ว่าด้วย ชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติ

ทสพราหมณชาดก

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

๑๒. ทสพราหมณชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๔๙๕)

ว่าด้วยการจำแนกตระกูลพราหมณ์ ๑๐ ตระกูล

             (พระศาสดาทรงประกาศข้อความนี้ว่า)

             [๒๒๒] พระเจ้ายุธิฏฐิละ ผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ได้ตรัสกับวิธุรอำมาตย์ว่า วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๒๓] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๒๔] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของพระองค์หาได้ยาก พระเจ้าข้า

             [๒๒๕] ขอเดชะพระมหาราช ได้ยินว่า พราหมณ์มีอยู่ ๑๐ ตระกูลด้วยกัน ขอพระองค์โปรดสดับการจำแนกแจกแจง พราหมณ์ทั้ง ๑๐ ตระกูลนั้นโดยพิสดารจากข้าพระองค์เถิด

             [๒๒๖] พราหมณ์บางพวกถือถุงย่ามที่เต็มด้วยรากไม้ปากปิด ติดสลากยาบ้าง รดน้ำมนต์บ้าง เป่าเสกคาถาอาคมบ้าง

             [๒๒๗] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนหมอ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนหมอเหล่านั้น แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๒๘] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๒๙] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๓๐] พราหมณ์อีกพวกหนึ่งถือกังสดาลป่าวประกาศไปข้างหน้าบ้าง ไปรับใช้บ้าง ศึกษาวิชาการเกี่ยวกับรถบ้าง

             [๒๓๑] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนรับใช้ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนรับใช้เหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๓๒] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๓๓] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๓๔] พราหมณ์อีกพวกหนึ่งถือคนโทน้ำและไม้เท้าคด เข้าไปพึ่งพาพระราชาในคามและนิคมด้วยตั้งใจว่า เมื่อชาวบ้านหรือชาวนิคมไม่ให้ เราจะไม่ออกไป

             [๒๓๕] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนผู้กดขี่ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนผู้กดขี่เหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๓๖] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๓๗] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๓๘] พราหมณ์อีกพวกหนึ่ง มีขนรักแร้ เล็บ และขนงอกขึ้นยาว มีฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ เกรอะกรังไปด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจกเที่ยวไปอยู่

             [๒๓๙] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนขุดตอไม้ที่ถูกไฟไหม้ เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนขุดตอไม้ ที่ถูกไฟไหม้เหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๔๐] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๔๑] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๔๒] ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งเหล่าชน พราหมณ์อีกพวกหนึ่งย่อมค้าขายผลสมอ มะขามป้อม ผลมะม่วง ผลหว้า สมอพิเภก ขนุนสำปะลอ ไม้ชำระฟัน ผลมะตูม และพุทรา

             [๒๔๓] ลูกเกด อ้อยลำ น้ำอ้อยงบ กล้องสูบยาเส้น น้ำผึ้ง และยาหยอดตา และย่อมค้าขายสิ่งของที่มีค่ามากและมีค่าน้อย

             [๒๔๔] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อค้า เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนพ่อค้าเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๔๕] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๔๖] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๔๗] พราหมณ์อีกพวกหนึ่งให้กระทำกสิกรรมและพาณิชกรรม เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ ตกแต่งหญิงสาว ทำวิวาหมงคลและอาวาหมงคล

             [๒๔๘] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อค้าคหบดี เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนพ่อค้าคหบดีเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๔๙] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๕๐] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๕๑] พราหมณ์อีกพวกหนึ่งเป็นปุโรหิตประจำบ้าน บริโภคภิกษาที่เขาเก็บไว้เพื่อตน ชนจำนวนมากย่อมสอบถามพราหมณ์เหล่านั้น พราหมณ์เหล่านั้นเป็นนักตอนสัตว์และตีตราสัตว์

             [๒๕๒] แม้สัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เช่น กระบือ สุกร และแพะ ในบ้านเหล่านั้น ก็ถูกพราหมณ์เหล่านั้นฆ่า แม้พวกพราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนนายโคฆาต เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนนายโคฆาตเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๕๓] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๕๔] ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๕๕] พราหมณ์ทั้งหลายถือดาบและโล่หนัง เหน็บกริช ยืนดักอยู่ที่ทางเดินของพวกพ่อค้าบ้าง คอยคุ้มครองกองเกวียนบ้าง

             [๒๕๖] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนเลี้ยงโคและโจรปล้นฆ่าชาวบ้านเขาก็เรียกกันว่าพราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนเลี้ยงโคและโจรปล้นฆ่าชาวบ้านเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๕๗] ก็พวกพราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๕๘] ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๕๙] พราหมณ์อีกพวกหนึ่งสร้างกระท่อมอยู่ในป่า ทำเครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่าย เสือปลา ปลา และเต่า ตลอดจนถึงเหี้ย

             [๒๖๐] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนนายพราน เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนนายพรานเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๖๑] ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๖๒] ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

             [๒๖๓] พราหมณ์อีกพวกหนึ่งปรารถนาทรัพย์ก็ลงนอนอยู่ใต้เตียง เมื่อเริ่มทำพิธีโสมยาคะ ก็ให้พระราชาทั้งหลายสรงสนาน ณ เบื้องบน

             [๒๖๔] แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนขัดสนิม เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนขัดสนิมเหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

             [๒๖๕] ก็พวกพราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

             [๒๖๖] ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

             (วิธุรอำมาตย์ครั้นแสดงผู้เป็นพราหมณ์เพียงแค่ชื่อ บัดนี้เพื่อจะแสดงผู้เป็นพราหมณ์โดยปรมัตถ์ จึงได้กล่าว ๒ คาถาว่า)

             [๒๖๗] ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของพระองค์ยังมีอยู่ พระเจ้าข้า

             [๒๖๘] พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารมื้อเดียว และไม่ดื่มน้ำเมา ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์เหล่านั้นแด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

             (พระเจ้าโกรัพยะทรงสดับดังนั้นแล้วดีพระทัย จึงตรัสว่า)

             [๒๖๙] วิธุระ พราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่านั้นแหละ วิธุระ จงรีบนิมนต์พวกท่านมาเร็วๆ

ทสพราหมณชาดกที่ ๑๒ จบ

-----------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา 

ทสพราหมณชาดก

ว่าด้วย ชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติ

               พระศาสดา เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงพระปรารภอสทิสทาน ตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
               เรื่องอสทิสทานนั้นมีความพิสดารปรากฏแล้ว ในวิธูรชาดก อัฏฐนิบาต
               เรื่องมีว่า ปางเมื่อพระราชาจะทรงถวายทานนั้น ทรงเลือกคัดภิกษุประมาณ ๕๐๐ รูป กระทำพระศาสดาให้ทรงเป็นประธาน และได้ทรงถวายทานแด่พระมหาขีณาสพทั้งนั้น. ครั้งนั้นเมื่อภิกษุจะกล่าวคุณกถาของท้าวเธอ ยกเรื่องขึ้นสนทนากันในธรรมสภาว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย พระราชาเมื่อจะทรงถวายอสทิสทาน ได้ทรงเลือกถวายในภิกษุผู้เป็นที่ประดิษฐานแห่งมรรคผล.
               พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อกี้ พวกเธอกำลังสนทนาเรื่องอะไรกัน เมื่อพวกภิกษุพากันกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว
               ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่น่าอัศจรรย์เลยที่โกศลราชผู้อุปัฏฐากของพระพุทธเจ้าเช่นเรา ทรงเลือกถวายทาน ปวงบัณฑิตแต่ก่อน เมื่อพระพุทธเจ้ายังไม่เสด็จอุบัติ ก็เคยเลือกถวายแล้ว
               ภิกษุเหล่านั้นพากันกราบทูลอาราธนา ทรงนำอดีตนิทานมาดังต่อไปนี้
               ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าโกรัพยยุธิฏฐิลโคตรเสวยราชสมบัติ ณ พระนคร อินทปัต แคว้นกุรุ. อำมาตย์ของพระองค์นามว่าวิธูระ คอยถวายอรรถและธรรม. พระราชาทรงยังชมพูทวีปทุกแห่งหนให้กระฉ่อน ทรงถวายมหาทาน.
               บรรดาคนที่รับทานนั้นบริโภค จะหาคนหนึ่งที่รักษาศีล ๕ ก็ไม่มีเลย ทุกคนทุศีลทั้งนั้น ทานมิได้กระทำให้พระราชาทรงยินดี พระราชาเข้าพระหทัยว่า การเลือกให้ทานมีผลมาก ทรงมีพระประสงค์จะให้ทานแก่ผู้มีศีล ทรงดำริว่า ต้องปรึกษากับวิธูรบัณฑิต. ท้าวเธอทรงรับสั่งให้ท่านผู้มาสู่ที่เฝ้านั่งเหนืออาสนะ ตรัสถามปัญหา.

               พระศาสดา เมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น จึงตรัสกึ่งพระคาถาว่า
               พระราชายุธิฏฐิลทรงปรารถนาธรรม ได้ตรัสกะวิธูรอำมาตย์.
               ต่อไปเป็นดำรัสของพระราชาและคำตอบของท่านวิธูระว่า
               พระเจ้ายุธิฏฐิละผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม ได้ตรัสกับวิธูรอำมาตย์ว่า
               ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจะให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีลเป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ที่สมควรจะบริโภคโภชนาหารของพระองค์นั้นหาได้ยาก ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้าได้สดับมาว่า ชาติพราหมณ์มี ๑๐ ชาติ ขอพระองค์จงทรงสดับการจำแนกแจงชาติพราหมณ์เหล่านั้นของข้าพระองค์
               ชนทั้งหลายถือเอากระสอบอันเต็มไปด้วยรากไม้เรียบร้อย ปิดสลากบอกสรรพคุณยาไว้ รดน้ำมนต์และร่ายมนต์ ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเป็นเหมือนกับหมอก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               (พระเจ้าโกรัพยะตรัสดังนี้ว่า) ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์มิได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ชนทั้งหลายถือกระดิ่ง ตีประกาศไปข้างหน้าบ้าง คอยรับใช้บ้าง ศึกษาในการขับรถบ้าง ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนบำเรอ ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เหล่านั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               พวกพราหมณ์ถือน้ำเต้าและไม้สีฟัน คอยเข้าใกล้พระราชาทั้งหลาย ในบ้านและนิคมด้วยตั้งใจว่า เมื่อคนทั้งหลายในบ้านหรือนิคมไม่ให้อะไรๆ พวกเราจักไม่ลุกขึ้น ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับผู้กดขี่ข่มเหง ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ คนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ชนทั้งหลายมีเล็บและขนรักแร้งอกยาว ฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะเกรอะกรังด้วยฝุ่นละออง เป็นพวกยาจกท่องเที่ยวไป ข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้นแม้จะเหมือนกับมนุษย์ขุดตอ ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นอธิบดีแห่งประชาชน ชนทั้งหลายขายสิ่งของเครื่องชำ คือผลสมอ ผลมะขามป้อม มะม่วง ชมพู่ สมอพิเภก ขนุนสำมะลอ ไม้สีฟัน มะตูม พุทรา ผลเกด อ้อยและงบน้ำอ้อย เครื่องโบกควัน น้ำผึ้งและยาหยอดตา ข้าแต่พระราชา ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับพ่อค้า ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระองค์กราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ชนทั้งหลายใช้คนให้ทำการไถและการค้า ใช้ให้เลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ สู่ขอนางกุมารีทำการวิวาหมงคลและอาวาหมงคล ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับกุฎุมพีและคฤหบดี ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ยังอีกพวกหนึ่งเล่า เป็นปุโรหิตในบ้านบริโภคภิกษาที่เก็บไว้ ชนเป็นอันมากพากันถามปุโรหิตบ้านเหล่านั้น พวกเหล่านั้นจักรับจ้างตอนสัตว์ แม้ปศุสัตว์คือกระบือ สุกร แพะถูกฆ่าเพราะปุโรหิตชาวบ้านเหล่านั้น ข้าแต่พระราชา คนเหล่านั้นแม้จะเหมือนกับคนฆ่าโค ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงชนพวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               อีกพวกหนึ่งเป็นพราหมณ์ถือดาบและโล่เหน็บกระบี่ ยืนเฝ้าอยู่ที่ย่านพ่อค้าบ้าง รับคุ้มครองขบวนเกวียนบ้าง ชนเหล่านั้นแม้จะเหมือนคนเลี้ยงโคและนายพราน ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               ชนทั้งหลายปลูกกระท่อมไว้ในป่า ทำเครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่ายและเสือปลาตลอดถึงเหี้ยทั้งปลาและเต่า ข้าแต่พระราชา ชนทั้งหลายแม้จะเป็นผู้เสมอกับนายพราน เขาก็เรียกกันว่าพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจะต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               อีกพวกหนึ่งย่อมนอนใต้เตียง เพราะปรารถนาทรัพย์ พระราชาทั้งหลายสรงสนานอยู่ข้างบน ในคราวมีพิธีโสมยาคะ ข้าแต่พระราชา ชนพวกนั้นแม้จะเหมือนกับคนกวาดมลทิน ก็ยังเรียกกันว่าเป็นพราหมณ์ ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์พวกนั้นแก่พระองค์แล้ว เราจักต้องการพราหมณ์เช่นนั้นหรือหาไม่ พระเจ้าข้า.
               ดูก่อนวิธูระ ชนเหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์ จะเรียกว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของฉัน ดูก่อนสหาย ฉันจักให้ทักษิณาในพวกพราหมณ์ที่ให้ทานแล้วจักมีผลมาก.
               พระโพธิสัตว์กราบทูลแถลงถึงพวกพราหมณ์ เพียงบัญญัติเรียกเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว คราวนี้ เมื่อจะทูลแถลงถึงพราหมณ์ผู้มีประโยชน์ยอดเยี่ยม
               ได้กราบทูลคาถา ๒ คาถาว่า
               ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรบริโภคโภชนาหารของพระองค์ มีอยู่แล พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารหนเดียว และไม่ดื่มน้ำเมา ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึงพราหมณ์เหล่านั้นแก่พระองค์แล้ว พวกเราคงต้องการพราหมณ์เช่นนี้ซิ พระเจ้าข้า.
               พระราชาทรงสดับคำของท่านแล้ว ตรัสถามว่า สหายวิธูระ ท่านพราหมณ์ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลเลิศเช่นนี้ อยู่ที่ไหนเล่า.
               กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ท่านอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูลในหิมวันต์ตอนเหนือ พระเจ้าข้า.
               รับสั่งว่า พ่อบัณฑิต ถ้าเช่นนั้น เธอจงช่วยแสวงหาท่านพราหมณ์พวกนั้นแก่เราด้วยกำลังของเธอเถิด ทรงดีพระฤทัยตรัสคาถาว่า
               ดูก่อนวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์พวกนั้น และจงเชิญพราหมณ์พวกนั้นมาโดยเร็วด้วยเถิด.
               พระมหาสัตว์รับพระดำรัสของพระองค์ด้วยคำว่า สาธุ กราบทูลว่า ข้าแต่มหาราชเจ้า ถ้าเช่นนั้น พระองค์ให้ราชบุรุษนำกลองออกไปเที่ยวตีประกาศว่า ชาวพระนครทุกคนจงตกแต่งพระนครพากันให้ทาน อธิษฐานอุโบสถและถือศีล จงทั่วกันเถิด แม้พระองค์ก็ทรงสมาทานอุโบสถกับชนผู้เป็นบริษัทเถิด พระเจ้าข้า
               ตนเองพอรุ่งเช้าบริโภคแล้ว สมาทานอุโบสถ ตอนเย็นให้คนนำผอบทองเต็มด้วยดอกไม้ตามธรรมชาติ กับพระราชาประดิษฐานเบญจางคประดิษฐ์ ระลึกถึงพระคุณทั้งหลายแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย กราบไหว้แล้วนิมนต์ด้วยคำว่า
               ขอพระปัจเจกพุทธเจ้าประมาณ ๕๐๐ องค์ผู้สถิตอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูลกะในหิมวันตประเทศตอนเหนือ จงรับภิกษาของข้าพเจ้าทั้งหลายในวันพรุ่งนี้
               แล้วทิ้งกำดอกไม้ ๘ กำไปในอากาศ.
               ครั้งนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์อยู่ ณ ที่นั้น ดอกไม้ทั้งหลายลอยไปตกลงในเบื้องบนสำนักแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น พระคุณท่านนึกอยู่รู้เหตุนั้นแล้วกล่าวว่า ท่านผู้มีเนียรทุกข์ทั้งหลาย ชาวเรา วิธูรบัณฑิตนิมนต์แล้ว ก็แหละท่านผู้นี้มิใช่สัตว์พอดีพอร้าย ท่านผู้นี้เป็นหน่อเนื้อแห่งพระพุทธเจ้า จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในกัปนี้แล พวกเราต้องกระทำสงเคราะห์ท่าน พากันรับนิมนต์.
               พระมหาสัตว์ทราบ การที่พระปัจเจกพุทธเจ้ารับนิมนต์ ด้วยสัญญาที่ดอกไม้ทั้งหลายไม่คืนมา กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายจักพากันมา เชิญพระองค์ทรงกระทำสักการะและสัมมานะเถิด พระเจ้าข้า.
               วันรุ่งขึ้น พระราชาทรงกระทำสักการะใหญ่โต ให้ตกแต่งอาสนะอันควรค่ามากในท้องพระโรงหลวง ฝ่ายพระปัจเจกพุทธเจ้านั้นพากันกระทำปรนนิบัติสรีระ ในสระอโนดาต เสร็จแล้วกำหนดเวลา พากันมาทางอากาศลงที่ท้องพระลานหลวง
               พระราชาและพระโพธิสัตว์มีใจเลื่อมใส รับบาตรจากหัตถ์แห่งพระคุณท่านเหล่านั้น เชิญขึ้นปราสาท ให้นั่งแล้ว ถวายทักษิโณทก อังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะ อันประณีต ในที่สุดแห่งภัตกิจของพระคุณท่านเหล่านั้น ก็นิมนต์เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้นๆ ต่อๆ กันไป รวมเป็น ๗ วัน ด้วยวิธีนี้ถวายมหาทานในวันคำรบ ๗ ได้ถวายบริขารทั้งปวง.
               พระคุณท่านเหล่านั้นกระทำอนุโมทนาแล้ว พากันไป ณ เงื้อมเขานันทมูลกะนั้นทางอากาศ. บริขารทั้งหลายเล่า ก็ไปพร้อมกันกับพระคุณท่านทีเดียวแล.

               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสย้ำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่โกศลราชผู้อุปัฏฐากของเราถวายวิเจยยทาน (การเลือกแล้วให้) ไม่น่าอัศจรรย์ บัณฑิตแต่ปางก่อนถึงพระพุทธเจ้ายังไม่อุบัติ ก็ได้ถวายทานแล้วเหมือนกัน
               ทรงประชุมชาดกว่า
                         พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็น พระอานนท์
                         พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ปรินิพพานแล้ว
                         ส่วนวิธูรบัณฑิตได้มาเป็น เราตถาคต แล.


               จบอรรถกถาทสพราหมณชาดกที่ ๑๒               
               -----------------------------------------------------