ภาวะคอเลสเตอรอลสูงเปรียบเหมือน “ภัยเงียบ” ที่คุกคามสุขภาพอย่างร้ายแรง เพราะอาจนำไปสู่โรคร้ายอย่างโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองได้ ล่าสุด แนวทางจากหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ของอังกฤษ ได้ชี้ทางสว่างด้วยกลยุทธ์สำคัญ นั่นคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ซึ่งเรื่องคอเลสเตอรอลสูงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโลกตะวันตกอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในบ้านเรา ที่คนไทยหันมาบริโภคอาหารไขมันสูงกันมากขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง
จริงๆ แล้ว คอเลสเตอรอลมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง ทั้งสมอง ระบบประสาท และผิวหนัง แต่เมื่อเกิดภาวะไม่สมดุล โดยเฉพาะเมื่อระดับ LDL หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ไขมันเลว” มีมากเกินไป ก็จะกลายเป็นความเสี่ยงร้ายแรงต่อสุขภาพทันที NHS ชี้ว่ามีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ทั้งอายุ เพศ พันธุกรรม และไลฟ์สไตล์อย่างเรื่องการกินและการออกกำลังกาย ที่น่าสนใจคือ คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคนไทยเรา มีแนวโน้มที่จะเสี่ยงต่อภาวะนี้ได้ง่ายกว่า ทั้งจากพันธุกรรมและพฤติกรรมการกินที่มักอุดมไปด้วยไขมันอิ่มตัว
NHS แนะนำว่า “สิ่งแรก” ที่ควรทำเพื่อลดคอเลสเตอรอล คือการลดอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว ซึ่งก็ตรงกับคำแนะนำของ Heart UK ที่ย้ำให้เราหมั่นอ่านฉลากโภชนาการข้างซอง/กล่อง และเปลี่ยนมาใช้วิธีปรุงอาหารอย่างการอบหรือย่าง แทนการทอด สำหรับบ้านเราที่อาหารทอดเป็นของโปรด คำแนะนำนี้ถือเป็นไอเดียดีๆ ที่จะช่วยให้เราหันมาใช้วิธีปรุงที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น และลดการใช้น้ำมันปาล์ม รวมถึงกะทิ/น้ำมันมะพร้าว ซึ่งแม้จะเป็นวัตถุดิบหลักในครัวไทย แต่ก็มีไขมันอิ่มตัวสูงไม่น้อย
นอกจากนี้ NHS ยังแนะนำให้เพิ่มการกินผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ เมล็ดพืช ธัญพืชไม่ขัดสี และน้ำมันดีๆ ในมื้ออาหารให้มากขึ้น อาหารเหล่านี้ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด โดยไปเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) และลดความเสี่ยงจากไขมันเลว (LDL) ซึ่งอาหารไทยดั้งเดิมของเราก็มีผักและปลาเป็นส่วนประกอบหลักอยู่แล้ว แค่ปรับโดยเน้นวัตถุดิบเหล่านี้ให้มากขึ้น พร้อมกับลดส่วนผสมอย่างกะทิและของหวานจัดลง ก็ช่วยได้มาก
บรรดาผู้เชี่ยวชาญ ทั้งนักโภชนาการและหมอโรคหัวใจ ต่างก็เห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนเหล่านี้ นายแพทย์สมชาย แพทย์โรคหัวใจจากโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ความเห็นว่า “การเพิ่มธัญพืชไม่ขัดสีและน้ำมันดีๆ อย่างน้ำมันมะกอกเข้ามาในมื้ออาหาร สามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มาก โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งรสชาติอร่อยๆ ที่เราคุ้นเคยในอาหารไทยไปเลย” คุณหมอยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการ “กินแต่พอดี” โดยเฉพาะปริมาณและความถี่ในการกินอาหารอย่างส้มตำที่ปรุงรสหวานจัด หรือมีส่วนประกอบที่เพิ่มไขมันอิ่มตัวสูง
นอกจากการปรับเรื่องกินแล้ว NHS ยังสนับสนุนให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ เพื่อหัวใจที่แข็งแรง ทำได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้เราได้ขยับร่างกายเป็นประจำ บ้านเราอากาศดี มีทางเลือกกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ตั้งแต่วิ่งตอนเช้าในสวนลุมพินี ไปจนถึงปั่นจักรยานชิลๆ เที่ยวต่างจังหวัด
เมื่อเข้าใจแล้วว่าไลฟ์สไตล์มีส่วนสำคัญในการควบคุมระดับคอเลสเตอรอล NHS จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ สำหรับคนไทยหลายคน การ “ลด ละ เลิก” บุหรี่และแอลกอฮอล์ ถือเป็นการปรับเปลี่ยนที่ส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขบ้านเราก็มีโครงการดีๆ ช่วยเหลือคนที่อยากเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหล่านี้อยู่แล้ว
มองไปข้างหน้า การนำแนวทางการปรับเปลี่ยนอาหารและวิถีชีวิตเหล่านี้มาปรับใช้ จะช่วยลดปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวกับคอเลสเตอรอลในประเทศไทยได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้อาจต้องอาศัยการรณรงค์ด้านสาธารณสุขและการสนับสนุนจากชุมชน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยเน้นย้ำถึงประโยชน์ที่ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่ยังส่งผลดีต่อครอบครัวและสังคมโดยรวม
สำหรับผู้อ่านชาวไทยทุกคน แนวทางเหล่านี้เป็นเหมือนเคล็ดลับสู่สุขภาพที่ดีขึ้นได้จริง เพียงค่อยๆ เพิ่มวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพและหัวใจเข้าไปในเมนูโปรด ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายที่พอเหมาะและทำแล้วมีความสุข ก็จะสามารถผสมผสานวิถีชีวิตดั้งเดิมเข้ากับความรู้สุขภาพสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว ท้ายที่สุด แค่เรามีความตระหนักรู้และค่อยๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยสร้างสังคมไทยให้แข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงจากภาวะคอเลสเตอรอลสูงได้
สำหรับใครที่สนใจอยากดูแลสุขภาพเชิงรุก การปรึกษาคุณหมอหรือนักโภชนาการจะช่วยให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะกับตัวเองโดยเฉพาะ การติดตามข้อมูลข่าวสารอยู่เสมอและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง คือก้าวสำคัญสู่วิถีชีวิตที่สุขภาพดียิ่งขึ้น