งานวิจัยชิ้นใหม่ล่าสุดที่ใช้ภาพถ่ายสมอง ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Brain Sciences เผยให้เห็นความแตกต่างที่น่าทึ่งของการเชื่อมต่อในสมองระหว่างคนที่เล่นเกมแอ็กชันเป็นประจำกับคนที่ไม่ค่อยได้เล่นเกม ผลการศึกษานี้จุดประเด็นให้หันมาสนใจกันว่า การเล่นวิดีโอเกมส่งผลต่อการรับรู้และความคิดของเราอย่างไร งานวิจัยนี้พบว่าคนที่ชอบเล่นเกมแนวแอ็กชัน (เช่น เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง - FPS หรือเกมวางแผนเรียลไทม์ - RTS) เป็นประจำ มีการเชื่อมต่อที่ดีขึ้นทั้งในแง่การทำงานร่วมกัน (functional connectivity) และในแง่โครงสร้าง (structural connectivity) ของสมองส่วนที่เรียกว่า dorsal visual stream ซึ่งเป็นเส้นทางการประมวลผลภาพส่วนบน การค้นพบนี้ช่วยให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้นว่า การเล่นเกมเหล่านี้อาจส่งผลต่อการทำงานของสมองอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทำงานร่วมกันที่ดีขึ้นระหว่างสมองซีกซ้ายส่วน superior occipital gyrus และ superior parietal lobule ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ประมวลผลตำแหน่งในพื้นที่และการเคลื่อนไหว
สมองของเราประมวลผลข้อมูลภาพผ่านสองเส้นทางหลัก คือ dorsal stream (ส่วนบน) และ ventral stream (ส่วนล่าง) โดย dorsal stream จะเกี่ยวข้องกับการรับรู้ว่าวัตถุ “อยู่ตรงไหน” (where) เน้นเรื่องตำแหน่งในพื้นที่และการเคลื่อนไหว ส่วน ventral stream จะทำหน้าที่ระบุว่าวัตถุนั้น “คืออะไร” (what) เช่น การจำแนกรายละเอียดและสีสัน ทีมวิจัย นำโดย ไคล์ เคฮิลล์ (Kyle Cahill) ตั้งสมมติฐานว่า การที่เกมแอ็กชันต้องอาศัยการสำรวจสภาพแวดล้อมและการประสานงานที่เข้มข้น อาจเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้การเชื่อมต่อในเส้นทางสมองเหล่านี้แข็งแรงขึ้น
การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างอายุประมาณ 20-21 ปี ประกอบด้วยเกมเมอร์ 28 คน และผู้ที่ไม่ใช่เกมเมอร์ 19 คน โดยใช้เทคนิค MRI ขั้นสูงเพื่อสแกนดูโครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการมองเห็นทั้งสองส่วน ผู้เข้าร่วมวิจัยแบ่งเป็นกลุ่มที่เล่นเกมแอ็กชันอย่างน้อย 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ กับกลุ่มที่เล่นเกมน้อยกว่า 30 นาทีต่อสัปดาห์ (ไม่ว่าจะเป็นเกมแนวไหนก็ตาม) ตลอดช่วงสองปีที่ผ่านมา ผลวิเคราะห์เผยว่า กลุ่มเกมเมอร์มีการเชื่อมต่อเชิงหน้าที่ (functional connectivity) ที่ดีกว่า ซึ่งบ่งชี้ว่าสมองส่วนต่างๆ ทำงานประสานกันได้ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และยังพบว่ามีการเชื่อมต่อเชิงโครงสร้าง (structural connectivity) ที่เหนือกว่าด้วย ซึ่งหมายถึงเครือข่ายเส้นใยประสาท (axons) ที่เชื่อมโยงสมองส่วนต่างๆ มีความแข็งแรงมากกว่า
ผู้เชี่ยวชาญในการศึกษานี้ให้ความเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงของการเชื่อมต่อในสมองเหล่านี้น่าจะเป็นเหตุผลเบื้องหลังที่ทำให้คอเกมแอ็กชันสามารถทำภารกิจที่ต้องใช้การตัดสินใจทางสายตาที่รวดเร็วและแม่นยำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ผลการวิจัยนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกว่าการเล่นเกมอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเส้นทางในสมองได้อย่างไร แต่นักวิจัยก็ย้ำว่ายังไม่ควรรีบด่วนสรุปเรื่องความเป็นเหตุเป็นผลกัน กล่าวคือ ยังฟันธงไม่ได้ว่าการเล่นเกมเป็นตัวช่วยให้สมองเชื่อมต่อกันดีขึ้นจริงๆ หรือว่าคนที่มีการเชื่อมต่อของสมองดีกว่าอยู่แล้วโดยธรรมชาติมักจะชอบเล่นเกมประเภทนี้มากกว่ากันแน่
ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเชื่อมต่อของสมองเหล่านี้ ไม่เพียงแต่น่าสนใจสำหรับนักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยาเท่านั้น แต่ยังน่าจะโดนใจชุมชนเกมเมอร์ในบ้านเรา ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่การเล่นเกมกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในคนไทยหลากหลายกลุ่ม การทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจมีต่อกระบวนการคิดและการรับรู้จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งขึ้น นอกจากนี้ งานวิจัยลักษณะนี้ยังอาจมีประโยชน์ในการพัฒนาเครื่องมือทางการศึกษา ที่นำเอาสภาพแวดล้อมแบบเกมมาปรับใช้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านมิติสัมพันธ์ให้กับนักเรียนได้อีกด้วย
สำหรับในอนาคต การศึกษาเพิ่มเติมอาจใช้ข้อมูลจากการติดตามผลระยะยาว (longitudinal data) เพื่อให้เข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้นว่า การเล่นเกมแอ็กชันเป็นเวลานานจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสมองอย่างถาวร หรือมีส่วนช่วยในการพัฒนาทักษะการรับรู้และความคิดเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่ สำหรับนักการศึกษาและบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทยแล้ว ขอบเขตงานวิจัยที่กำลังขยายตัวนี้อาจเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ สำหรับการฝึกฝนทักษะทางสมองและการฟื้นฟูสมรรถภาพ โดยอาจประยุกต์ใช้วิธีการที่นำกลไกของเกมมาใช้ (gamification) เพื่อกระตุ้นการเชื่อมต่อของสมองและเพิ่มประสิทธิภาพผลลัพธ์ทางการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น
จากผลการวิจัยเหล่านี้ ใครที่สนใจอยากพัฒนาทักษะการรับรู้และความคิด อาจลองพิจารณาแบ่งเวลาเล่นเกมแอ็กชันในปริมาณที่เหมาะสม ให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่สมดุล การรับรู้งานวิจัยลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้ปกครอง นักการศึกษา รวมถึงเกมเมอร์รุ่นใหม่ในไทย สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการเล่นเกมของตัวเองได้อย่างรอบด้านมากขึ้น โดยมองข้ามเรื่องความสนุกเพียงอย่างเดียว ไปสู่การพิจารณาถึงประโยชน์ที่อาจได้รับในแง่ของการพัฒนาทักษะทางสมองด้วย