เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ทำให้ขนมขบเคี้ยวต่างๆ มักถูกมองว่าเป็นตัวร้ายต่อสุขภาพ แต่ข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ จากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพลำไส้ กลับเผยว่าความเข้าใจของเราเกี่ยวกับขนมที่ “ดีต่อสุขภาพกว่า” อาจสวนทางกับความเป็นจริงในเชิงโภชนาการก็ได้ ดร. เมแกน รอสซี นักโภชนาการชื่อดัง ชี้ว่ามันฝรั่งทอดกรอบแบบอบ ที่หลายคนคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพกว่าแบบทอดน้ำมันทั่วไป อาจไม่ได้มีประโยชน์มากกว่าอย่างที่คิด

ถึงแม้ว่ามันฝรั่งแผ่นอบอาจจะดูดีตรงที่มีแคลอรี่กับไขมันน้อยกว่า ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดึงดูดใจคนรักสุขภาพ แต่ ดร. รอสซี อธิบายว่ามันก็อาจมีจุดอ่อนด้านคุณค่าทางโภชนาการอื่นๆ เพราะต่างจากมันฝรั่งทอดแบบดั้งเดิมที่ใช้มันฝรั่งสดทั้งหัว มันฝรั่งแผ่นอบส่วนใหญ่มักทำมาจาก “เกล็ดมันฝรั่ง” ซึ่งก็คือมันฝรั่งที่ผ่านกรรมวิธีแปรรูปขั้นสุด (ultra-processed) ทำให้สารอาหารดีๆ อย่างโพแทสเซียมและวิตามินซีอาจหายไประหว่างกระบวนการผลิต

ดร. รอสซี ย้ำว่าการแปรรูปมันฝรั่งทั้งหัวจนกลายเป็นเกล็ด ไม่เพียงแต่ทำให้คุณค่าทางอาหารลดลงเท่านั้น แต่อาจมีการเติมสารปรุงแต่งอื่นๆ เข้าไปด้วย “บ่อยครั้งที่มันฝรั่งอบกรอบมีการปรุงรสจัดจ้านและเติมน้ำตาลเพิ่มเข้ามา” เธอกล่าว เผลอๆ บางยี่ห้อก็ไม่ต่างอะไรกับมันฝรั่งทอดรสเข้มข้นทั่วไปอย่างรสซาวครีมและหัวหอมเลยด้วยซ้ำ นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่า ยิ่งขนมมีส่วนผสมน้อยอย่างเท่าไหร่ ก็ยิ่งใกล้เคียงกับธรรมชาติมากเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่งทอดแบบปกติหรือแบบอบ จริงๆ แล้วก็กินได้ทั้งนั้นแหละ ขอแค่กินแต่พอดี เพราะหัวใจสำคัญของการกินเพื่อสุขภาพไม่ได้อยู่ที่การห้ามใจ แต่อยู่ที่การกินอย่างสมดุลต่างหาก สำหรับคนที่ชอบความกรุบกรอบของมันฝรั่งทอด ดร. รอสซี แนะนำให้เลือกยี่ห้อที่มีส่วนผสมง่ายๆ ตรงไปตรงมา คือ มีแค่มันฝรั่ง น้ำมัน และเกลือ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณกำลังอร่อยกับรสชาติแท้ๆ โดยไม่มีส่วนผสมที่ไม่จำเป็นปนเปื้อน

เรื่องนี้ถือว่าน่าสนใจสำหรับคนไทย ซึ่งมีตลาดขนมขบเคี้ยวที่ใหญ่และคึกคักไม่แพ้ใครในโลก ยิ่งมีขนมแปรรูปให้เลือกละลานตามากขึ้นเท่าไหร่ คำแนะนำนี้ก็ยิ่งเป็นข้อคิดให้เราๆ หันมาดูฉลาก อ่านส่วนผสมกันมากขึ้น และพยายามเลือกอะไรที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนเท่าที่จะทำได้

ถ้ามองย้อนกลับไป ความนิยมในการเลือกขนมที่เปลี่ยนไปก็สะท้อนภาพรวมพฤติกรรมการกินของคนไทยในวงกว้าง ที่ชีวิตในเมืองทำให้ผู้คนหันไปพึ่งพาอาหารแปรรูปกันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ผู้คนเริ่มตื่นตัวเรื่องคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีของการหวนกลับไปสู่วิถีการกินแบบดั้งเดิมที่เน้นอาหารจากธรรมชาติมากขึ้นก็เป็นได้

ในอนาคต คาดว่ากระแสการกินคลีนและความโปร่งใสเรื่องส่วนผสมจะยิ่งมาแรงขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลต่อทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและสินค้าที่จะวางขาย แบรนด์ขนมในไทยอาจมองเห็นโอกาสใหม่ๆ ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

สำหรับผู้อ่านชาวไทย ข้อคิดง่ายๆ ที่นำไปปรับใช้ได้เลยคือ: เวลาจะเลือกซื้อขนม ลองพลิกดูส่วนผสมสักนิด เลือกที่แปรรูปน้อยๆ และส่วนผสมไม่ซับซ้อนเข้าไว้ ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่งทอดกรอบหรือขนมชนิดอื่นๆ การทำความเข้าใจฉลากและข้อมูลโภชนาการจะช่วยให้เราเลือกกินได้อย่างฉลาดขึ้น และเหมือนเดิม การกินอย่างสมดุลคือสิ่งที่ดีที่สุดต่อสุขภาพโดยรวมของเรา