นาทีนี้ต้องยกให้โปรตีนเป็นพระเอกในหมู่สารอาหารไปแล้ว โดยเฉพาะในอเมริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลก ที่ผู้บริโภคต่างพากันฮิตกินอาหารโปรตีนสูงกันยกใหญ่ รายงาน Cargill’s 2025 Protein Profile ชี้ว่า ชาวอเมริกันถึง 61% ตั้งใจจะกินโปรตีนให้มากขึ้นในปี 2024 ซึ่งพุ่งพรวดจาก 48% ในปี 2019 (Cargill, 2025) ไม่ว่าจะมองไปทางไหนในซูเปอร์มาร์เก็ต ก็เจอแต่ขนมแท่งโปรตีน คุกกี้ ไอศกรีม หรือกระทั่งน้ำอัดลมที่เติมโปรตีนเข้าไป ขณะเดียวกัน บรรดาผู้ผลิตอาหารและอินฟลูเอนเซอร์ต่างก็โหมกระพือว่า “ยิ่งโปรตีนสูง ยิ่งดีต่อสุขภาพ” จนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก ส่วนหนึ่งมาจากเทรนด์การไดเอทที่ไวรัลในโลกออนไลน์ บวกกับกลยุทธ์ธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนไป แต่ท่ามกลางกระแส “โปรตีนฟีเวอร์” นี้ เหล่านักโภชนาการทั่วโลกกลับต้องออกมาเบรก ชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจผิดและความเสี่ยงที่อาจตามมาจากการกินโปรตีนเกินพอดี (San Diego Union-Tribune, 2025).

เรื่องนี้สำคัญกับคนไทยไม่น้อย เพราะผู้ผลิตในบ้านเราเริ่มหันไปมองโมเดลโภชนาการแบบตะวันตกและเทรนด์โลก เพื่อนำมาปรับสูตรหรือวางแผนการตลาดกันมากขึ้น ในกลุ่มประเทศอาเซียนเองก็เห็นชัดว่าความต้องการอาหารโปรตีนสูงเพิ่มขึ้น จนเกิดคำถามตามมาว่า จริง ๆ แล้ว โปรตีนยิ่งเยอะยิ่งดีจริงหรือ? แล้วไทยเราควรจะรับมือหรือต้องระวังอะไรจากเทรนด์นี้บ้าง?

อะไรทำให้คนคลั่งโปรตีนขนาดนี้? ไม่ใช่แค่เพราะผู้บริโภคอยากได้ แต่ยังมาจากค่านิยมเรื่องหุ่นฟิตเฟิร์ม พลังของโซเชียลมีเดีย และกระแสยาลดน้ำหนักดังอย่าง Ozempic ที่เน้นว่าต้องรักษา มวลกล้ามเนื้อไว้ตอนลดไขมัน (The Wall Street Journal, 2025) เปิด TikTok หรือ Instagram ก็เจออินฟลูฯ คอยบอกว่า “คุณกินโปรตีนไม่พอ” แล้วเชียร์ให้กินเยอะกว่าที่หน่วยงานรัฐแนะนำหลายเท่าตัว แม้แต่หมอดังอย่าง Dr. Peter Attia ก็ยังบอกว่าคำแนะนำทางการนั้น “ตลกสิ้นดี” แล้วสนับสนุนให้กินมากกว่าถึง 3 เท่า (San Diego Union-Tribune, 2025).

แต่นักโภชนาการส่วนใหญ่กลับยืนยันว่า คำแนะนำปัจจุบันที่ให้กินโปรตีน 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน (เช่น คนหนัก 68 กก. ก็ต้องการแค่ประมาณ 54 กรัม) นั้น เพียงพอแล้วสำหรับคนทั่วไป ช่วยป้องกันการขาดโปรตีนและรักษา มวลกล้ามเนื้อได้สบาย ๆ (San Diego Union-Tribune, 2025). “ถ้าคนส่วนใหญ่กินโปรตีนไม่พอจริง ป่านนี้เราคงเห็นคนขาดสารอาหารกันเต็มบ้านเต็มเมืองแล้ว แต่มันไม่ใช่เลย” ศาสตราจารย์ Nancy Rodriguez จาก University of Connecticut ให้สัมภาษณ์ไว้ ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ เองก็ชี้ว่า โดยเฉลี่ยแล้วผู้ชายอเมริกันกินโปรตีนเกินคำแนะนำไปถึง 55% ส่วนผู้หญิงก็เกินไป 35% ดังนั้น สำหรับคนส่วนใหญ่ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่ “ขาดโปรตีน” แต่กลายเป็น “ได้รับมากเกินไป” เสียมากกว่า อาจจะมีแค่บางกลุ่ม เช่น วัยรุ่นหญิง ผู้หญิง หรือผู้สูงอายุบางคนที่อาจกินน้อยกว่าเกณฑ์ แต่คนทั่วไปแทบไม่ต้องกังวลเรื่องกินโปรตีนไม่พอเลย

แน่นอนว่าอาหารโปรตีนสูงมีประโยชน์ในบางกรณี เช่น คนที่เล่นเวทสร้างกล้าม งานวิจัยก็ยืนยันว่าการกินโปรตีนเพิ่มขึ้น (ราว ๆ 1.5-2 เท่าของคำแนะนำปกติ) ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้จริง แต่ถ้าอัดเข้าไปถึง 3 เท่า ก็แทบไม่มีประโยชน์เพิ่มแล้ว เพราะกล้ามเนื้อก็พัฒนาได้ถึงขีดจำกัดของมัน “ถ้าคุณเล่นเวทเป็นประจำ อาจต้องการโปรตีนมากกว่าคำแนะนำของรัฐนิดหน่อย แต่ไม่จำเป็นต้องกินเยอะถึง 3 เท่า” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ David Church จาก University of Arkansas กล่าว กลุ่มที่อาจได้ประโยชน์จากโปรตีนสูงจริง ๆ คือ นักกีฬาอาชีพ ผู้ป่วยที่กำลังพักฟื้น หรือคนที่ลดน้ำหนักแบบเข้มข้น ซึ่งโปรตีนจะช่วยรักษากล้ามเนื้อไว้ในช่วงที่ได้รับแคลอรี่น้อย (San Diego Union-Tribune, 2025).

ผู้สูงอายุ เป็นอีกกลุ่มที่ควรใส่ใจเรื่องโปรตีนเป็นพิเศษ เพราะภาวะมวลกล้ามเนื้อลดลงตามวัย (Sarcopenia) จะเกิดขึ้นเร็วเมื่ออายุมากขึ้น การกินโปรตีนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 25% จากคำแนะนำทั่วไป อาจช่วยชะลอความเสื่อมและความเปราะบางได้ (San Diego Union-Tribune, 2025) แม้ผลการศึกษาในห้องปฏิบัติการจะยังไม่ฟันธงชัดเจน แต่แนวทางปฏิบัติในหลายประเทศแถบยุโรปก็แนะนำให้ผู้ที่อายุเกิน 65 ปีบริโภคโปรตีนเพิ่มขึ้น

ส่วนความเชื่อที่ว่า “โปรตีนช่วยลดน้ำหนัก” ก็เป็นที่พูดถึงกันมากในโลกโซเชียล แม้จะมีงานวิจัยบางชิ้นพบว่า อาหารโปรตีนสูงในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยให้น้ำหนักลดได้เร็วขึ้นในช่วงแรก และช่วยรักษากล้ามเนื้อไว้ขณะไดเอท (โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้ยาลดน้ำหนักอย่าง Ozempic หรือ Wegovy) แต่ในระยะยาว ก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าการเน้นโปรตีนสูงจะช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการกินอาหารที่สมดุลแบบอื่น ๆ จุดเด่นจริง ๆ ของโปรตีนน่าจะเป็นเรื่อง “ทำให้อิ่มนานขึ้น ช่วยให้คุมความอยากกินจุบจิบได้ดีขึ้น” ซึ่งสำหรับคนไทยที่อยากลดน้ำหนักแบบยั่งยืน ก็น่าจะเก็บประเด็นนี้ไปพิจารณา (San Diego Union-Tribune, 2025).

โปรตีนกำลังกลายเป็นดาวเด่นในใจผู้บริโภคชาวอเมริกันและทั่วโลก (Cargill, 2025) ส่งผลให้การตลาดอาหารในไทยต้องขยับตาม เทรนด์นี้กำลังมาแรงมากในหมู่คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่รับข้อมูลเรื่องอาหารการกินจากโซเชียลมีเดียทั่วโลก ร้านค้าและแบรนด์ต่างชาติเองก็แข่งกันออกผลิตภัณฑ์ ทั้งน้ำดื่ม ขนม และอาหารจานด่วนที่เสริมโปรตีน ไม่ต่างจากฝั่งตะวันตก รายงานชิ้นหนึ่งในอาเซียนก็สังเกตเห็นเทรนด์คล้ายกัน คือคนหันมากินโปรตีนเยอะขึ้น พร้อม ๆ กับกระแสรักสุขภาพและอยากมีหุ่นดีที่เห็นได้ชัดเจน นำไปสู่การถกเถียงเรื่อง “ปริมาณโปรตีนที่พอเหมาะ” และอันตรายจากการไหลตามเทรนด์อาหารแบบสุดโต่ง (ScienceDirect, Southeast Asia).

ในวัฒนธรรมอาหารไทย เรากินโปรตีนจากแหล่งที่หลากหลายอยู่แล้ว ทั้งปลา ไก่ เต้าหู้ ไข่ และถั่วต่าง ๆ ซึ่งมักจะกินคู่กับข้าว ผัก และเครื่องปรุงรส ที่ช่วยสร้างสมดุลในมื้ออาหาร การไปเห่อว่า “ทุกอย่างต้องโปรตีนสูง” อาจทำให้สมดุลนี้เสียไป เช่น หันไปกินไส้กรอก เนื้อแปรรูป หรือโปรตีนบาร์ที่ผ่านกรรมวิธีเยอะและมีน้ำตาลสูงแทน คุณหมอชาวไทยหลายท่านเคยย้ำเสมอว่า “อาหารไทย” แบบบ้าน ๆ มีจุดเด่นอยู่ที่ความหลากหลาย ความพอดี และการกินพืชผักเยอะ

นักโภชนาการจึงออกมาเตือนว่า การหมกมุ่นกับเรื่องโปรตีนสูงเกินไป อาจทำให้เราเผลอลดการกินสารอาหารดี ๆ อย่างอื่นจากผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด หรือสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แถมยังทำให้เราพึ่งพาเนื้อสัตว์มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อม และสุขภาพหัวใจ รวมถึงการทำงานของไต โดยเฉพาะในคนที่มีปัญหาเรื่องไตอยู่แล้ว ซึ่งในไทยก็พบได้ไม่น้อย (San Diego Union-Tribune, 2025). “ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารอะไรก็ตาม การกินมากไปหรือน้อยไปก็ไม่ดีทั้งนั้น เราต้องเลือกทางสายกลาง” ศาสตราจารย์ Bettina Mittendorfer จาก University of Missouri กล่าวย้ำ

บทเรียนในอดีตสอนเราว่า ไม่ควรหลงเชื่อเทรนด์โภชนาการจากตะวันตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ครั้งหนึ่งทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตเคยถูกมองว่าเป็น “ผู้ร้าย” ก่อนที่วิทยาศาสตร์ด้านโภชนาการจะค้นพบว่าความสมดุลต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุด การมุ่งเน้นสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินไป มักนำไปสู่ปัญหาที่เราคาดไม่ถึง ประเทศไทยเองก็ควรระมัดระวังในวันที่อุตสาหกรรมอาหารเริ่มโหนกระแสโปรตีนฟีเวอร์นี้

มองไปข้างหน้า เทรนด์โปรตีนสูงยังไม่มีวี่แววว่าจะแผ่วลง ความต้องการน่าจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่โซเชียลมีเดียและธุรกิจอาหารยังคงสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาตอบโจทย์ สำหรับประเทศไทย นี่ถือเป็นโอกาสในการต่อยอดอาหารโปรตีนที่มีคุณภาพ เช่น การพัฒนาเมนูที่ให้พลังงานสูง พกพาสะดวก หรือสินค้าแนวผสมผสานรสชาติไทยกับนานาชาติ แต่ขณะเดียวกัน ก็จำเป็นต้องมีการสื่อสารด้านสาธารณสุขที่รอบด้าน เข้าใจความซับซ้อน และชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของ “ทางสายกลาง” เน้นย้ำเรื่องความหลากหลายของแหล่งโปรตีน ไม่จำเป็นต้องกินแต่เนื้อสัตว์เสมอไป ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่าง ๆ ก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อความสำคัญที่สุดคือ การกินอาหารให้หลากหลายและสมดุล ยังคงเป็นหัวใจหลัก ควรเชื่อมั่นในจุดแข็งของอาหารไทยพื้นบ้าน และระวังเทรนด์อาหารแบบสุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนสูง คีโต หรือโลว์คาร์บ หากคุณเป็นสายออกกำลังกาย เป็นผู้สูงอายุ หรือกำลังจำกัดแคลอรี่ อาจพิจารณาเพิ่มโปรตีนได้เล็กน้อย แต่คนส่วนใหญ่ได้รับโปรตีนเพียงพออยู่แล้วจากอาหารปกติ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเสริม หรือขนมโปรตีนสูงที่ผ่านการแปรรูปมากนัก อย่าลืมให้ความสำคัญกับแหล่งโปรตีนจากธรรมชาติ เช่น ปลา เต้าหู้ ไข่ ถั่วเหลือง และเมนูง่าย ๆ แบบไทย ๆ ก่อนจะปรับเปลี่ยนการกินครั้งใหญ่ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการก่อนเสมอ โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาสุขภาพอยู่เดิม

สรุปคือ ประเทศไทยกำลังอยู่บนทางแยกระหว่างการรักษาเอกลักษณ์ทางอาหารดั้งเดิม กับการรับมือเทรนด์อาหารโลก เมื่อนวัตกรรมและสินค้าสายโปรตีนบุกเข้ามา ทางเลือกที่ดีที่สุดยังคงเป็นการ “รู้เท่าทัน ไม่ตามกระแสสุดโต่ง และเดินบนทางสายกลาง” เพื่อสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

แหล่งข้อมูล: Cargill, 2025 Protein Profile The San Diego Union-Tribune, Protein Claims Fact-Check Americans Are Obsessed With Protein, The Wall Street Journal (MSN republish) Shifting Trend of Protein Consumption in Southeast Asia (ScienceDirect)