AAR NQA Class Plus 3: Strategy

การขับเคลื่อนงาน R2R หรืองานวิจัยเพื่อพัฒนางานประจำในภารกิจของกลุ่มงานวิจัยและพัฒนาการพยาบาล จำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนและสิ่งที่เรายึดเป็นเป้าหมายก็คือยุทธศาสตร์ขององค์กร การกำหนดเป้าหมายเช่นนี้ทำให้คนทำงานไม่เหนื่อยมากเพราะนอกจากเขาจะทำงานวิชาการเพื่อสอดรับกับเชิงนโยบายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลพลอยได้ก็คือผลงานวิจัยที่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงตอบสนองนโยบายและเชิงพัฒนางานประจำที่ทำ และเชิงประโยชน์ส่วนตัวที่สามารถนำไปใช้เป็นผลงานเลื่อนระดับความก้าวหน้าของตนเองได้

การพัฒนางานประจำด้วยวิจัยที่พี่ๆน้องๆพยาบาลส่วนใหญ่ทำมักสอดรับกับเป้าหมายของ service plan แต่ service plan เป็นเรื่องของการเน้นผลลัพธ์ที่เกิดจากการรักษา  เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเปล่าในการทำงานของพี่ๆน้องๆพยาบาลก็คือการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเชิงวิชาการทางการพยาบาลที่สอดรับกับ service plan ด้วยเช่นเดียวกัน โดยในขณะเดียวกันประเด็นหรือตัวชี้วัดที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายเมื่อสามารถนำมาพัฒนาเป็นโจทย์วิจัยได้ก็สามารถสนับสนุนให้ทำวิจัยในการขับเคลื่อนเพื่อไปสู่ประเด็นเป้าหมายของ service plan ดังกล่าว

การพัฒนาโจทย์วิจัยล้อไปกับยุทธศาสตร์นี้ทำให้ผู้บริหารค่อนข้างชอบเพราะนำไปใช้ประโยชน์ขับเคลื่อนต่อได้ในเชิงนโยบายและที่สำคัญผู้ปฏิบัติงานเองก็ได้นำผลงานไปใช้ประโยชน์ทั้งในแง่พัฒนางานประจำแล้วในเชิงวิชาการก็สามารถนำไปใช้ในการขอเลื่อนระดับได้

อาจจะสรุปได้ว่าในการขับเคลื่อนพัฒนางานประจำโดยวิจัยที่เราใช้ยุทธศาสตร์เป็นเป้าหมายหลักเพื่อค้นหาโจทย์วิจัยและใช้เครื่องมือวิจัยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นั้นทำให้เกิดปรากฏการณ์ win win ทั้งผู้ทำงานและองค์กร ที่สำคัญในแต่ละกลุ่มงานทางการพยาบาลทั้ง 16 สาขาถ้ากำหนดยุทธศาสตร์ได้ชัดเจนล้อไปกลับขององค์กรจะทำให้ทิศทางของการพัฒนาโจทย์วิจัยทำได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

การประเมิน NQA รอบนี้หน่วยงานที่นำเสนอการพัฒนางานโดยวิจัยและเริ่มต้นด้วยการนำเสนอยุทธศาสตร์ พันธกิจ วิสัยทัศน์และผลลัพธ์ที่เกิดจากงานที่ยังเป็น gap/pitfall นำมาสู่โจทย์วิจัยและมีผลงานวิจัยหรือ CQI จะเป็นที่พอใจของคณะกรรมการและนำมาซึ่งความชื่นชมเพราะสะท้อนให้เห็นถึงการเกิดการเรียนรู้ในหน่วยงานนั้นนั้น

ในการประเมิน NQA ในรอบนี้รู้สึกขอบคุณและชื่นชมนักวิจัยทุกท่านที่ร่วมกันพัฒนางานกันมาอย่างต่อเนื่องจนเมื่อเราได้รับการประเมินคุณภาพทางการพยาบาล ทำให้เราผ่านได้ในระดับ NQA Class Plus นับเป็นโรงพยาบาลที่ 6 ของประเทศไทย