งานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Neurology กำลังเขย่าวงการแพทย์ทั่วโลกเลยทีเดียว เพราะตอกย้ำให้เห็นกันชัดๆ ว่าการดื่มเหล้าหนักๆ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในสมองที่พาไปสู่โรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม (อ้างอิง: Washington Post) สำหรับบ้านเราที่เรื่องดื่มๆ กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานสังคมและเทศกาลต่างๆ ไปแล้ว คำเตือนนี้จึงไม่ใช่แค่ข้อมูลวิชาการ แต่เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ต้องใส่ใจ
การศึกษานี้เป็นผลงานของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซาเปาโล ประเทศบราซิล ที่ไปรวบรวมข้อมูลการชันสูตรสมองย้อนหลังถึง 20 ปี จากผู้เสียชีวิตอายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 1,781 คน โดยสอบถามญาติๆ ว่าผู้ตายดื่มหนักแค่ไหนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของชีวิต แล้วเอามาเทียบกับผลตรวจเนื้อเยื่อสมอง ผลที่น่าสนใจคือ กลุ่มที่ดื่มหนัก (ดื่ม 8 แก้วหรือมากกว่าต่อสัปดาห์) มีโอกาสเจอ “ติ่งเส้นใยประสาท” (neurofibrillary tangles) ซึ่งเกิดจากโปรตีน “ทาว” (tau protein) สะสมในสมอง อันเป็นตัวบ่งชี้เฉพาะของโรคอัลไซเมอร์ สูงกว่าคนไม่ดื่มถึง 41% ที่น่าห่วงกว่านั้นคือ แม้จะเลิกดื่มไปแล้ว แต่ถ้าเคยเป็นสายดื่มหนักมาก่อน ก็ยังเสี่ยงสูงกว่าคนไม่เคยดื่มถึง 31%
ประเด็นที่คนไทยต้องหันมามองงานวิจัยนี้อย่างจริงจัง ก็คือมันช่วยขีดเส้นให้ชัดขึ้นว่าแค่ไหนคือ “ดื่มพอประมาณ” กับ “ดื่มอันตราย” ในกลุ่มตัวอย่าง 1,781 คน แบ่งเป็นพวกไม่เคยดื่มเลย 965 คน, ดื่มปานกลาง (ไม่เกิน 7 แก้ว/สัปดาห์) 319 คน, ดื่มหนัก 129 คน และกลุ่มที่เคยดื่มหนักแต่เลิกแล้ว 368 คน พบว่ากลุ่มที่เคยดื่มหนักมีภาวะหลอดเลือดสมองฝอยเสียหายมากที่สุด (50.2%) ตามมาด้วยกลุ่มดื่มปานกลาง (44.6%), กลุ่มดื่มหนัก (44.1%) และกลุ่มไม่เคยดื่ม (40%) (ข้อมูลจาก: Washington Post) พอเอาปัจจัยเรื่องอายุ เพศ โรคหัวใจ และอื่นๆ มาคำนวณร่วมด้วย พบว่าโอกาสที่สมองจะเสียหายแบบนี้ สูงกว่าคนไม่เคยดื่มถึง 133% ในกลุ่มดื่มหนัก, 89% ในกลุ่มเคยดื่มหนักแต่เลิกแล้ว และแม้แต่กลุ่มที่ดื่มปานกลางก็ยังเสี่ยงสูงกว่าถึง 60%
ประเทศไทยกำลังเจอความท้าทายเรื่องสังคมสูงวัยและจำนวนผู้ป่วยสมองเสื่อมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลนี้จึงเหมือนมาเขย่าความเชื่อเดิมๆ เกี่ยวกับการดื่มเหล้า โรคอัลไซเมอร์และสมองเสื่อมกำลังกลายเป็นปัญหาสุขภาพใหญ่ของชาติ กระทรวงสาธารณสุขเคยคาดการณ์ว่าตอนนี้เรามีผู้ป่วยราว 600,000 คน และตัวเลขนี้อาจพุ่งเป็นสองเท่าในอีก 20 ปีข้างหน้า (ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข) ความเชื่อที่ว่า “ดื่มนิดหน่อยกระตุ้นเลือดลม” อาจต้องโยนทิ้งไป เมื่อวิทยาศาสตร์ชี้ไปอีกทาง ดร. อัลแบร์โต เฟอร์นานโด โอลิเวร่า จุสโต หัวหน้าทีมวิจัย ย้ำว่า “การทำความเข้าใจผลกระทบเหล่านี้สำคัญมาก เพื่อให้สังคมตระหนักและลดการดื่มหนักลง”
เรื่องที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงคือ แม้แต่คนที่ดื่มแค่ปานกลางก็ใช่ว่าจะรอดตัว คะแนนทดสอบการทำงานของสมองในกลุ่มดื่มปานกลางและดื่มหนัก ไม่ได้ต่างจากคนไม่ดื่ม แต่กลุ่มที่เคยดื่มหนักกลับมีคะแนนต่ำกว่า อาจเพราะสมองยังคงได้รับผลกระทบตกค้างจากอดีต ซึ่งก็ตรงกับงานวิจัยอื่นๆ ที่บอกว่าผลเสียบางอย่างยังคงอยู่แม้จะเลิกดื่มไปนานแล้ว (PubMed: Alcohol and Cognitive Decline)
ในสังคมไทย การดื่มในงานแต่ง งานบวช งานเลี้ยงรุ่น เทศกาลต่างๆ หรือแม้แต่การสังสรรค์หลังเลิกงาน ถือเป็นเรื่องปกติ ยิ่งมีเหล้าขาว เบียร์ไทยราคาเข้าถึงง่าย ยิ่งทำให้การดื่มแพร่หลาย แต่ตอนนี้ ทั้งอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับ โรคตับแข็ง และโรคสมองเสื่อม กลับมีแนวโน้มสูงขึ้น กระแสสังคมก็เริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนแปลง สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) พยายามรณรงค์ให้คนดื่มอย่างรับผิดชอบมาตลอด แต่ในทางปฏิบัติ การบังคับใช้กฎหมายยังหย่อนยาน และคนจำนวนไม่น้อยยังเข้าใจผิดๆ ถูกๆ (ข้อมูลจาก สสส.) ยิ่งปัญหาการดื่มในเยาวชนและการควบคุมที่ยังไม่ทั่วถึง งานวิจัยชิ้นนี้อาจเป็นตัวเร่งสำคัญให้เกิดนโยบายที่จริงจังมากขึ้น
มีเรื่องน่าสนใจคือ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์เคยรายงานว่า จังหวัดไหนที่เก็บภาษีเหล้าสูงขึ้น จะมีจำนวนคนเข้าโรงพยาบาลเพราะปัญหาจากแอลกอฮอล์ลดลงจริงๆ ซึ่งก็ชี้ว่านโยบายที่ดีช่วยปกป้องผู้คนได้ (อ้างอิง: “Alcohol control: Provincial insights,” Bangkok Post, 2023) ขณะเดียวกัน หลักธรรมทางพุทธศาสนาอย่าง “สติ” ก็อาจเป็นเครื่องมือช่วยให้คนไทยรู้เท่าทันพิษภัยของแอลกอฮอล์ที่มีต่อสมองและสังคม การให้ความรู้เรื่องนี้ในโรงเรียน ที่ทำงาน ชุมชน โดยปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตของแต่ละกลุ่ม จึงเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน
ผลการศึกษาทั่วโลกต่างยืนยันว่าแอลกอฮอล์ทำร้ายได้ทั้งเส้นเลือดและเซลล์ประสาทในสมอง ในอนาคตอาจมีการศึกษาลงลึกถึงระดับพันธุกรรมมากขึ้น เพราะมีข้อมูลว่าคนไทยและคนเอเชียบางกลุ่ม มียีนที่ทำให้ร่างกายจัดการกับแอลกอฮอล์ได้ไม่ดีเท่าคนตะวันตก ทำให้เสี่ยงต่อผลเสียมากกว่า (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ) ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุในไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การป้องกันสมองเสื่อมด้วยการลด ละ เลิก การดื่ม จะส่งผลดีมหาศาลทั้งต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนไทย
สำหรับคนทั่วไปที่ได้อ่านข่าวนี้ สิ่งที่อยากฝากถึงพี่น้องชาวไทยคือ การ “หยุดหรือลดการดื่ม” โดยเฉพาะคนที่เริ่มมีอายุ หรือมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ดูแลตัวเอง แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและวัฒนธรรมของเราด้วย การหันมาดื่ม “น้ำสมุนไพร” หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ไม่มีแอลกอฮอล์ในงานสังสรรค์ ก็ยังคงบรรยากาศสนุกสนานแบบไทยๆ ได้ แถมยังปลอดภัยกว่าเยอะ
สรุปแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่หนักแน่นที่สุดชิ้นหนึ่ง ที่ชี้ว่าการดื่มหนักทำลายสมองอย่างถาวร และเชื่อมโยงโดยตรงกับอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยเร่งด่วนสำหรับทุกครอบครัว รวมถึงผู้กำหนดนโยบายในไทยและทั่วเอเชีย คำว่า “ดื่มเหล้าไม่ดี” ไม่ใช่แค่คำบ่นของพ่อแม่หรือคำสอนของพระอีกต่อไป แต่วิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว ถ้าเราทุกคนช่วยกันปรับพฤติกรรม และสนับสนุนนโยบายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง ประเทศไทยก็จะสามารถลดภาระจากโรคสมองเสื่อมในอนาคต และปกป้องสุขภาพสมองของลูกหลานเราได้
แหล่งอ้างอิง: Washington Post, กระทรวงสาธารณสุข, PubMed: Alcohol and Cognitive Decline, ข้อมูล สสส., สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.