ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีใจผ่องใสไม่มัวหมอง เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายตั่งแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน

จตุตถปีฐวิมาน

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา

๔. จตุตถปีฐวิมาน

ว่าด้วยวิมานตั่ง เรื่องที่ ๔

             (พระมหาโมคคัลลานเถระถามว่า)

             [๒๓] เทพธิดาผู้ประดับองค์ ทรงมาลัย ทรงภูษาสวยงาม วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของเธอช่างโอ่อ่า ล่องลอยไปในที่ต่างๆ ได้รวดเร็วสมใจปรารถนา เธอเปล่งรัศมีสว่างไสว ดังสายฟ้าแลบออกจากกลีบเมฆ

             [๒๔] เพราะบุญอะไรผิวพรรณเธอจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่เธอในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่เธอ

             [๒๕] เทพธิดาผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามว่า เมื่อเธอเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะบุญอะไรเธอจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

             [๒๖] เทพธิดานั้นดีใจที่พระมหาโมคคัลลานเถระถาม จึงตอบปัญหาผลกรรมตามที่พระเถระถามว่า

             [๒๗] ดิฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ เพราะผลกรรมน้อยนิดของดิฉัน ชาติก่อน ดิฉันเกิดเป็นมนุษย์ อยู่ในหมู่มนุษย์ในมนุษยโลก

             [๒๘] ได้เห็นภิกษุผู้ปราศจากกิเลสประดุจธุลี มีใจผ่องใสไม่มัวหมอง เลื่อมใสแล้ว ได้ถวายตั่งแด่ท่านด้วยมือทั้งสองของตน

             [๒๙] เพราะบุญนั้นผิวพรรณดิฉันจึงงามเช่นนี้ ผลอันพึงปรารถนาจึงสำเร็จแก่ดิฉันในวิมานนี้ และโภคะทั้งมวลล้วนน่าพอใจจึงเกิดขึ้นแก่ดิฉัน

             [๓๐] ข้าแต่ภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดิฉันขอกราบเรียนว่า เพราะบุญที่ได้ทำไว้สมัยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดิฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรือง และมีรัศมีกายสว่างไสวไปทั่วทุกทิศอย่างนี้

จตุตถปีฐวิมานที่ ๔ จบ

--------------------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนี้ นำมาจากบางส่วนของ
อรรถกถา ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ ปิฐวรรคที่ ๑

๔. ปิฐวิมานที่ ๔

               อรรถกถาจตุตถปีฐวิมาน               

               เรื่องจตุตถปีฐวิมานแม้นั้นก็เกิดขึ้นในกรุงราชคฤห์ เรื่องนั้นพึงทราบตามนัยที่กล่าวมาแล้วในทุติยวิมานนั่นแล.
               แท้จริง วิมานแก้วไพฑูรย์บังเกิดแก่เทวดาแม้องค์นี้ ก็เพราะตั่งที่นางปูลาดด้วยผ้าสีเขียวถวายแล้ว.
               คำที่เหลือก็เหมือนเรื่องที่กล่าวมาแล้วในปฐมวิมาน.
               ด้วยเหตุนั้น ท่านพระโมคคัลลานะจึงถามว่า
               ดูก่อนเทพธิดาผู้ประดับกาย สวมพวงมาลัย ทรงพัสตราภรณ์อันสวยงาม วิมานตั่งแก้วไพฑูรย์ของท่านโอฬาร เร็วดังใจ ไปได้ตามปรารถนา ท่านส่องแสงประกายคล้ายสายฟ้าแลบลอดหลืบเมฆ. เพราะบุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนั้น เพราะบุญอะไร ผลนี้จึงสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
               ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถามท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไร เพราะบุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
               เทวดาองค์นั้นถูกท่านพระโมคคัลลานะถาม ดีใจ ครั้นแล้วก็พยากรณ์ [ตอบ] ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า
              นี้เป็นผลของกรรมเล็กน้อยของดีฉัน อันเป็นเหตุให้ดีฉันมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ ดีฉันครั้งเกิดเป็นมนุษย์ในหมู่มนุษย์ในชาติก่อน ในมนุษยโลก ได้พบพระภิกษุผู้ปราศจากกิเลสดุจธุลี ผู้ผ่องใส ไม่หม่นหมอง ก็เลื่อมใส จึงได้ถวายตั่งแก่ท่าน ด้วยมือของตนเอง. เพราะบุญนั้น วรรณะของดีฉันจึงเป็นเช่นนั้น เพราะบุญนั้น ผลนี้จึงสำเร็จแก่ดีฉัน และโภคะทุกอย่างที่น่ารักจึงเกิดแก่ดีฉัน.
               ข้าแต่ท่านภิกษุผู้มีอานุภาพมาก ดีฉันขอบอกแก่ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ดีฉันได้ทำบุญใด เพราะบุญนั้น ดีฉันจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะของดีฉันจึงส่องสว่างไปทุกทิศ.
               ก็แม้ในเรื่องนี้ วิมานแก้วไพฑูรย์บังเกิดแก่เทวดาแม้องค์นี้ ก็เพราะตั่งที่นางปูลาดด้วยผ้าสีเขียวถวายแล้ว.

               คำที่เหลือก็เช่นเดียวกับตติยปีฐวิมานนั่นแหละ พึงทราบความตามนัยที่กล่าวแล้วในตติยปีฐวิมานนั้นเหมือนกัน.


               จบอรรถกถาจตุตถปีฐวิมาน               
               -----------------------------------------------------