สมัยนี้คนเราต้องรู้จักใช้ AI เป็นสหายคู่กาย   เอาไว้เป็นผู้ช่วยงาน หรือสอบถามข้อมูล หรือความเห็นในเรื่องต่างๆ   โดยเมื่อได้คำตอบก็สวมวิญญาณ “เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง”   เอาคำตอบที่ได้ไปพิจารณาต่อ หรืออาจเอาไปทดลองใช้เพื่อหมุนวงจรเรียนรู้จากประสบการณ์     

ผมลองถาม Gemini ว่า   ผมเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในประเทศไทย    ขอคำแนะนำว่าผมควรใช้ Generative AI อย่างไร  เพื่อสร้างความเจริญแก่มหาวิทยาลัยของผม  ได้รับคำตอบเป็นภาษาไทย  (แม้ผมจะถามเป็นภาษาอังกฤษ)    ดังนี้

 

“ในฐานะประธานมหาวิทยาลัยไทย คุณต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เกิดจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะ Generative AI   ต่อไปนี้คือแนวทางการบริหารจัดการการใช้ Generative AI ในมหาวิทยาลัย:

1. กำหนดทิศทางและนโยบาย

  • จัดทำนโยบายการใช้  Generative AI: กำหนดกรอบแนวทางการใช้  Generative AI ภายในมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน ครอบคลุมทั้งการศึกษา การวิจัย การบริหาร และการบริการ
  • สร้างความตระหนักรู้: จัดอบรมและสัมมนาให้กับบุคลากรและนักศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพ ข้อจำกัด และความเสี่ยงของ Generative AI
  • พัฒนาทักษะดิจิทัล: ส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาพัฒนาทักษะดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับ  Generative AI เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล การใช้เครื่องมือ AI และการคิดเชิงวิพากษ์

2. ปรับปรุงการเรียนการสอน

  • บูรณาการ Generative AI ในการเรียนการสอน: ใช้ Generative AI เป็นเครื่องมือเสริมในการเรียนการสอน เช่น การสร้างสื่อการเรียนรู้ การออกแบบบทเรียน การให้คำแนะนำแก่นักศึกษา
  • พัฒนาทักษะใหม่ๆ: พัฒนาระบบการประเมินผลที่สอดคล้องกับการใช้  Generative AI และส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาทักษะที่สำคัญ เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหา การสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกัน
  • ป้องกันการทุจริต: กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรการป้องกันการทุจริตทางวิชาการ เช่น การตรวจสอบการใช้ Generative AI ในการทำรายงานหรือการสอบ

3. ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา

  • สนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับ  Generative AI: สนับสนุนอาจารย์และนักวิจัยในการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ  Generative AI ในหลากหลายสาขาวิชา
  • พัฒนาเทคโนโลยี  AI ของตนเอง: ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี  AI ที่มีความเป็นไทยและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ
  • สร้างเครือข่ายความร่วมมือ: สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาอื่นๆ เพื่อร่วมกันพัฒนาและใช้ประโยชน์จาก Generative AI

4. พิจารณาประเด็นทางจริยธรรมและสังคม

  • จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรม: จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและกำหนดนโยบายด้านจริยธรรมในการใช้  Generative AI
  • สร้างความตระหนักรู้ด้านจริยธรรม: สร้างความตระหนักรู้ให้กับบุคลากรและนักศึกษาเกี่ยวกับประเด็นทางจริยธรรมในการใช้  Generative AI เช่น การละเมิดลิขสิทธิ์ การใช้ข้อมูลส่วนบุคคล การสร้างข้อมูลเท็จ
  • พัฒนาทักษะด้านจริยธรรม: ส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาพัฒนาทักษะด้านจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี

5. การบริหารจัดการและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  • ติดตามประเมินผล: ติดตามประเมินผลการนำ  Generative AI มาใช้ในมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง และปรับปรุงนโยบายและแนวทางการปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์
  • พัฒนาบุคลากรด้านไอที: พัฒนาบุคลากรด้านไอทีให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลรักษาและพัฒนาระบบเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ  Generative AI
  • สร้างความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ: สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาอื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนากรอบการใช้ Generative AI ร่วมกัน

การบริหารจัดการการใช้ Generative AI ในมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นโอกาสสำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น หากสามารถบริหารจัดการได้อย่างเหมาะสม Generative AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาไทย

คำถามเพิ่มเติม:

  • คุณมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารจัดการการใช้  Generative AI ในมหาวิทยาลัยหรือไม่?
  • คุณคิดว่าความท้าทายสำคัญในการนำ  Generative AI มาใช้ในมหาวิทยาลัยคืออะไร?

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการการใช้ Generative AI ในมหาวิทยาลัยของท่านครับ”

ผมถาม Perplexity ด้วยคำถามเดียวกัน  ได้รับคำตอบเป็นภาษาอังกฤษ  และเมื่อขอให้ตอบเป็นภาษาไทย   ก็ได้คำตอบดังนี้   

“แน่นอน! นี่คือแนวทางในการจัดการการใช้ Generative AI ในมหาวิทยาลัยของคุณ:

พัฒนานโยบายที่ครอบคลุม

กำหนดนโยบายที่ชัดเจน: สร้างแนวทางเฉพาะสำหรับการใช้ Generative AI ในแต่ละภาควิชาและฟังก์ชันต่าง ๆ ซึ่งควรรวมถึงนโยบายเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และข้อพิจารณาด้านจริยธรรมในการประยุกต์ใช้ AI แนวทางของมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ที่มีการตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนานโยบายข้ามสาขาอาจเป็นแบบอย่างที่ดีมุ่งเน้นไปที่ Generative AI: ต้องมั่นใจว่านโยบายจะต้องเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับ Generative AI แทนที่จะเป็น AI ในภาพรวม เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความท้าทายและโอกาสที่เกิดจาก Generative AI ในการศึกษาและการบริหารได้อย่างเหมาะสม

มีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รวมมุมมองที่หลากหลาย: ตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานที่ประกอบด้วยคณาจารย์ นักศึกษา เจ้าหน้าที่ IT และผู้บริหารจากหลายสาขา การทำงานร่วมกันนี้จะช่วยในการระบุคำถามและความต้องการที่สำคัญเกี่ยวกับ Generative AI เพื่อให้แน่ใจว่านโยบายมีความเกี่ยวข้องและสามารถนำไปปฏิบัติได้ในหลายด้านจัดเวิร์กช็อปและการฝึกอบรม: จัดเวิร์กช็อปและการฝึกอบรมเพื่อให้ความรู้แก่คณาจารย์และเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเครื่องมือ Generative AI และการประยุกต์ใช้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้าใจและส่งเสริมการใช้งานอย่างรับผิดชอบในชุมชนวิชาการ

ใช้ Generative AI เพื่อพัฒนาสถาบัน

วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับปรุงนโยบาย: ใช้ Generative AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเพื่อตรวจสอบนโยบายที่ไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยในการปรับปรุงอัตราการสำเร็จการศึกษาและความพึงพอใจของนักศึกษาเพิ่มประสิทธิภาพในการสรรหานักศึกษา: นำ Generative AI มาใช้ในการสร้างสรรค์วัสดุประชาสัมพันธ์ที่ปรับแต่งตามความสนใจของนักเรียนที่มีศักยภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสนใจและดึงดูดนักเรียนที่หลากหลาย

ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ปรับปรุงนโยบายอย่างสม่ำเสมอ: เมื่อเทคโนโลยี Generative AI มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ควรปรับปรุงนโยบายของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องเพื่อสะท้อนถึงความก้าวหน้าและแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด รวมทั้งมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับประสิทธิภาพของนโยบายในปัจจุบันสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์: สนับสนุนโครงการที่สำรวจการใช้งาน Generative AI ที่สร้างสรรค์ในด้านวิจัยและการบริหาร ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ได้พัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองชื่อ ChulaGENIE ซึ่งเน้นการใช้งานอย่างรับผิดชอบในขณะที่ให้เครื่องมือที่สามารถปรับแต่งได้สำหรับความต้องการทางวิชาการต่าง ๆโดยการดำเนินตามกลยุทธ์เหล่านี้ คุณจะสามารถสร้างกรอบงานที่แข็งแกร่งในการจัดการ Generative AI ในมหาวิทยาลัยของคุณ เพื่อให้มันช่วยเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในขณะที่จัดการกับข้อพิจารณาด้านจริยธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ”

 ได้ความรู้ว่า จุฬาฯ พัฒนา ChulaGENIEสำหรับใช้ภายในมหาวิทยาลัย   นิสิตจะได้ใช้งานในเดือนมีนาคม ๒๕๖๘    

 

ลองถาม Copilot ด้วยคำถามเดียวกัน   ได้รับคำตอบอีกสไตล์ เป็นภาษาอังกฤษ   เมื่อบอกให้ตอบเป็นภาษาไทย เขาก็แปลให้ ดังนี้

“ยินดีครับ! นี่คือวิธีการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) เพื่อพัฒนามหาวิทยาลัยของคุณครับ:

1. **การพัฒนาหลักสูตร**: ใช้ AI ในการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบปรับได้ที่ปรับเนื้อหาการศึกษาให้เหมาะกับความต้องการของนักศึกษาแต่ละคน AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลการเรียนรู้และให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น

2. **การช่วยเหลือการวิจัย**: มอบเครื่องมือ AI ให้กับนักวิจัยเพื่อสร้างสมมติฐาน ร่างบทความวิจัย และวิเคราะห์ชุดข้อมูลที่ซับซ้อน ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการวิจัยและเพิ่มคุณภาพของผลงานวิจัย

3. **ผู้ช่วยสอนเสมือน**: ใช้ AI ในการสร้างผู้ช่วยสอนเสมือนที่ช่วยจัดการงานด้านธุรการ ตอบคำถามของนักศึกษา และให้การสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง การทำเช่นนี้จะช่วยให้คณาจารย์มีเวลาในการสอนและให้คำปรึกษามากขึ้น

4. **การวิเคราะห์เชิงทำนาย**: ใช้ AI เพื่อทำนายผลการเรียนและระบุนักศึกษาที่อาจต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้สามารถแทรกแซงตั้งแต่เนิ่นๆ และช่วยในการเพิ่มอัตราการคงอยู่ของนักศึกษา

5. **ประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ**: ทำให้งานประจำด้านการบริหาร เช่น การจัดตารางเรียน การรับสมัครนักศึกษา และการจัดการเอกสารเป็นระบบอัตโนมัติ AI จะช่วยลดภาระงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

6. **การมีส่วนร่วมและการคงอยู่ของนักศึกษา**: พัฒนาแพลตฟอร์มที่ใช้ AI เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีความสัมพันธ์และเฉพาะบุคคล รวมถึงแบบสำรวจและกลไกรับข้อเสนอแนะที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อปรับปรุงการให้บริการของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

7. **โซลูชั่น Smart Campus**: ใช้ AI ในการสร้างโซลูชั่น Smart Campus เช่น ระบบการเข้าร่วมอัตโนมัติ ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้ AI และอาคารที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้สภาพแวดล้อมในมหาวิทยาลัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

8. **ความร่วมมือกับอุตสาหกรรม**: ใช้ AI ในการสร้างความร่วมมือที่แน่นแฟ้นกับอุตสาหกรรม โดยการจัดให้หลักสูตรสอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมและสนับสนุนโครงการวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาจริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานของบัณฑิต 

9. **การสร้างสื่อการเรียนการสอน**: AI สามารถช่วยสร้างเนื้อหามัลติมีเดีย เช่น วิดีโอการศึกษา การจำลองสถานการณ์ และห้องปฏิบัติการเสมือน ซึ่งจะทำให้ทรัพยากรการเรียนการสอนที่มีอยู่ของคณาจารย์และนักศึกษามีความหลากหลายและครบครันมากยิ่งขึ้น

10. **การสนับสนุนสุขภาพจิต**: พัฒนาระบบสนับสนุนสุขภาพจิตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาและทรัพยากรสำหรับนักศึกษาได้ตามต้องการ เพื่อช่วยให้นักศึกษาได้รับการสนับสนุนเมื่อต้องเผชิญกับความเครียดในช่วงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย

การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์สามารถช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการศึกษาที่มีความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ และเอื้อต่อความต้องการของนักศึกษาได้เป็นอย่างดี คุณคิดเห็นยังไงบ้างครับ?”

 

เห็นไหมครับ  ในยุคนี้มีคำถามอะไรถาม AI หลายๆ สำนัก   เอามาคิดต่อ ประติดประต่อกับข้อคิดเห็นของเราเอง   ทำงานได้เร็วขึ้นมาก    แต่ผมก็สงสัยว่า ในอนาคตบริการเหล่านี้จะยังฟรีแบบในปัจจุบันหรือไม่   เพราะบริการ Generative AI ใช้พลังงานมาก   

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ม.ค. ๖๘