การประชุมวิชาการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ปี ๒๕๖๘ หัวข้อ HARNESSING TECHNOLOGIES IN AN AGE OF AI TO BUILD A HEALTHIER WORLD ส่วนที่เป็นการประชุมหลัก จัดระหว่างวันที่ ๓๑ มกราคม - ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ ราชประสงค์ แต่กิจกรรมที่เกี่ยวข้องเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๘
และในวันที่ ๒๘ - ๒๙ มกราคม มี Side Meeting จำนวน ๔๘ การประชุม หนึ่งในนั้นคือ การประชุมเรื่อง “Complete Well-being in the Age of AI: The Crucial Role of Spiritual Health and Practical Strategies” ที่จัดโดยเครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา สนับสนุนโดย สสส. ที่จัดในวันที่ ๒๘ เต็มทั้งวัน
เป็นการนำเอาเรื่อง สุขภาวะทางปัญญา หรือทางจิตวิญญาณ มาเสริม สุขภาวะทางกาย ใจ สังคม และอื่นๆ เพื่อการบรรลุสุขภาวะที่สมบูรณ์ ซึ่งที่จริงองค์การอนามัยโลกจับเรื่องนี้มาตั้ง ๔๐ ปีแล้ว คือใน World Health Assembly 1983-1984 Resolution 37.13 Spiritual Dimension of Health มาถึงวันนี้ จากการฟังวิทยากรที่มาจากฮังการี (Prof. Gabor Karsai – Mind and Life Europe) กับสวีเดน (Dr. Fredrik Lindencrona) รวมทั้งจากเมืองไทยคือคุณอวยพร เขื่อนแก้ว ผมตีความว่า มนุษย์ต้องยกระดับมิติทางจิตวิญญาณเพื่อการบรรลุความอยู่รอดของมนุษยชาติ และของโลกใบนี้ทั้งใบ เพราะ ดร. เฟรดริก คือหนึ่งในทีมงานที่พัฒนา IDG (Internal Development Goals) เมื่อ ๕ ปีก่อน สำหรับช่วยการบรรลุ SDG
ทีมงานของ สสส. และศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา เตรียมเอกสารเล่มเล็กที่จัดทำอย่างมีคุณภาพสูง มาแจกในงาน อ่านหรือดาวน์โหลดได้ที่ jitwiwat.com/pmac2025-sidemeeting
ดังรายการในเอกสาร ผมได้รับมอบหมายให้บรรยายนำ ๒๐ นาที ได้เตรียม PowerPoint ประกอบการบรรยายเพื่อบอกว่าผมก็ไม่รู้จักเรื่อง สุขภาวะทางปัญญา (Spiritual Health) แต่เมื่อได้รับมอบหมายให้ไปพูด ผมก็ขอคำแนะนำจากสหายเจนเนอเรทีฟ เอไอ เจมิไน ช่วยตอบคำถามของผม และเอามาเล่าต่อ ดู ppt ได้ที่ (๑)
ผมจงใจตั้งชื่อบันทึกนี้ให้กว้างกว่าเทคโนโลยีดิจิทัล และเห็นชัดเจนว่าสาระของการอภิปรายมีเทคโนโลยีทางสังคม และด้านหนุนมิติของความเป็นมนุษย์ (human dimension) มากมาย ที่มีพลังต่อการพัฒนาจิตใจ และมิติที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นของมนุษย์ (human determination) โดยเทคโนโลยีสำคัญคือการมีสติอยู่กับตัวเอง (prescence) และอยู่กับสิ่งที่เหนือกว่าตัวตนของตนเอง (transcendence)
สุขภาวะทางปัญญาหรือทางจิตวิญญาณจึงขึ้นอยู่กับการฝึกจิต มีคนตั้งคำถามว่า เด็กสมัยนี้((เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่อุดมวัตถุอำนวยความสะดวก คิดและทำเร็ว ทำอย่างไรจึงจะเป็นคนที่มีสติระลึกรู้อยู่กับปัจจุบันขณะ เมื่อมีจังหวะผมจึงเล่าให้ ดร. เฟรดริก ฟังว่ามีโรงเรียนไทยจำนวนหนึ่งให้เด็กฝึกสติระลึกรู้กับปัจจุบันขณะเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนประจำวัน ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ฝึกในช่วงสั้นๆ ไม่กี่นาที่ แต่วันละหลายครั้ง และตอนกินอาหารเที่ยงด้วยกันก็กล่าวคำขอบคุณผู้มีส่วนทำให้ตนได้มีอาหารกิน เป็นการฝึกรู้คุณ (gratitude) เป็นประจำวัน เด็กนักเรียนเหล่านี้จะมีบุคลิกที่สงบเย็น (ในใจผมนึกถึงโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา) ท่านสนใจมาก
ศ. นพ. Srinath Reddy ฟังการประชุมอยู่ที่อินเดีย และใช้เวลา ๑๕ นาที สะท้อนคิดเรื่องสุขภาวะทางปัญญาให้แก่ที่ประชุม โดยเริ่มต้นว่า ชนเผ่ามายัน เมื่อสองคนมาพบกัน คนหนึ่งจะทักทายว่า I am another you อีกคนจะตอบว่า You are another me เป็นวัฒนธรรมที่คนเชื่อว่ามนุษย์ต่างคนเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือกล่าวใหม่ว่าเป็นระบบนิเวศเพื่อสุขภาวะของกันและกัน
ศาสตราจารย์นายแพทย์ศรีนาท จากอินเดีย บอกว่าพิษร้ายต่อสุขภาวะด้านจิตวิญญาณ ที่ร้ายที่สุดคือ โลภ โกรธ หลง ที่ใครละหรือผ่อนลงได้ ก็จะเป็นคุณทั้งต่อตนเอง คนรอบข้าง และสังคม โดยผมขอเพิ่มเรื่องตัวตน หรืออัตตา ที่เป็นเรื่องซับซ้อน มนุษย์เราในวัยเยาว์ต้องพัฒนาตัวตน หรืออัตลักษณ์ ที่พัฒนาต่อไปจนสุดทางที่ความมั่นคงในคุณธรรม (integrity) ตาม Chickering’s Seven Vectors of Identity Development แล้วพัฒนาต่อสู่การลดละตัวตน (อนัตตา)
วิจารณ์ พานิช
๒๘ ม.ค. ๖๘
ห้อง ๔๖๒๒ โรงแรมเซนทารา แกรนด์