นครนายก เมืองรองที่ต้องไปเที่ยว (3) ซุ้มไผ่ วัดจุฬาภรณ์วนาราม เที่ยวไทยเหมือนไปญี่ปุ่น

วัดจุฬาภรณ์วนาราม ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก สร้างขึ้นในโอกาสที่สมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษา ในวันที่ 4 กรกฎาคม 2550 ได้พระราชทานนามวัดว่า " วัดจุฬาภรณ์วนาราม" พร้อมด้วยพระราชทานตราสัญลักษณ์ จภ เป็นตราประจำวัด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2550 วัดจุฬาภรณ์วนารามเป็นวัดราษฎร์ นิกายธรรมยุติกนิกาย มีความพิเศษคือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุพุทธเดชะมงคลชัย

เมิ่อแรกสร้างสมเด็จพระญาณวโรดม (ประยูร สนฺตงกฺโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาสราชวรวิหารและคณะกรรมการมูลนิธิส่งเสริมพระพุทธศาสนา ในพระราชูปถัมภ์ ลงความคิดเห็นว่าสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญ โดยนายมานะ ปิ่นมงคลได้ถวายที่ดินแก่พระธรรมวราจารย์ (หลวงปู่แบน) วัดบวรนิเวศวิหาร จำนวน 47 ไร่

พระธรรมวราจารย์ได้เข้าดำเนินการปรับปรุงสถานที่เมื่อ พ.ศ. 2549 มีการปรับพื้นที่ดินเพื่อสร้างวัดแต่ยังคงรักษาต้นไม้เอาไว้และมีการปลูกต้นไม้ให้แนวทางเดินเพื่อความร่มเย็น และต่อมาสมเด็จพระญาณวโรดมออกหนังสือขอพระราชทานนามวัดและได้พระราชทานนามว่า "วัดจุฬาภรณ์วนาราม"และได้รับอนุญาตตั้งวัดเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2562

ด้านหน้าวัดมีซุ้มไผ่เป็นอุโมงค์ไผ่ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ลำไม้ไผ่โค้งเข้าหากันระหว่างทางเดินที่ทอดยาว มากกว่า 500  เมตร จนกลายเป็นอุโมงค์ไผ่เขียวขจีที่สวยงาม ยิ่งในเวลาที่มีแสงอ่อนของพระอาทิตย์ส่องลอดผ่านซุ้มไผ่ลงมาจะยิ่งสวยงามยิ่งขึ้น จนมีบรรยากาศคล้ายกับป่าไผ่อาราชิยามะในเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น

ป่าไผ่อาราชิยามะ (Arashiyama Park) ตั้งอยู่ในย่านซากาโนะ (Sagano District) ชานเมืองฝั่งตะวันตกของเกียวโต เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้ชื่นชอบธรรมชาตินิยมเดินทางมาเที่ยวชมธรรมชาติอันเงียบสงบของป่าไผ่อาราชิยามะในระหว่างการเดินไปยังวัดเทนริวจิ (Tenryuji Temple) แต่ในวันนี้เราไม่ต้องเดินทางไปถึงประเทศญี่ปุ่น เพราะการเที่ยวเมืองไทยที่วัดจุฬาภรณ์วนาราม ก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศ ร่มรื่นเงียบสงบของซุ้มไผ่ซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมากกับป่าไผ่อาราชิยามะ

ตลอดแนวซุ้มไผ่ทั้งสองฝั่งทางวัดได้ทำแนวรั้วเหล็กกั้น ห้ามนักท่องเที่ยวข้ามไปถ่ายรูปที่โคนไผ่ ทั้งนี้เพราะอาจเหยียบหน่อไม้หักเสียหายได้ ไผ่ที่ปลูกเป็นซุ้มสวยงามร่มรื่นเป็นแนวยาวนั้นเป็นไผ่ชนิด  " ไผ่สร้างไพร" เป็นไผ่ที่ขึ้นในป่าลึก ไม่สามารถขยายพันธุ์โดยการแตกตาเหมือนไผ่อื่นๆ จะขยายพันธุ์โดยการแตกหน่อในฤดูฝนช่วงเดือน สิงหาคม - กันยายน เท่านั้น ทางวัดจึงต้องกั้นแนวรั้วไว้ เพื่อป้องกันหน่อไม้ถูกหักทำลาย อันจะทำให้ซุ้มไผ่เสียหายไม่สามารถให้ร่มเงาแก่ผู้ที่ต้องการพักผ่อนภายใต้ซุ้มไผ่อันร่มรื่นได้ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

รอบๆบริเวณวัดยังมีพรรณไม้นานาชนิด เช่น ต้นยางนา ต้นโพธิ์ อินเดีย ต้นพระพุทธเจ้า 5 องค์ สุดทางอุโมงค์ซุ้มไผ่มีพระคันธารราชสีเหลืองทองประดิษฐานอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ ถัดไปด้านหลังจะเป็นพระไพรีพินาศ และมีลูกนิมิตไว้สำหรับปิดทอง กับมีระฆังให้เคาะเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่มาทำบุญ

หลังแนวซุ้มไผ่ที่ร่มรื่นเป็นบริเวณตลาดที่ชาวบ้านนำผลิตผลทางการเกษตรมาวางขาย ผักสดผลไม้ และ พืชผักตามฤดูกาล เช่น มะยงชิด หน่อไม้ ลูกหวาย เห็ด และยังมีอาหาร เครื่องดื่ม ของกินต่างๆ
 นอกจากนี้ยังมีงานหัตถกรรมฝีมือชาวบ้านวางจำหน่ายอีกด้วย ตลาดแห่งนี้เรียกกันว่า "ตลาดซุ้มไผ่ " เปิดขายทุกวัน โดยเฉพาะในวันหยุดจะมีสินค้าหลากหลายเป็นพิเศษ เนื่องจากมีนักท้องเที่ยวเดินทางมาทำบุญไหว้พระและชมความร่มรื่นของซุ้มไผ่เป็นจำนวนมาก

บันทึกต่อไป

นครนายก เมืองรองที่ต้องไปเที่ยว (4) อลังการเมืองบาดาลที่วัดมณีวงศ์