ในโลกที่นับวันความเครียดก็ยิ่งถาโถมเข้ามา ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ว่า “การทำสมาธิสั้นๆ” (Micro-meditations) นี่แหละคือทางออกที่ได้ผลจริง สำนักข่าว CNBC รายงานว่า จากผลสำรวจล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม ความเครียดที่พุ่งสูงปรี๊ดจากปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและสภาพอากาศสุดขั้ว ทำให้ผู้คนต้องหาวิธีมาช่วยบรรเทาความกังวลที่ก่อตัวขึ้น ดร. เอสเธอร์ สเติร์นเบิร์ก แพทย์และนักเขียนชื่อดัง ย้ำว่า การทำสมาธิแบบสั้นๆ นี้ดีตรงที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เวลานิดเดียว แต่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายได้แทบจะทันที
ความเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ สอดคล้องกับที่คนไข้จำนวนมากของ ดร. เนฮา เชาดรี จิตแพทย์ชื่อดัง กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งเธอเล่าว่าคนไข้ของเธอกำลังเครียดหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดร. เชาดรี เน้นว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาเทคนิคคลายเครียดมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในภาวะที่สถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจตึงเครียด ไหนจะเรื่องกำแพงภาษีรอบใหม่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศใช้ทั่วโลก ยิ่งซ้ำเติมความไม่มั่นคงทางการเงินเข้าไปอีก
ดร. สเติร์นเบิร์ก แนะนำเทคนิคง่ายๆ ที่เอาไปใช้ได้จริงสำหรับการฝึกสมาธิสั้นๆ เช่น
- ฝึกหายใจลึกๆ: วิธีนี้ช่วยจัดการกับปฏิกิริยาของร่างกายเมื่อเจอกับความเครียดได้รวดเร็ว แค่วางมือบนหน้าท้องแล้วตั้งใจหายใจโดยใช้กะบังลม (หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ) ความสงบก็จะกลับคืนมาได้แทบจะทันที
- พาตัวเองไปอยู่กับธรรมชาติ: การได้เดินเล่นในพื้นที่สีเขียว หรือแค่มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นต้นไม้ใบหญ้า ก็ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความเครียดข้างใน ไปสู่สภาพแวดล้อมภายนอกที่สงบสบายตาแทนได้
- ดื่มชาอย่างมีสติ: การดื่มชา ซึ่งเป็นธรรมเนียมเก่าแก่คล้ายกับพิธีชงชาของญี่ปุ่น ช่วยให้เราจดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ส่งเสริมการมีสติและความรู้สึกขอบคุณในสิ่งที่มี
- จดบันทึกสิ่งดีๆ: การเขียนขอบคุณสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ มีงานวิจัยยืนยันแล้วว่าช่วยให้มองโลกในแง่บวกมากขึ้นและมีทัศนคติที่ดีขึ้น
สำหรับประเทศไทย ซึ่งมีรากฐานทางพุทธศาสนาที่เข้มแข็ง การปฏิบัติเหล่านี้ยิ่งเข้ากันได้ดีกับวิถีปฏิบัติที่เน้นเรื่องสติ การชื่นชมธรรมชาติ และความกตัญญูรู้คุณ วัฒนธรรมไทยให้ความสำคัญกับการใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างสงบท่ามกลางธรรมชาติ และการรู้สึกขอบคุณสิ่งต่างๆ มานานแล้ว ทำให้เทคนิคการทำสมาธิสั้นๆ ที่มาจากโลกตะวันตกเหล่านี้ กลายเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยและนำมาปรับใช้ได้ไม่ยาก ในขณะที่โลกหมุนเร็วและซับซ้อนขึ้นทุกวัน เทคนิคเหล่านี้จึงเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้คนไทยรับมือกับความเครียดได้ โดยยังคงสอดคล้องกับคุณค่าที่ยึดถือกันมา
มองไปข้างหน้า หากการทำสมาธิสั้นๆ เป็นที่นิยมและนำไปปรับใช้กันอย่างแพร่หลาย ก็อาจช่วยยกระดับสุขภาพจิตโดยรวมให้ดีขึ้นได้อย่างมาก ทั้งในระดับโลกและในบ้านเราเอง สำหรับคนไทย การนำเอาวิธีปฏิบัติเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแต่จะช่วยจัดการความเครียดส่วนตัว แต่ยังอาจช่วยส่งเสริมให้ชุมชนโดยรวมมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย
ถ้าอยากลองสร้างนิสัยเหล่านี้ แนะนำให้เริ่มจากวิธีเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำได้ง่าย แล้วค่อยๆ ทำสม่ำเสมอจนเป็นกิจวัตร ส่วนใครที่มีความวิตกกังวลรุนแรง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม หากมีเทคนิคที่เหมาะสม ความเครียดก็จะไม่สามารถเข้ามาครอบงำชีวิตคุณได้ แม้ในช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิงที่สุดก็ตาม