มีงานวิจัยใหม่ล่าสุดเผยว่า มีสูตรง่ายๆ ที่ใช้ข้อมูลแค่จำนวนก้าวเดินกับอัตราการเต้นหัวใจตอนพักจากสมาร์ทวอทช์ของคุณ ก็อาจช่วยให้การติดตามสุขภาพหัวใจดีขึ้นได้อย่างชัดเจน นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์เฟนเบิร์ก มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ได้ตีพิมพ์ผลการศึกษาในวารสารสมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา (Journal of the American Heart Association) โดยนำเสนอดัชนีชี้วัดตัวใหม่ที่เรียกว่า DHRPS (Daily Heart Rate Per Step) หรือ อัตราส่วนอัตราการเต้นหัวใจต่อก้าวรายวัน ค่านี้คำนวณง่ายๆ โดยเอาอัตราการเต้นหัวใจเฉลี่ยตอนพัก มาหารด้วยจำนวนก้าวเดินเฉลี่ยในแต่ละวัน ซึ่งใช้วัดได้ว่าหัวใจของคุณทำงานหนักเบาแค่ไหน หรือมีประสิทธิภาพเพียงใด
ดัชนีใหม่นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการที่หัวใจทำงานได้ไม่เต็มที่นั้นเชื่อมโยงกับโรคร้ายแรงหลายอย่าง เช่น เบาหวานชนิดที่ 2, ความดันเลือดสูง, ภาวะหัวใจล้มเหลว, โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหลอดเลือดหัวใจ การเพิ่มวิธีคำนวณง่ายๆ นี้เข้าไปในการดูแลสุขภาพประจำวัน จึงอาจเข้ามาเปลี่ยนวิธีที่คนไทยใช้ดูแลสุขภาพหัวใจไปเลยก็ได้ ในยุคที่คนไทยหันมาใช้เทคโนโลยีติดตามสุขภาพกันอย่างแพร่หลาย การนำค่า DHRPS มาใช้ก็เป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยาก แถมยังอาจช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อีกทางหนึ่ง
ศาสตราจารย์ จ้านหลิน เฉิน (Zhanlin Chen) ผู้เขียนหลักของงานวิจัย ชี้ว่า DHRPS เป็นวิธีที่ทำให้เรานำข้อมูลสุขภาพมาใช้ในชีวิตจริงได้ง่ายๆ โดยใช้แค่ “การคำนวณเลขนิดหน่อย” เท่านั้น ต่างจากเดิมที่เรามักจะดูแค่จำนวนก้าวหรืออัตราการเต้นหัวใจอย่างใดอย่างหนึ่ง DHRPS ให้มุมมองที่ครบถ้วนกว่า ทำให้เห็นภาพรวมประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนกว่า ดร. ปีเตอร์ อาซิซ (Peter Aziz) จากคลีฟแลนด์คลินิก ก็เห็นด้วยว่าดัชนีนี้มีประโยชน์ โดยย้ำว่ามันช่วยประเมินภาระการทำงานของหัวใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
งานวิจัยชิ้นนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใช้สมาร์ทวอทช์เกือบ 7,000 คน ซึ่งยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือของผลการศึกษานี้ หากมองในแง่การใช้งานจริง ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่ามีคนสองคนเดินได้วันละ 10,000 ก้าวเท่ากัน แต่คนหนึ่งมีอัตราการเต้นหัวใจตอนพักต่ำกว่า (สุขภาพดีกว่า) ก็จะทำให้มีค่า DHRPS ที่ต่ำกว่า (ซึ่งดีกว่า) ด้วย กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า DHRPS สามารถชี้วัดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ตรงจุดกว่าการดูแค่จำนวนก้าวหรืออัตราการเต้นหัวใจเพียงอย่างเดียว
เมื่อมองในบ้านเรา ซึ่งเป็นที่ที่กระแสรักสุขภาพและเทคโนโลยีกำลังมาแรง การพัฒนาตัวชี้วัด DHRPS นี้จึงเป็นเครื่องมือใหม่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคนที่อยากมีไลฟ์สไตล์แอคทีฟ ด้วยความนิยมของอุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ (wearable technology) ที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่คนเมือง การนำ DHRPS มาปรับใช้น่าจะสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมสุขภาพต่างๆ ที่มุ่งลดปัญหาโรคหัวใจ นอกจากนี้ เทรนด์การดูแลและเช็กสุขภาพด้วยตัวเองของคนไทย ซึ่งเห็นได้จากจำนวนแอปพลิเคชันและแกดเจ็ตเพื่อสุขภาพที่ผุดขึ้นมากมาย ก็ยิ่งทำให้ DHRPS มีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมและนำไปใช้ในวงกว้าง
งานวิจัยของมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นยังชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในอนาคตที่น่าสนใจ กล่าวคือ เมื่อ DHRPS ได้รับการยอมรับมากขึ้น ก็อาจนำไปต่อยอดใช้กับเรื่องสุขภาพด้านอื่นๆ ได้อีก ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งการป้องกันโรคและการออกแบบการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล (personalized healthcare) สำหรับคนไทยที่ใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเอง ก็สามารถใช้ค่า DHRPS เป็นข้อมูลช่วยตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเชิงรุก เช่น เพิ่มหรือลดระดับกิจกรรมในแต่ละวัน หรือตัดสินใจไปปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ เมื่อพบว่าค่า DHRPS ของตัวเองชี้ว่าอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้น
ข้อแนะนำง่ายๆ สำหรับผู้อ่านชาวไทยคือ ลองคำนวณค่า DHRPS ของตัวเองดู เพื่อจะได้เข้าใจการทำงานของหัวใจตัวเองได้ดีขึ้น การพยายามรักษาค่านี้ให้ต่ำอยู่เสมอไม่เพียงแต่จะช่วยให้หัวใจทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยังเป็นการปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น และอาจช่วยเลี่ยงปัญหาสุขภาพร้ายแรงในระยะยาวได้ เมื่อนำมาใช้ร่วมกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่คนไทยคุ้นเคยกันดี เช่น โยคะ และ การทำสมาธิ ดัชนีทางวิทยาศาสตร์ตัวนี้ก็จะเป็นอีกเครื่องมือที่ช่วยให้คนไทยสุขภาพแข็งแรงขึ้นได้
การเปิดเผยข้อมูลนี้สอดคล้องกับแนวทางของประเทศไทยที่ให้ความสำคัญกับ การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้มากขึ้น และยังอาจเป็นเหมือนสะพานเชื่อมเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ากับภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา เมื่อเรานำข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่เพียงแต่จะดีต่อสุขภาพของแต่ละคน แต่ยังช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมสุขภาพดีอย่างยั่งยืน