หลักสูตร วท.บ. นวัตกรรมการเกษตรและการจัดการ
นี่คือหลักสูตรที่คณะทรัพยากรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชน (BCL) ร่วมกันดำเนินการ ตามที่ผมไปเห็นเมื่อวันที่ ๕ - ๖ กันยายน ๒๕๖๗ และเล่าไว้ที่ (๑) และ (๒) และมูลนิธิ BCL นำเรื่องราวความสำเร็จของหลักสูตรไปเล่าสู่สาธารณะที่ (๓)
วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ นพ. สมบูรณ์ จิระวัฒนาสมกุล เลขาธิการมูลนิธิ BCL และ พญ. สุภาพร จิระวัฒนาสมกุล ภรรยา นัดพบผมเพื่อรายงานความคืบหน้าของหลักสูตรที่นักศึกษาปี ๔ ได้รับมอบหมายให้ทำโครงการพิเศษ (IS – Independent Study) และมีนักศึกษาชาวบุรีรัมย์คนหนึ่งไปทำโครงการที่อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ร่วมกับชุมชน และโรงพยาบาลขุนหาญ และเชิญลุงนันจากพัทลุงไปเยี่ยมกิจกรรม ลุงนันไปเห็นวิถีเกษตรกรรมของชาวบ้านแล้วแนะนำว่า ไม่เป็นกิจกรรมเกษตรกรรมรายได้สูง ต้องคิดใหม่ จึงเกิดแรงกระเพื่อมจากหลักสูตรนี้ สู่การพัฒนาชุมชนร่วมกับผู้นำชุมชน และโรงพยาบาลชุมชน
คุณหมอสมบูรณ์ และสุภาพร มาขอนัดพาผมไปเยี่ยมชมกิจกรรมที่อำเภอขุนหาญ นัดกันได้วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๘ ที่ผมมานึกขึ้นได้ภายหลังว่า น่าจะชวนท่านอธิการบดี และคณบดีสำนักวิชาเกษตรกรรมของ มทส. ไปร่วมด้วย และในการประชุมสภา มช. เช้าวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘ ผมได้โอกาสเล่าเรื่องนี้ให้ที่ประชุมสภา มช. ฟัง และชวนท่านคณบดีคณะเกษตรศาสตร์ไปทำความเข้าใจหลักสูตร วท.บ. เกษตรศาสตร์ที่นักศึกษาเป็น ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (change agent) ด้านการเกษตรรายได้สูง ในพื้นที่ โดยนักศึกษาเรียนจากการปฏิบัติแล้วสะท้อนคิดเป็นหลัก และเชื่อมโยงกับกิจกรรมพัฒนาชุมชนที่ร่วมกันจัดในพื้นที่ โดยหลายภาคส่วน
เรื่องการพัฒนาเชิงเพ้อฝันชวนมหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรนอกกรอบแบบนี้ ท้าทายมากว่าจะชวนนักวิชาการหรือผู้บริหารวิชาการไทยไปร่วมได้หรือไม่ ผมยังไม่เข้าใจเรื่องราวของนักศึกษาที่ไปสร้างความคึกคักที่อำเภอขุนหาญ จ. ศรีสะเกษ จึงขอข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณหมอสมบูรณ์ ได้รับลิ้งค์ของโพสต์ของ “เด็กแบกจอบ” ใน FB บอกว่าเขาไปทำอะไรที่บ้านสุขสมบูรณ์ อ. ขุนหาญ จ. ศรีสะเกษ (๔) และ (๕)
คุณหมอสมบูรณ์ ส่งเอกสารสรุปการไปดูงานของทีม อ. ขุนหาญ จ. ศรีสะเกษ ที่สวนลุงนัน และชุมชนบ้านในกอย อ. ป่าบอน จ. พัทลุง ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ มาให้ ที่เมื่อไปเห็นตัวอย่าง และเรียนรู้หลักการการทำเกษตรมูลค่าสูง ทีมงานศรีสะเกษก็สำรวจชุมชนของตนเอง และวางแผนดำเนินการเกษตรมูลค่าสูงในพื้นที่ของตนเองทันที
ผมยังได้รับเอกสารสรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงานของทีม ขุนหาญ ศรีสะเกษ ระหว่างวันที่ ๘ พ.ย. ๖๗ – ๒๐ ม.ค. ๖๘ มาให้ โดยเอกสารนี้ทำโดยพยาบาลโรงพยาบาลขุนหาญ น่าประทับใจมาก ว่าเกิดการเคลื่อนไหวเรียนรู้และปรับตัวในชุมชนมากอย่างไม่น่าเชื่อ และที่ผมประทับใจที่สุดคือ เอกสารร่างคำสั่งอำเภอขุนหาญ จัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาผู้นำธุรกิจและชุมชนอำเภอขุนหาญ ภายใต้ร่ม พชอ. ที่หากตั้งขึ้นได้จริง และทีมงานได้ทำงานประสบความสำเร็จ จะเป็นกรณีตัวอย่างแก่การพัฒนาท้องที่อื่นๆ ของประเทศ ในการพัฒนาธุรกิจของคนในพื้นที่ ซึ่งในกรณีนี้ กระตุ้นโดยนักศึกษาหลักสูตร วท.บ. นวัตกรรมการเกษตรและการจัดการ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ดำเนินการร่วมกับมูลนิธิ BCL
คำถามคือ นักศึกษาสาขาอื่น ในมหาวิทยาลัยอื่น จะเป็น change agent แก่ชุมชนในทำนองเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันได้หรือไม่ อย่างไร
ผมจะไปเรียนรู้ที่ อ. ขุนหาญ จ. ศรีสะเกษ ในวันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๘
เพิ่มเติม
เมื่อผมขอความกระจ่าง ว่าเกิดอะไรในพื้นที่ขุนหาญ ก็ได้รับคำตอบจาก นพ. สมบูรณ์ ดังนี้
เรียนอาจารย์วิจารณ์ที่เคารพครับ
ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2567 มูลนิธิ ได้ส่งนักศึกษา หลักสูตรนวัตกรรมและการจัดการ ปี 4 หนึ่งคน และปี 3 สองคน ร่วมกับชาวบ้านอำเภอขุนหาญ สร้างศูนย์เรียนรู้ บนที่ดิน 21 ไร่ของคุณวิเชียร (Wichien) ที่มีจิตเป็นกุศลอยากให้มีศูนย์เรียนรู้ เพื่อพัฒนาเยาวชนและเป็นต้นแบบให้เกษตรงกร โดยลงทุนด้วยทุนทรัพย์ของตนเองทั้งหมด และแจ้งว่าหากผลดำเนินงานมีกำไรเหลือ ขอมอบให้โรงพยาบาลขุนหาญ เพื่อเป็นทุนไว้เป็นค่าตอบแทนนักบริบาลชุมชนเต็มเวลา(CG) ชื่อศูนย์ เป็นชื่อสามี ที่ล่วงลับ(คนต่างชาติ)รวมกับชื่อ คุณ วิเชียร ครับ
ลุงนัน ชูเอียด เป็นครูผู้คอยให้คำแนะนำนักศึกษาผ่านทางโทรศัพท์เกือบทุกวันครับ และ
มีการประชุม online ติดตามประจำเดือนร่วมกันสามพื้นที่ คืออำเภออุบลนัตน์(คุณหมออภิสิทธิ์) และทีมจังหวัดพิจิตร โดยมีทีมมูลนิธิ นำโดยอาจารย์นิกร และลุงนัน ร่วมประชุมด้วย ไฟล์สองไฟล์นี้ ทางโรงพยาบาลขุนหาญ ทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการประชุมเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมาครับ
นพ.สมบูรณ์
วิจารณ์ พานิช
๒๓ ก.พ. ๖๘