งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet Infectious Diseases เผยข้อมูลน่ากังวลว่า คนที่เคยติดโควิด-19 มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อโรคอื่น ๆ ตามมาอีกนาน อย่างน้อยเป็นปีหลังป่วยครั้งแรก งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นผลกระทบระยะยาวของโควิด-19 ต่อภูมิคุ้มกัน ซึ่งทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและติดเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัสอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมถึงเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis) และโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ สำหรับคนไทย ผลวิจัยนี้ตอกย้ำว่า แม้จะหายป่วยจากโควิดแล้ว โดยเฉพาะคนที่อาการไม่หนัก ก็ยังต้องระวังผลกระทบที่อาจตามมาอีกนาน และต้องหมั่นสังเกตอาการตัวเองต่อไป
การศึกษานี้เก็บข้อมูลจากฐานข้อมูลสุขภาพของกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกสหรัฐฯ (US Department of Veterans Affairs) โดยเปรียบเทียบข้อมูลสุขภาพของผู้ที่เคยติดโควิดกว่า 231,000 คน กับกลุ่มคนที่ไม่เคยติดเชื้อกว่า 605,000 คน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงธันวาคม 2566 ผู้เข้าร่วมการศึกษาได้รับการติดตามผลเป็นเวลาหนึ่งปีหลังการวินิจฉัย เพื่อดูว่ามีการติดเชื้ออื่น ๆ ตามมาหรือไม่ ผลพบว่า กลุ่มที่เคยเป็นโควิด-19 มีอัตราการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ (ที่ไม่ใช่โควิด) สูงกว่ากลุ่มที่ไม่เคยเป็นเกือบ 50% นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ว่า คนที่เคยป่วยโควิดจนต้องนอนโรงพยาบาล มีโอกาสติดเชื้ออื่น ๆ ตามมาสูงกว่าคนที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่จนต้องนอนโรงพยาบาลเสียอีก ซึ่งยิ่งเน้นย้ำว่าโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันของคนเราแตกต่างออกไป
ผลวิจัยพบว่า คนที่เคยเป็นโควิดแต่ไม่ได้นอนโรงพยาบาล มีแนวโน้มการติดเชื้อบางอย่างเพิ่มขึ้น 32% ส่วนคนที่ต้องนอนโรงพยาบาล มีผลตรวจแล็บยืนยันการติดเชื้อสูงขึ้นถึง 71% ข้อมูลนี้ชี้ว่า เชื้อโควิด-19 อาจเข้าไปเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายอ่อนแอลง และเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้อีกนานแม้จะหายดีแล้วก็ตาม ดร. กาเบรียล โชดิก จากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ย้ำว่าผลการศึกษานี้สำคัญมาก เพราะช่วยให้เข้าใจผลกระทบระยะยาวของโควิด-19 ต่อภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แม้ในคนที่เคยมีอาการเพียงเล็กน้อยก็ตาม
สำหรับประเทศไทย ที่ระบบสาธารณสุขต้องรับภาระหนักในช่วงการระบาดใหญ่ ผลวิจัยนี้เป็นเหมือนเครื่องเตือนใจว่า เราจำเป็นต้องมีระบบติดตามดูแลผู้ป่วยหลังหายโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าไทยจะคุมการระบาดส่วนใหญ่ได้ค่อนข้างดี ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนและการที่ประชาชนให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แต่ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง
โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของไทย ซึ่งเตรียมพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุอยู่แล้ว อาจต้องปรับตัวเพิ่มเติมเพื่อดูแลผู้ที่หายป่วยจากโควิด-19 ซึ่งอาจต้องเผชิญปัญหาสุขภาพตามมา สังคมไทยที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม อาจนำการแพทย์แผนไทยมาผสมผสานกับการแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหลังการติดเชื้อโควิด-19 ได้
ในระยะต่อไป หน่วยงานสาธารณสุขของไทยยังคงต้องติดตามสุขภาพของผู้ป่วยหลังหายโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เพื่อลดภาระด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้น การรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับการดูแลภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงอยู่เสมอ เช่น การกินอาหารที่มีประโยชน์ การตรวจสุขภาพประจำปี และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้ออื่น ๆ ตามกำหนด ถือเป็นก้าวสำคัญในการรับมือกับความเป็นไปได้ที่อัตราการติดเชื้อต่าง ๆ อาจสูงขึ้นหลังยุคโควิด-19
ท้ายที่สุดนี้ ผลการศึกษานี้ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการวางแผนฟื้นฟูและดูแลผู้ป่วยหลังโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ทั้งในไทยและทั่วโลก สำหรับผู้ที่กำลังฟื้นตัวจากโควิด-19 ในประเทศไทย ขอแนะนำให้ติดตามข่าวสารและปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองจะไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้ออื่น ๆ เพิ่มเติม ในช่วงเวลาหลังฟื้นตัวที่ร่างกายยังอาจอ่อนแออยู่