จีเซล บุนด์เชน ซูเปอร์โมเดลระดับโลก กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องงานบนรันเวย์หรือแคมเปญดัง แต่เป็นบทบาทใหม่ในฐานะคุณแม่ ที่ทำให้เพื่อนบ้านละแวกนั้นอดไม่ได้ที่จะพูดถึงตัวตนจริงๆ ของเธอในชุมชน หลังจากเธอเพิ่งได้ลูกชายคนใหม่ บรรดาเพื่อนบ้านก็เริ่มจับกลุ่มคุยกันถึงนิสัยใจคอของบุนด์เชนที่ต่างจากภาพในสื่อ พร้อมกับสะท้อนให้เห็นว่าครอบครัวเซเลบส่งผลต่อบรรยากาศในชุมชนได้อย่างไรบ้าง
ข่าวนี้เป็นที่สนใจอย่างกว้างขวางจากแฟนๆ ทั่วโลก รวมถึงในไทย ที่ซึ่งวัฒนธรรมดาราบ้านเราผูกพันกับเรื่องครอบครัวอย่างใกล้ชิด การที่บุนด์เชนย้ายเข้ามาอยู่พร้อมลูกชายตัวน้อย ยิ่งทำให้คนอยากรู้ว่าชีวิตประจำวันของครอบครัวระดับโลกเหล่านี้เป็นยังไง ผู้อ่านชาวไทยจำนวนมากที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง “น้ำใจ” ไมตรีของเพื่อนบ้านเป็นอย่างยิ่ง จึงมองว่าเรื่องราวของเพื่อนบ้านซุป’ตาร์แบบนี้น่าสนใจเป็นพิเศษ จากปากคำของเพื่อนบ้าน เธอไม่ใช่แค่คนดังในข่าว แต่ยังเป็นคนอบอุ่น เป็นกันเอง เข้าถึงง่าย และใส่ใจเรื่องราวในชุมชนจริงๆ แม้จะต้องแบ่งเวลาระหว่างการเป็นคุณแม่มือใหม่กับงานในวงการ [source]
มีงานวิจัยเกี่ยวกับมุมมองที่คนทั่วไปมีต่อเพื่อนบ้านที่เป็นคนดัง ซึ่งให้ภาพสังคมที่น่าสนใจ รายงานทางสังคมวิทยาปี 2020 ในวารสาร Journal of Social and Personal Relationships พบว่าชุมชนที่มีคนดังอาศัยอยู่มักถูกมองด้วยทั้งความอยากรู้อยากเห็นและแอบระแวงอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม การวางตัวดีๆ เป็นกันเอง อย่างที่บุนด์เชนทำ ช่วยสร้างความไว้วางใจและความรู้สึกดีๆ ในชุมชน ทำให้ลดช่องว่างความรู้สึกห่างเหินที่มักเกิดกับ ‘โลกของคนดัง’ ซึ่งมักทำให้คนดังดูเข้าถึงยาก [source]
เพื่อนบ้านของบุนด์เชนเล่าว่า พวกเขารู้สึกว่าเธอเป็นคน “ติดดิน ไม่ถือตัว” และ “เข้าอกเข้าใจคนอื่น” คนหนึ่งเล่าว่า “เธอเจอหน้าก็ยิ้มแย้มทักทายตลอด ถึงจะยุ่งกับลูก แต่ก็ยังอุตส่าห์มีเวลาให้คนอื่น” เรื่องเล่าแบบนี้สอดคล้องกับสิ่งที่นักจิตวิทยาความสัมพันธ์เรียกว่า “การปรับตัวเข้ากับชุมชน” คือเมื่อพ่อแม่มือใหม่ โดยเฉพาะคนดัง พยายามเข้ามามีส่วนร่วมกับชีวิตประจำวันของผู้คนในละแวกนั้น ซึ่งต่างจากภาพจำของดาราที่มักจะเข้าถึงยาก เรื่องนี้จึงช่วยทำให้คนรู้สึกว่าถึงจะเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่ก็มีมุมธรรมดาๆ เหมือนคนทั่วไป [source]
สำหรับประเทศไทย ที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้รูปแบบชุมชนเปลี่ยนไป และวิถีชีวิตชุมชนแบบเก่าๆ กำลังถูกท้าทาย ตัวอย่างของบุนด์เชนเป็นเหมือนเครื่องย้ำเตือนถึงความสำคัญของ “เพื่อนบ้านที่ดี” ไม่ว่าจะมีฐานะทางสังคมแบบไหนก็ตาม ตามธรรมเนียมไทย ครอบครัวใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคนดังหรือไม่ มักได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กัน และค่อยๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ซึ่งสะท้อนความเป็นเอเชียที่เน้นการอยู่ร่วมกัน
มองไปข้างหน้า กรณีของบุนด์เชนยังให้ข้อคิดสำหรับทั้งเซเลบไทยและครอบครัวทั่วไปที่ย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่ใหม่ๆ งานวิจัยชี้ว่า การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ การสนับสนุนงานบุญงานกุศล และการพูดคุยสื่อสารกันอย่างเปิดอกและให้เกียรติกัน จะช่วยให้ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้ง่ายขึ้น ดร.เจเน็ต ที. ชาง นักจิตวิทยาสังคม กล่าวว่า “ทุกคนในชุมชนมีส่วนสร้างบรรยากาศรอบตัว การแสดงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ช่วยทลายกำแพงระหว่างชื่อเสียงกับชีวิตปกติ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างแท้จริงในชุมชน” [source]
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่อาจได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของจีเซล บุนด์เชน ข้อคิดที่ได้ก็คือ ไม่ว่าจะอยู่ใน “หมู่บ้าน” แบบไหน ทั้งในชนบทหรือเมืองใหญ่ ความผูกพันในชุมชนเริ่มต้นจากน้ำใจไมตรี การมีส่วนร่วม และการเปิดใจให้กัน การต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หรือใครก็ตาม ด้วยความมีน้ำใจและความจริงใจ ซึ่งเป็นค่านิยมที่ฝังรากลึกในสังคมไทย จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและยั่งยืนได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นนางแบบระดับโลกหรือคนธรรมดาทั่วไป ความเป็นมิตรและคำทักทายง่ายๆ อย่าง “สวัสดี” ก็สามารถเปลี่ยนคนข้างบ้านให้กลายเป็นเพื่อนแท้ได้
แหล่งข้อมูล: