ผมมีข้อสังเกตว่า จุดอ่อนอย่างหนึ่งของระบบการศึกษาไทยคือ   ปฏิสัมพันธ์ของคนภายในระบบลดทอนความเป็นมนุษย์ของครูและนักเรียนลงไป   

ศ. ดร. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา เล่าให้ผมฟังเมื่อสองเดือนก่อนว่า  เมื่อลูกสาวของท่านเรียนจบจากคณะอีกษรศาสตร์ จุฬาฯ และสมัครไปเป็นครูภายใต้โครงการ Teach for Thailand   นักเรียนที่โรงเรียนที่ไปสอนบอกว่า เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้รับการปฏิบัติต่อในฐานะมนุษย์   

ครูใหญ่วิเชียร ไชยบัง บอกว่า แนวทางจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ที่ใช้ จิตศึกษา  PBL  PLC  และภาษาไทยผ่านวรรณกรรม   ประสบความสำเร็จสูงมาก ก็เพราะเป็นวิธีที่เคารพความเป็นมนุษย์ของนักเรียน   

หนังสือ Transformative Learning : Reflections on 30 Years of Head, Heart and Hands at Schumacher College   ที่แปลเป็นไทยในชื่อ เรียนเปลี่ยนโลก   ที่หน้า ๓๔๖ บอกว่า “มนุษย์เรามีความต้องการหลักๆ สามประการคือ 

  • อยากรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของอะไรบางอย่างที่ใหญ่กว่าตัวเขา
  • อยากให้คนอื่นมองเห็นเขา  และเห็นคุณค่าในตัวเขาอย่างที่เขาเป็น
  • อยากจะทำอะไรสักอย่างที่มีอิทธิพลต่อโลก  อยากจะทำประโยชน์ให้โลก” 

ซึ่งผมตีความเข้าหาเด็กนักเรียนในห้องเรียนว่า   ทุกคนต้องการได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของห้องเรียน    ต้องการได้รับการยอมรับจากผู้อื่น  และอยากทำประโยชน์ให้แก่ห้องเรียนหรือโรงเรียน    กิจกรรมที่สนองความเป็นมนุษย์ของเด็ก ย่อมช่วยสร้างพื้นฐานทางใจ และความพร้อมของสมอง ต่อการเรียนรู้   

ผมจึงลองถาม AI มิตรคู่กาย ว่า การจัดการศึกษาแบบ humanistic approach เริ่มโดยใคร เมื่อไร มีวิธีการอย่างไร ส่งผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างไรบ้าง   ได้รับคำตอบจาก Gemini ดังนี้

การจัดการศึกษาแบบ Humanistic Approach หรือแนวทางการศึกษาแบบมนุษยนิยม เป็นแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์ ศักยภาพ และความต้องการของแต่ละบุคคล แนวคิดนี้ไม่ได้มีผู้ริเริ่มคนเดียว แต่เป็นการผสมผสานแนวคิดของนักจิตวิทยาและนักการศึกษาหลายท่าน โดยมีบุคคลสำคัญดังนี้:

  • อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow):
    • เป็นนักจิตวิทยาผู้เสนอทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดมนุษยนิยม
    • เขาเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีศักยภาพในการพัฒนาตนเอง และการศึกษาควรสนับสนุนให้ผู้เรียนบรรลุศักยภาพสูงสุด
  • คาร์ล โรเจอร์ส (Carl Rogers):
    • เป็นนักจิตวิทยาผู้เสนอแนวคิดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (learner-centered approach)
    • เขาเชื่อว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพต้องเกิดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นมิตร และสนับสนุนให้ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนรู้

ช่วงเวลา:

  • แนวคิดมนุษยนิยมเริ่มได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สังคมตะวันตกเริ่มตั้งคำถามกับระบบการศึกษาแบบดั้งเดิมที่เน้นการท่องจำและการแข่งขัน

วิธีการจัดการศึกษาแบบ Humanistic Approach:

  • เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง:
    • ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาและวิธีการเรียนรู้
    • ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตนเองและค้นพบศักยภาพของตนเอง
  • สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่อบอุ่นและเป็นมิตร:
    • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและผู้เรียน
    • ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้สึกปลอดภัยและกล้าแสดงออก
  • ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้เรียน:
    • ส่งเสริมให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดและความรู้สึกของตนเอง
    • ให้ผู้เรียนเรียนรู้จากประสบการณ์จริง
  • ส่งเสริมการพัฒนาตนเองและศักยภาพของผู้เรียน:
    • ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองสนใจและถนัด
    • สนับสนุนให้ผู้เรียนตั้งเป้าหมายและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

ผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน:

  • ส่งเสริมความรักในการเรียนรู้:
    • ผู้เรียนจะรู้สึกสนุกกับการเรียนรู้และมีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • พัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง:
    • ผู้เรียนจะสามารถวางแผนการเรียนรู้และประเมินผลการเรียนรู้ของตนเองได้
  • ส่งเสริมการพัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์:
    • ผู้เรียนจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่นและจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้
  • ส่งเสริมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา:
    • ผู้เรียนจะสามารถคิดอย่างอิสระและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ส่งเสริมการพัฒนาความมั่นใจในตนเองและเห็นคุณค่าในตนเอง:
    • ผู้เรียนจะรู้สึกมั่นใจในความสามารถของตนเองและมีความภาคภูมิใจในตนเอง

แนวทางการศึกษาแบบมนุษยนิยมมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาแบบดั้งเดิม และช่วยให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน

และได้รับคำตอบจาก DeepSeek R1 ดังนี้

**การจัดการศึกษาแบบ Humanistic Approach** เป็นแนวคิดที่เน้นการพัฒนามนุษย์อย่างรอบด้าน โดยให้ความสำคัญกับ **ความเป็นมนุษย์ อารมณ์ ความรู้สึก และศักยภาพในการพัฒนาตนเอง** ของผู้เรียน เกิดขึ้นจากรากฐานของ **จิตวิทยามนุษยนิยม (Humanistic Psychology)** ซึ่งเป็นหนึ่งในสำนักคิดสำคัญทางจิตวิทยาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 

### 1. **ผู้ริเริ่มและช่วงเวลา** 

- **ผู้บุกเบิกหลัก**: 

  - **คาร์ล โรเจอร์ส (Carl Rogers)** นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ผู้เสนอแนวคิด **"Student-Centered Education"** ในช่วงทศวรรษ **1950-1960** 

  - **อับราฮัม มาสโลว์ (Abraham Maslow)** ผู้เสนอทฤษฎี **"ลำดับขั้นความต้องการของมนุษย์ (Hierarchy of Needs)"** และเน้นการพัฒนาศักยภาพสูงสุดของบุคคล (Self-Actualization) 

- **ช่วงเวลา**: แนวคิดนี้เริ่มมีอิทธิพลต่อวงการศึกษาอย่างชัดเจนในทศวรรษ **1960-1970** 

### 2. **วิธีการจัดการศึกษาแบบ Humanistic Approach** 

แนวทางนี้ปฏิเสธระบบการศึกษาที่เน้นการท่องจำหรือการควบคุมผู้เรียน แต่หันมาให้ความสำคัญกับ **ประสบการณ์ส่วนตัว อิสระทางความคิด และความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล** ผ่านวิธีการดังนี้: 

1. **การเรียนรู้แบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centered Learning)** 

   - ครูทำหน้าที่เป็น **ผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator)** แทนการเป็นผู้ชี้นำ 

   - เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเลือกหัวข้อเรียนหรือกิจกรรมตามความสนใจ 

2. **การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่ตัดสิน** 

   - เน้นความสัมพันธ์แบบ **เอาใจใส่ (Empathy)** และ **การยอมรับ (Unconditional Positive Regard)** ระหว่างครูกับนักเรียน 

3. **การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning)** 

   - ใช้กิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง เช่น การทำงานกลุ่ม โครงงาน บทบาทสมมติ 

4. **ส่งเสริมการรู้จักตนเอง (Self-Awareness)** 

   - ฝึกให้ผู้เรียนสะท้อนความคิดและความรู้สึกของตนเอง (Reflective Activities) 

   - ตัวอย่าง: การเขียนบันทึกประจำวัน การอภิปรายกลุ่ม 

5. **ลดการแข่งขันและเปรียบเทียบ** 

   - หลีกเลี่ยงการให้เกรดแบบตัดสิน แต่เน้น **การประเมินตามพัฒนาการส่วนตัว** 

### 3. **ผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน** 

การจัดการศึกษาแบบมนุษยนิยมส่งผลเชิงบวกหลายด้าน ดังนี้: 

1. **พัฒนาความมั่นใจในตนเอง** 

   - ผู้เรียนรู้สึกมีคุณค่าและกล้าแสดงออก เพราะได้รับการยอมรับโดยปราศจากการตัดสิน 

2. **ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และทักษะการแก้ปัญหา** 

   - เนื่องจากผู้เรียนมีอิสระในการคิดและตัดสินใจ 

3. **เพิ่มแรงจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation)** 

   - ผู้เรียนอยากเรียนรู้เพราะสนใจเนื้อหา ไม่ใช่เพียงเพื่อคะแนนหรือรางวัล 

4. **พัฒนาทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Social-Emotional Skills)** 

   - เช่น การทำงานร่วมกัน การเข้าใจผู้อื่น การจัดการความขัดแย้ง 

5. **สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)** 

   - ผู้เรียนเกิดทัศนคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และมองว่าการศึกษาเป็นกระบวนการพัฒนาตนเอง 

### 4. **ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน** 

- **โรงเรียนทางเลือก**: เช่น โรงเรียนซัมเมอร์ฮิล (Summerhill School) ในอังกฤษ ที่ให้อิสระผู้เรียนเต็มที่ 

- **การสอนแบบ Project-Based Learning**: ให้นักเรียนลงมือทำโครงการที่เชื่อมโยงกับชุมชน 

- **การเรียนแบบ Mindfulness**: ฝึกสติและการรับรู้ตนเองในห้องเรียน 

### ข้อควรทราบ 

แม้แนวคิดนี้จะได้รับการยอมรับ แต่ก็มีข้อวิจารณ์ เช่น อาจไม่เหมาะกับผู้เรียนที่ต้องการโครงสร้างชัดเจน หรือระบบการศึกษาที่ต้องวัดผลเป็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้น การผสมผสานกับแนวทางอื่นจึงเป็นทางออกที่หลายโรงเรียนเลือกใช้ในปัจจุบัน

พอจะเห็นความสำคัญของการศึกษาแบบมนุษยนิยมนะครับ   ว่าตรงกับการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) 

แต่ผมว่าเรื่องมนุษยนิยมต้องไม่หยุดอยู่แค่ที่นักเรียน   ต้องปฏิบัติต่อครูในฐานะเป็นมนุษย์ด้วย    ดังจะเสนอในบันทึกถัดไป

วิจารณ์ พานิช

๑๒ มี.ค. ๖๘