คาเมรอน ไฮแลนด์ส (3) Cameron 

Valley Tea ไร่ชาท่ามกลางหุบเขา

 

คาเมรอน ไฮแลนด์ส (Cameron Highlands ) สถานที่น่าท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในรัฐปาหัง ประเทศมาเลเซีย เป็นพื้นที่ราบสูงที่ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขาสูง มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี นอกจากมีวิวธรรมชาติสวยงามแล้ว ย้งมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายอีกด้วย

ผู้ค้นพบคาเมรอน ไฮแลนด์ส ได้แก่วิลเลียม คาเมรอน นักสำรวจชาวอังกฤษ ค้นพบในปี ค.ศ. 1885 ภายหลังจากการค้นพบได้มีการสร้างชุมชนขึ้น  โดยทางอังกฤษผู้ปกครองมาเลเซียในยุคนั้นได้เข้ามาสร้างเป็นเมืองตากอากาศอันสวยงาม และตั้งชื่อเมืองแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่วิลเลียม คาเมรอน ผู้ค้นพบว่า "Cameron"

.พื้นที่ส่วนใหญ่ของคาเมรอน ไฮแลนด์สเป็นเทือกเขาสูง มีความสูงเฉลี่ย 1,524 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี โดยที่นี่ตั้งอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ประมาณ 200 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง ทั้งนี้เนื่องจากถนนเป็นทางคดเคี้ยวและขึ้นเขาสูงชัน

ปัจจุบันคาเมรอนมีเมืองหลักอยู่ 3 เมือง ตั้งอยู่บนเขาโดยไล่ไปตามระดับความสูง เริ่มจากล่างสุดคือเมือง "ริงเลท"(Ringlet) เป็นเมืองแรกที่สร้างขึ้นในคาเมรอน ถือเป็นพื้นที่หลีกในการทำสวนผลไม้ สวนผัก ต่อมาคือเมือง "ทานา ราตา" (Tanah Rata) ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการปกครองและเมืองราชการในอดีต ปัจจุบันถือเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักของคาเมรอน และเมืองสุดท้ายอยู่สูงที่สุดคือ " บรินชาง " 
(Brinchang) เมืองตั้งอยู่บนหุบเขา โดดเด่นด้วยการทำไร่ชา สวนผลไม้ ฟาร์มสตรอเบอรี่และพืชผักเมืองหนาว อื่นๆ

Cameron Highlands เป็นพื้นที่ปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย ทั้งกว้างขวาง ใหญ่โต ยิ่งใหญ่อลังการ  มีไร่ชาเกิดขึ้นในคาเมรอน ไฮแลนด์สเป็นจำนวนมากซึ่งได้ริเริ่มปลูกชาในมาเลเซียตั้งแต่ปี 1929 และมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศดีสดชื่น มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นชาเขียวขจีเต็มไปหมดบนภูเขาหลายลูก ทำให้รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อยจากการเดินทางไกลเป็นเวลาหลายชั่วโมง

ในครั้งนี้เรามาแวะที่เมืองทานา ราตา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว และแวะที่ "Cameron Valley Tea House" ซึ่งเป็นจุดแวะพักระหว่างทาง และเป็นไร่ชาขนาดใหญ่เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวครบวงจร ไร่ชาแห่งนี้เป็นไร่ชาแบบเปิดขนาดใหญ่นักท่องเที่ยวสามารถเดินลงไปชมไร่ชาด้านล่างได้ โดยรวมแล้วจะเป็นไร่ชาที่ปลูกตามความลาดเอียงของเทือกเขา แต่จะมีทางเดินให้เดินเที่ยวชมไร่ชา และถ่ายภาพกับทิวทัศน์ที่สวยงาม

แต่ถ้าเดินไม่ไหวเพราะค่อนข้างไกลก็สามารถใช้บริการรถของทางไร่ที่จะพาไปชมจุดต่างๆในไร่ และหยุดตามจุดสำคัญให้ลงไปถ่ายภาพได้ ซึ่งใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45 นาที 

ทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่อยากเดินลงไปชมไร่หรือนั่งรถที่เขาจัดไว้บริการ ก็สามารถยืนชมวิวจากจุดชมวิวด้านบนที่เป็นระเบียงยื่นออกไปจากร้านค้าได้ ซึ่งจะมีทั้งเครื่องดื่มร้อน-เย็นเอาไว้บริการ และมีขนม อาหารว่าง อาหารกลางวันไว้บริการอีกด้วย นอกจากนั้นยังสามารถเลือกซื้อใบชากลิ่นต่างๆติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากได้อีกด้วย

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมไร่ชาคือช่วงเช้าซึ่งจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้น และเวลาเย็นที่พระอาทิตย์ตก แม้ว่าจะเป็นเวลาใกล้เที่ยงที่เราไปถึง  การได้นั่งจิบชาหอมละมุนที่ Tea House และชมทิวทัศน์ไร่ชาจากระเบียงชมวิว ก็นับได้ว่าเป็นช่วงเวลาดีๆที่มีความสุขแล้ว