ล่าสุด คริส มาร์ติน นักร้องนำวงร็อกระดับโลก Coldplay ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยเผชิญกับภาวะซึมเศร้า พร้อมแชร์เคล็ดลับดีๆ ผ่าน Instagram ส่วนตัว เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังเจอปัญหาคล้ายกัน นักร้องดังซึ่งตอนนั้นกำลังทัวร์คอนเสิร์ตอยู่ที่ฮ่องกง ได้พูดอย่างเปิดอกถึงความสำคัญของสุขภาพใจ และแบ่งปันเทคนิคที่ใช้ได้ผลจริงกับตัวเอง หวังว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นเหมือนแสงไฟและแรงผลักดันให้กับแฟนเพลงทั่วโลก รวมถึงในบ้านเรา ที่ซึ่งปัญหาซึมเศร้ากำลังกลายเป็นเรื่องน่าห่วงมากขึ้นทุกที (NME)
การออกมาพูดในที่สาธารณะครั้งนี้ของมาร์ติน ซึ่งเป็นขวัญใจแฟนเพลงทั่วโลกและมีแฟนคลับชาวไทยติดตามอย่างเหนียวแน่น เกิดขึ้นในจังหวะที่สังคมไทยกำลังหันมาให้ความสนใจและตระหนักถึงปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะโรคซึมเศร้ากันมากขึ้น ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ชี้ว่าตัวเลขผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในไทยพุ่งสูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบหนักทั้งกับคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน แถมยังมีเรื่องของอคติทางวัฒนธรรมและความไม่กล้าที่จะขอความช่วยเหลือมาเป็นกำแพงขวางกั้น ดังนั้น การที่คนดังระดับโลกอย่างมาร์ตินกล้าออกมาแชร์ประสบการณ์และวิธีรับมือส่วนตัว จึงช่วยให้การพูดคุยเรื่องสุขภาพใจกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น และเป็นเหมือน “กำลังใจ” สำคัญที่หลายคนอาจกำลังต้องการอยู่เงียบๆ
“กล่องเครื่องมือ” สู้ซึมเศร้าฉบับคริส มาร์ติน ที่เขาแชร์ผ่านโซเชียลมีเดียนั้น มีทั้งแนวทางที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การทำสมาธิ และการขยับร่างกาย อย่างแรกคือ “การเขียนระบายแบบไม่มีรูปแบบตายตัว” (free-form writing) ซึ่งเป็นการฝึกเขียนสิ่งที่กังวลหรือรู้สึกออกมาใส่กระดาษเป็นเวลา 12 นาที จากนั้นก็ทิ้งหรือเผากระดาษแผ่นนั้นไป เหมือนเป็นการปลดปล่อยเชิงสัญลักษณ์ วิธีนี้ก็คล้ายๆ กับแนวทางการเขียนบำบัดที่นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตในไทยแนะนำกันมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อช่วยจัดการกับความคิดที่วนเวียนและความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามา (APA)
เขายังเน้นเรื่อง “การทำสมาธิแบบทรานส์เซนเดนทัล” (Transcendental Meditation) ซึ่งเป็นการฝึกสมาธิแบบง่ายๆ เงียบๆ เพื่อช่วยลดความเครียดและสร้างสมดุลทางอารมณ์ การฝึกแบบนี้ก็มีส่วนคล้ายกับการปฏิบัติทางพุทธศาสนาที่คุ้นเคยกันดีในไทยอย่าง “การนั่งสมาธิ” แต่ปรับให้ดูทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น งานวิจัยหลายชิ้นก็ยืนยันถึงประโยชน์ของการทำสมาธิในการบรรเทาอาการซึมเศร้า อย่างงานทบทวนวรรณกรรมปี 2014 ในวารสาร JAMA Internal Medicine ก็พบหลักฐานพอสมควรว่าการฝึกสติทำสมาธิช่วยลดความวิตกกังวล ซึมเศร้า และความเจ็บปวดได้จริง (PubMed)
มาร์ตินแนะนำ “โพรพริโอเซพชัน” (proprioception) หรือเทคนิคการเคลื่อนไหวร่างกายที่ช่วยปรับสมดุลสมอง เป็นเครื่องมือชิ้นที่สาม โดยยกเครดิตให้กับ “วิธีคอสเตลโล” (Costello Method) ซึ่งเป็นประโยชน์มากกับเยาวชนที่มีภาวะอย่าง ADHD หรือออทิสติก วิธีคอสเตลโลนี้เน้นการบำบัดผ่านการเคลื่อนไหว โดยเชื่อว่าการเยียวยาเริ่มต้นจากร่างกาย และมีเป้าหมายเพื่อให้แต่ละคนผ่อนคลายและเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น (Costello Method) แนวทางนี้ก็สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ๆ ในแวดวงสุขภาพจิตของไทย ที่เริ่มนำโยคะ การเต้นรำ และศิลปะบำบัดมาใช้ในการรักษามากขึ้น
นอกจากนี้ มาร์ตินยังแนะนำอัลบั้ม “Music For Psychedelic Therapy” ของ Jon Hopkins, หนังเรื่อง “Sing Sing” และหนังสือ “The Oxygen Advantage” ที่สอนเทคนิคการหายใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมองและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ดนตรีถือเป็นส่วนสำคัญในวัฒนธรรมไทยอยู่แล้วในฐานะเครื่องมือคลายเครียดและสร้างความผูกพันในชุมชน ทำให้คำแนะนำของมาร์ตินข้อนี้เข้าถึงง่ายเป็นพิเศษ เขายังเอ่ยชื่อ Chloe Qisha ศิลปินหน้าใหม่ ว่าเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจ การรวบรวมคำแนะนำที่หลากหลายแต่จับต้องได้แบบนี้ ทำให้กล่องเครื่องมือของมาร์ตินมีตัวเลือกมากมายสำหรับคนที่มีพื้นเพและความชอบต่างกันไป
“เวลาที่อะไรๆ มันดูสวยงามสดใสมากๆ นั่นมักเป็นเพราะนักร้องคนนั้นต้องการสิ่งนั้นมากที่สุด” มาร์ตินเผยความรู้สึกในการให้สัมภาษณ์กับ NME ครั้งล่าสุด เปิดอีกมุมที่ตัวเขาเองก็ต้องพึ่งพาเสียงเพลงเป็นเพื่อนปลอบใจและนำทางในยามมืดมน (NME Interview) คำสารภาพแบบนี้ช่วยทลายกำแพงความเป็นซูเปอร์สตาร์ลงไปได้มาก ทำให้คนฟังนึกขึ้นได้ว่าไม่มีใครหนีพ้นปัญหาทางใจ และการขอความช่วยเหลือ—หรือการยื่นมือเข้าไปช่วย—เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์และจำเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับคนไทย ข้อคิดเหล่านี้ยิ่งมีความหมาย เพราะหลายคนยังคงเก็บกดความรู้สึกเจ็บปวดไว้ข้างใน ด้วยความเชื่อเรื่อง “ความเกรงใจ” (การนึกถึงใจคนอื่นก่อนความต้องการตัวเอง) และกลัวว่าการ “คุมตัวเองไม่อยู่” จะถูกมองว่าอ่อนแอ การที่คนมีชื่อเสียงออกมาพูดอย่างเปิดเผยเรื่องการขอความช่วยเหลือ จึงช่วยทลายกำแพงทางวัฒนธรรมเหล่านี้และลดอคติต่อการดูแลสุขภาพจิต ซึ่งก็สอดคล้องกับแคมเปญระดับประเทศที่ส่งเสริมการเปิดใจพูดคุยกัน
ในบริบทของปัญหาในบ้านเรา คำแนะนำจากมาร์ตินก็ไปในทิศทางเดียวกับสารจากหน่วยงานสาธารณสุขที่กระตุ้นให้ผู้คนสังเกตอาการของโรคซึมเศร้า เช่น ความเศร้าต่อเนื่อง หรือหมดความสนใจในสิ่งต่างๆ และรีบขอความช่วยเหลือก่อนที่อาการจะหนักขึ้น (กรมสุขภาพจิต) องค์การอนามัยโลกประเมินว่าโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของภาวะทุพพลภาพทั่วโลก (WHO) และผลการศึกษาในไทยก็พบว่าผู้ใหญ่เกือบ 1 ใน 10 คนเคยมีอาการซึมเศร้าในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต
มองไปข้างหน้า การที่บุคคลอย่างคริส มาร์ติน ช่วยทำให้การพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องปกติมากขึ้น น่าจะกระตุ้นให้ศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ และคนทั่วไปในไทย กล้าที่จะหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น เทรนด์นี้ก็สอดคล้องกับแผนสุขภาพจิตแห่งชาติของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าจะขยายการเข้าถึงบริการ ผสานการให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิตในโรงเรียน และฝึกอบรมบุคลากรสาธารณสุขด่านหน้าให้สังเกตสัญญาณเตือนได้ ในระดับชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) และเครือข่ายเยาวชนก็กำลังจัดเวิร์กช็อปเรื่องการสร้างความเข้มแข็งทางใจและการดูแลตนเองกันมากขึ้น ซึ่งก็สะท้อนแนวทางผสมผสานของมาร์ตินที่ใช้ทั้งการเขียนบันทึก การเคลื่อนไหว และดนตรีบำบัด (Thai PBS)
ขณะที่นักร้องนำวง Coldplay เตรียมตัวสำหรับทัวร์คอนเสิร์ตระดับสเตเดียมในอังกฤษที่กำลังจะมาถึง—พร้อมคำสัญญาใจกว้างว่าจะบริจาครายได้ 10% เพื่อสนับสนุนสถานที่จัดคอนเสิร์ตเล็กๆ—เขาก็ได้สร้างแบบอย่างที่ดีอีกครั้งในเรื่องการตอบแทนสังคมและส่งเสริมชุมชน ทั้งในระดับโลกและสำหรับประเทศไทย กิจกรรมทางดนตรีถือเป็นเวทีที่ทรงพลังสำหรับการรณรงค์เรื่องสุขภาพจิต สำหรับใครที่รู้สึกว่าการเปิดใจเป็นเรื่องยาก บางทีการได้ยินคำว่า “คุณไม่ได้อยู่คนเดียว” จากบนเวทีหรือผ่านเพลงโปรด ก็อาจเป็นก้าวแรกสู่การเยียวยาได้เหมือนกัน
สำหรับผู้อ่านชาวไทยที่กำลังพยายามดูแลสุขภาพใจตัวเองหรือช่วยคนที่คุณรัก แนวทางปฏิบัติที่ได้แรงบันดาลใจจากข้อความของมาร์ตินนั้นชัดเจน ลองเขียนระบายความรู้สึก ลองทำสมาธิแบบง่ายๆ ทุกวัน เพิ่มการขยับร่างกายในชีวิตประจำวัน หาความสุขจากเสียงเพลงที่ชอบ และมองหาแหล่งข้อมูลสุขภาพจิตที่ไว้ใจได้เมื่อต้องการ เหนือสิ่งอื่นใด จำไว้ว่าการเอื้อมมือขอความช่วยเหลือคือสัญญาณของความเข้มแข็ง ไม่ใช่ความอ่อนแอ หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักกำลังรู้สึกเศร้าเป็นเวลานาน แยกตัว หรือมีความคิดทำร้ายตัวเอง โปรดปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ หรือติดต่อแหล่งข้อมูลต่างๆ—รวมถึงสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต—โดยไม่ต้องลังเล
ด้วยการผสมผสานศิลปะ การเคลื่อนไหว และการฝึกสติเข้าด้วยกัน ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการพูดคุยอย่างเปิดอก ประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าต่อไปในการส่งเสริมสุขภาพใจที่ดีให้กับทุกคนได้ ดังที่คริส มาร์ติน ย้ำเตือนเรา พลังของเสียงเพลงอาจเป็นเหมือนเส้นชีวิตได้ก็จริง แต่การเยียวยาที่แท้จริงมักเริ่มต้นจากการพูดคุยกันธรรมดาๆ—หรือจากถ้อยคำง่ายๆ ไม่กี่คำบนหน้ากระดาษ