย่างหนักได้
แม้ว่างานวิจัยในสัตว์ทดลองและในกลุ่มตัวอย่างคนจำนวนไม่มากนัก แต่ผลลัพธ์เกี่ยวกับ GliSODin ในด้านการป้องกันมะเร็งก็น่าจับตามอง ในหนูทดลองที่ได้รับสารก่อมะเร็ง พบว่า GliSODin ช่วยลดการเกิดและการลุกลามของมะเร็งลำไส้ได้ (GliSODin Publications) นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากการทดลองในห้องปฏิบัติการว่า SOD อาจช่วยกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากตายตามธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์เหล่านี้ยังจำเป็นต้องรอการยืนยันจากงานวิจัยขนาดใหญ่ในมนุษย์ต่อไป
เรื่องสุขภาพหัวใจก็เป็นอีกด้านที่ GliSODin ได้รับความสนใจ ดร.โกลด์เบิร์ก อ้างถึงงานวิจัยชิ้นหนึ่งในฝรั่งเศสที่พบว่า GliSODin อาจช่วยลดความหนาของผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอาจช่วยชะลอหรือย้อนกลับการเสื่อมของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ซึ่งยาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันยังทำแบบนี้ไม่ได้ แม้จะยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันผล แต่ข้อมูลเหล่านี้ก็ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของสารต้านอนุมูลอิสระในการดูแลสุขภาพหัวใจ (GliSODin and Atherosclerosis)
หันมามองในประเทศไทย ปัจจุบันกระแสอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงามกำลังมาแรงมาก ในปี 2566 คนไทยใช้จ่ายเงินไปกับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมกว่า 60,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยความต้องการดูแลตัวเองให้ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานและคนเมือง เช่น ในกรุงเทพฯ คนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยกับคำว่า “สารต้านอนุมูลอิสระ” เป็นอย่างดี สารอย่างวิตามินซี สารสกัดจากชาเขียว หรือเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ต่างก็ได้รับความนิยม โดยมีการพูดถึงทั้งจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์และบุคลากรทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม สำหรับ GliSODin และอาหารเสริมที่มี SOD เป็นส่วนประกอบหลัก ยังถือว่าค่อนข้างใหม่และยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างในตลาดเมืองไทยนัก เมื่อเทียบกับคอลลาเจนหรือกลูต้าไธโอน แม้ว่าผักพื้นบ้านของไทยหลายชนิด เช่น กะหล่ำปลี หรือฟักทอง จะมี SOD อยู่ตามธรรมชาติ แต่ก็ยังอยู่ในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ไม่ดีเท่ากับนวัตกรรมของ GliSODin ในขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่องการทานผักผลไม้เพื่อต้านอนุมูลอิสระก็เป็นสิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขของไทยรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง (Ministry of Public Health, Thailand)
แต่ถึงจะมีข้อมูลเบื้องต้นที่น่าสนใจ เช่น ช่วยให้ผิวดีขึ้น ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ในหนูทดลอง ก็ยังต้องฟังหูไว้หู เพราะงานวิจัยทางคลินิกในคนจริงๆ ยังมีจำนวนไม่มากนัก ส่วนใหญ่มักเป็นการศึกษาในระยะเวลาสั้นๆ และในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ยังขาดงานวิจัยขนาดใหญ่ที่ทำในประชากรหลากหลายเชื้อชาติ และติดตามผลในระยะยาว เพื่อยืนยันทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างแท้จริง แม้แต่ ดร.โกลด์เบิร์กเองก็ยอมรับว่า “ผมไม่ได้กำลังบอกว่านี่คือยาวิเศษ…แต่ผมเชื่อว่ามันมีศักยภาพที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว”
แพทย์และนักวิจัยด้านโภชนาการหลายท่านยังคงย้ำเตือนว่า ผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยในสัตว์ทดลอง หรือในผู้ป่วยกลุ่มเฉพาะ อาจไม่สามารถนำมาปรับใช้กับคนทั่วไปได้เสมอไป ศ.นพ.อรรคชัย อภิสรณธารักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อในประเทศไทย ให้ความเห็นเสริมว่า “ไม่มีอาหารเสริมตัวไหนที่จะมาทดแทนการกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ หรือการรักษาโรคเรื้อรังตามคำแนะนำของแพทย์ได้ แต่สำหรับคนที่ต้องการเสริมเกราะป้องกันร่างกายจากอนุมูลอิสระ แนวคิดของ GliSODin ที่พัฒนา SOD ให้อยู่ในรูปที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น ก็นับว่าน่าสนใจและควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป” [สรุปความเห็นผู้เชี่ยวชาญจากเวทีคลินิกนานาชาติ]
คำถามสำคัญคือ GliSODin จะเข้ามามีบทบาทในตลาดเวชศาสตร์ป้องกัน หรือในคลินิกผิวหนังและความงามของไทยได้หรือไม่? เพราะด้วยสภาพอากาศเมืองร้อนและแดดจัดอย่างบ้านเรา ทำให้เรื่องการชะลอวัยและการปกป้องผิวจากรังสียูวีเป็นประเด็นที่คนไทยให้ความสำคัญ ขณะเดียวกัน ปัญหาสุขภาพอย่างโรคมะเร็งและโรคหัวใจก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามสังคมผู้สูงอายุและการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต (World Health Organization Thailand) หากในอนาคตมีผลการศึกษาวิจัยที่หนักแน่นมากขึ้น โดยเฉพาะงานวิจัยที่ทำในประชากรชาวเอเชียหรือยุโรป ก็อาจทำให้ความสนใจใน GliSODin ที่ประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลทางวิชาการใหม่ๆ เผยแพร่ออกมา
ณ ตอนนี้ สำหรับคนไทยที่ต้องการเสริมสร้างร่างกายให้ต่อสู้กับอนุมูลอิสระได้ดีขึ้น ควรเริ่มต้นจากการทานผักผลไม้หลากสีสันในชีวิตประจำวัน เลือกทานอาหารพื้นบ้านที่มีสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ สำหรับใครที่กำลังพิจารณาจะลองอาหารเสริมตัวใหม่ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ และควรหลีกเลี่ยงการหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริงที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือมายืนยัน ยิ่งมีงานวิจัยจากทั่วโลกมากขึ้น รวมถึงการติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับ GliSODin ก็จะยิ่งช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญในไทยสามารถให้คำแนะนำแก่ประชาชนได้อย่างถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น
ข้อแนะนำสำหรับผู้อ่านชาวไทย: หากคุณมีความกังวลเรื่องความแก่ก่อนวัย โรคหัวใจ หรือความเสี่ยงโรคมะเร็ง ควรเน้นการทานอาหารที่มีประโยชน์และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนตัดสินใจทานอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์อย่าง GliSODin ด้วย แม้ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น แต่ “การคิดอย่างมีวิจารณญาณ” และการดูแลสุขภาพอย่างรอบด้านยังคงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดเสมอ
แหล่งข้อมูล: