เมื่อขึ้นเวทีบริหาร ก็ควรมีรางวัลติดปลายนวมกันบ้าง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงาน เกิดความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเอง อันนี้ผมได้สร้างสรรค์และพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด

สายธารแห่งความทรงจำ

         ปีนี้...ผมเริ่มลงมือเขียน “เรื่องสั้น”อย่างจริงจัง แม้จะไม่ชำนาญในการเขียนมากนัก แต่ก็มีความพยายาม กว่าจะจบแต่ละเรื่อง ใช้เวลาเป็นเดือนกันเลยทีเดียว         

          ผมเอาจริงเอาจังแต่ไม่ถึงกับต้องรีบเร่งมากนัก เพราะมีเวลาล้นเหลือ ว่างจากการปลูกผักสวนครัว และว่างจากงานตกแต่งสิ่งแวดล้อมรอบบ้าน ผมก็มานั่งจินตนาการไปวันละนิดวันละหน่อย 

          งานเขียนของผมไม่ใช่ธุรกิจ แต่เป็นผลผลิตที่ผมจะทำให้มีคุณค่าต่อผู้อ่าน มันเลยต้องใช้เวลาพอสมควร

          ในระหว่างทางที่คิดแล้วเขียน ผมไม่ลืมที่จะนำงานเก่า ที่เป็นบันทึกเรื่องเล่าหลายร้อยเรื่อง มาขัดเกลา โดยเลือกเฉพาะเรื่องราวที่อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเกษียณ เพื่อรวบรวมเป็นต้นฉบับ

          จากนั้นก็เรียบเรียงและตรวจทานอีกครั้งได้ ๕๐ เรื่องพอดี นำส่งสำนักพิมพ์เป็นที่เรียบร้อย

          ขณะเดียวกันก็พิมพ์เป็น E-book ฝากวางไว้ที่ MEBMARKET.COM แล้ว

          ใช้ชื่อผลงานเล่มแรกของปีพ.ศ. ๒๕๖๘ ว่า “สายธารแห่งความทรงจำ” เป็นบทเรียนและประสบการณ์อันทรงคุณค่าของผม ในช่วง ๔ - ๕ ปีสุดท้าย ก่อนเกษียณอายุราชการ

          บอกเล่าตำนานชีวิต ที่ได้ทำงานเพื่อศิษย์ ในรั้วโรงเรียนขนาดเล็ก ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้พอสมควร อย่างน้อยในท้ายที่สุดแล้ว ต้นสังกัดก็ไม่ตัดตำแหน่งผู้บริหาร ทั้งที่จำนวนเด็กไต่เพดานไปไม่ถึง ๑๒๐ คน 

          ผมจึงเขียนเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเอาไว้ในเล่ม ว่าถ้าจะดูงาน “คุณภาพ”กันจริงๆ ไม่น่าจะดูกันที่ตัวเลขเพียงอย่างเดียว เพราะค่าคะแนนหรือจำนวนเด็ก บ่งบอกคุณภาพก็จริง แต่ไม่ทั้งหมด

          หลายเรื่องราวอีกมากมาย ที่เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ สามารถบ่งบอกการบริหารจัดการได้ว่าอยู่ในระดับใด เป็นที่พอใจของต้นสังกัดหรือไม่

          หากจะมองกันที่โล่รางวัล คือความสำเร็จ สำหรับผมแล้ว ระดับประเทศก็หลายครั้ง ส่งผลงานคู่ขนานไปกับงานพัฒนาโรงเรียน คิดเองเขียนเอง หรือชงเองตบเอง โดยที่ไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้คณะครู

          เมื่อขึ้นเวทีบริหาร ก็ควรมีรางวัลติดปลายนวมกันบ้าง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำงาน เกิดความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเอง อันนี้ผมได้สร้างสรรค์และพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด 

          เชื่อว่า ผู้อ่านที่เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษา จะได้แรงบันดาลใจในการตั้งหลักแล้วเดินหน้า หาความท้าทาย เมื่อจะยึดหมุดหมายในการพัฒนาตนและพัฒนางานในโรงเรียนขนาดเล็ก

          ขอให้พยายามคิดนอกกรอบ ที่ไม่ผิดด่อใคร แต่ต้องคงไว้ซึ่งระเบียบและกฎหมาย แล้วจึงย่อยสลายนโยบายให้บูรณาการ ประสานเครือข่าย และทำเรื่องง่ายๆ คือ เน้นการเรียนการสอนเป็นสำคัญ

          อย่าไปเปรียบเทียบกับโรงเรียนอื่น แต่ละโรงบริบทต่างกัน หากคอยแต่จะแข่งขันมันจะเหนื่อยมาก และถ้าผู้บริหารเอาแต่สั่งการไม่ยอมออกแรง คนที่เหนื่อยโคตรๆก็คือครู เมื่อครูอยู่แล้วไม่มีความสุข ครูคนไหนจะลุกขึ้นมาพัฒนางาน อันนี้คือสัจธรรม

          ผมทำมาหมดแล้ว เพราะผมไม่มีพรสวรรค์ มีแต่พรขยันเท่านั้นเอง แต่ไม่เคยให้ครูต้องอยู่เวรยาม และไม่เคยผูกผ้าหรือจัดนิทรรศการ ตลอดจนส้วมสุขสันต์ก็สวยงามตลอด ๒๔ ชั่วโมง

          เพื่อนบางคนจึงตั้งข้อสังเกตว่าผมเป็นผู้มาก่อนกาล ผมจึงต้องหยิบยกมาเล่าไว้ใน”สายธารแห่งความทรงจำ” ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเรื่องจริง รับรองจะอ่านไปยิ้มไป..ไม่เครียดอย่างแน่นอน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๙  กุมภาพันธ์  ๒๕๖๘