เส้นทาง..ไทรอยด์
รถวิ่งมาได้ครึ่งทาง สายตาของผมกำลังจับจ้องมองถนน มือของเธอเอื้อมมาจับมือของผมไว้ แล้วดึงไปเกาะกุม ผมคิดในใจว่าจะมาสวีทหวานหรือดราม่าอะไรในตอนนี้ ที่ผมจะต้องใช้สมาธิในการขับรถ
“ขอบคุณพ่อมากเลยนะ ที่พาแม่มาโรงพยาบาล” ผมพยักหน้า แล้วพาเธอมุ่งตรงสู่โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช จังหวัดสุพรรณบุรี โรงพยาบาลของรัฐที่ได้มาตรฐานที่สุดในภูมิภาคนี้
ผมพาเธอมา ตามที่คุณหมอนัดตามปกติ ปีละ ๘ ครั้ง ตรวจเลือดก่อน ๓ วัน แล้วจึงค่อยพบคุณหมอในวันอังคารทุกๆ ๓ เดือน เพื่อดูผลเลือดและปรับยา ในการรักษาโรค..ไทรอยด์
ผมขับรถให้เธอทุกครั้ง ไม่เคยเลื่อนนัดคุณหมอ เราสองคนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาเกือบ ๔๐ ปี มีหรือจะทิ้งกัน เธอสุขภาพไม่สู้ดีมาหลายปีแล้ว และมาพบไทรอยด์เป็นพิษก่อนที่อายุจะย่างเข้าสู่ ๕๐ ปี
เพื่อให้ร่างกายของเธอแข็งแรงมากขึ้น ผมจึงต้องคอยให้กำลังใจ ยอมได้แม้กระทั่งทิ้งงานผู้บริหารสำนักงานที่ผมเคยใฝ่ฝัน ผมเคยสอบได้ตำแหน่งผู้ช่วยหัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอในตอนนั้น ก็ต้องสละสิทธิ์ไป
เลือกที่จะมาอยู่โรงเรียนเดียวกันกับเธอที่เป็นครูสายผู้สอน ช่วยกันประคับประคองงานในโรงเรียน ครอบครัว และสุขภาพร่างกาย ให้ทุกอย่างอยู่รอดปลอดภัย
ร่างกายของเธอเกือบจะไปไม่ไหว เมื่อต้องทำผลงานอาจารย์ ๓ ผมจึงต้องรับภาระเองทั้งหมด เพื่อให้เธอพลิกฟื้นและมีพลังสำหรับงานการเรียนการสอน เป็นแม่ขวัญเรือนของผมและลูกๆ
ตลอดเวลา ๒๕ ปี ที่เราสองคนเป็นคู่ทุกข์คู่ยาก ตรากตรำกับงานในโรงเรียนจนถึงวันเกษียณ จากนั้นก็แวะเวียนเข้าออกโรงพยาบาล ถึงแม้จะเป็นช่วงวันเวลาที่เราสุขสบายกว่าหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม
“จอดรถแล้ว เราแทบจะหลับตาเดินเข้าโรงพยาบาลได้เลยเนอะ” ผมพูดเล่นกับเธอ ขณะที่จับมือเธอเดินข้ามถนนหน้าโรงพยาบาล
“นั่นน่ะสิ ไม่รู้เมื่อไหร่จะหายเสียที” เธอพูดพร้อมกับยิ้มให้ผม คงจะเกรงใจที่ให้ผมขับรถมาส่งทุกครั้ง “ช่างมันเถอะ นึกว่ามาเที่ยวเมืองสุพรรณก็แล้วกัน” ผมพูดและก็คิดอย่างที่พูดจริงๆ
ความเคยชินที่มาโรงพยาบาลบ่อยๆ ทำให้รู้ระบบและขั้นตอนต่างๆ พอยื่นบัตรนัดแล้วก็นั่งรอเพื่อซักประวัติ จากนั้นก็นั่งรอเจ้าหน้าที่เรียกชื่อตามคิว เมื่อก่อนเธอจะอยู่ลำดับท้ายๆ หลังจากที่รักษากันเรื่อยมาจนเป็นลูกค้าประจำ คุณหมอก็เลยจัดคิวให้เธอเป็นมือวางในระดับต้นๆ
หรือไม่..คุณหมออาจจะสงสาร เพราะเห็นว่าอายุมากแล้วก็เป็นได้
ในช่วง ๑๐ ปี ผมพบข้อมูลของคนที่เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษที่เปลี่ยนไป จากจำนวนคนไข้ที่มารอคุณหมอไม่มากนัก เดี๋ยวนี้นับร้อยคนแล้ว จากเดิมที่มีเพียงกลุ่มผู้สูงอายุ ปัจจุบันคนเป็นไทรอยด์พบกันมากในทุกเพศทุกวัย
สิ่งหนึ่งที่ผมพบและไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือ คนไข้ไทรอยด์ทุกคนที่เข้าตรวจ จะใช้เวลาเฉลี่ยคนละ ๓ นาทีเท่านั้น อันนี้ผมเข้าใจได้ คุณหมอต้องทำงานแข่งกับเวลา จึงไม่จำเป็นต้องพูดมาก แค่ดูผลเลือดก็ทราบแล้ว และส่วนใหญ่จะไม่มีญาติเดินตามคนไข้เข้าไปในห้องตรวจแต่อย่างใด
แต่วันนี้ ผมจะเข้าไปกับเธอ คุณหมอที่เขาว่าดุแค่ไหนก็จะไม่กลัว ขอทำใจดีสู้เสือสักครั้ง
เมื่อพยาบาลเรียกชื่อเธอ ผมจึงเดินเข้าไปพร้อมกัน เธอนั่งที่เก้าอี้คนไข้ ส่วนผมยืนอยู่ข้างๆ คุณหมอนั่งมองผลเลือดของเธอที่จอคอมพิวเตอร์อย่างพินิจพิเคราะห์
“สวัสดีครับคุณหมอ คนไข้กลืนแร่มาหลายเดือนแล้ว จะมีโอกาสหายไหมครับ” ผมถาม
“ไทรอยด์ไม่หายขาดหรอกนะ ต้องกินยาไปเรื่อยๆ” คุณหมอพูดโดยที่ไม่มองหน้าผม “ครับ”
“ครั้งนี้ผลเลือดดีขึ้นมากเลยนะ เดี๋ยวหมอจะลดยาและไม่ต้องกินยาทุกวันแล้ว เดี๋ยวหมอจะนัดตรวจครั้งต่อไปในปลายเดือนมิถุนายน “ค่ะ” เสียงของเธอแผ่วเบาแต่สีหน้าแช่มชื่นกว่าทุกนัดที่ผ่านมา
ขอบคุณคุณหมอและโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช ที่ดูแลรักษาไทรอยด์ของเธอมาอย่างยาวนาน จนอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ถึงแม้เส้นทางสายนี้จะยังอีกยาวไกล แต่ผมก็ไม่รู้สึกไหวหวั่น
เพราะวัยเกษียณจะเกษมสันต์ ต้องดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวันของกันและกัน ไม่มีอะไรสำคัญกว่านี้อีกแล้ว
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๔ มีนาคม ๒๕๖๘





