อังสนา ศิริวัฒนเมธานนท์ 

ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการทำใจของผู้หญิงคนหนึ่ง  ที่เพิ่งได้สัมผัสถึงบทบาทของความเป็น  “แม่” ผ่านอุปสรรคมากมายตั้งแต่ตั้งครรภ์อ่อนๆจนมาถึงการคลอด  และได้รับรู้ถึงภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดที่ทำให้เธอกับลูกต้องพลัดพรากจากกันจนไม่รู้ว่าจะได้พบกันอีกเมื่อไร

จากอิสรภาพสู่พันธนาการ 

ย้อนกลับไปเมื่อ 8 เดือนก่อน “ต้นข้าว” ผู้มีใบหน้าใสซื่อ และผิวพรรณสะอาดสะอ้าน ต้องเผชิญกับเส้นทางที่ผิดพลาด กลายเป็นจำเลยของสังคมและถูกพิพากษาจำคุก 10 ปี โดยไม่มีทางเลือกใดๆ เธอถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดจำนวน 2,882 เม็ด ร่วมกับสามี นำพาให้ชีวิตของเธอต้องก้าวเข้าสู่เรือนจำโดยปฏิเสธไม่ได้ ขณะนั้น เธอกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ  แม้จะเป็นผู้ต้องขัง แต่ทางเรือนจำไม่เคยมองข้ามการดูแลใส่ใจ นำเธอเข้าฝากครรภ์ตามกำหนดทุกครั้ง จนกระทั่งถึงวันที่เธอเจ็บครรภ์และให้กำเนิดบุตรโดยธรรมชาติ ลูกน้อยเพศหญิง น้ำหนักแรกเกิด 2,150 กรัม โอบกอดลูกได้เพียงชั่วครู่ โชคชะตากลับเล่นตลกกับเธออีกครั้ง ทารกมีภาวะหายใจเร็ว และอาการทรุดลงจากภาวะความดันเลือดในปอดสูงร่วมกับภาวะติดเชื้อ จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ..เพียงชั่วข้ามคืน ความสุขจากการได้พบหน้าลูกต้องแปรเปลี่ยนเป็นความพลัดพรากที่เจ็บปวด… 

สัญชาตญาณของความเป็นแม่

“พยาบาลคะ หนูสามารถทำยังไงได้บ้างถึงจะทำให้ลูกได้กินนมแม่ พี่พยาบาลช่วยหนูได้ไหมคะ?” นั่นคือจุดเริ่มต้นในเรื่องราวต่างๆที่พร่างพรูออกมาจากปากของเธอ  “หนูสงสารลูกอยากให้เค้าได้กินนมแม่”  หยาดน้ำตาไหลอาบแก้ม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความกังวลและความหวัง  เธออายุเพียง 19 ปี กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต  ที่จะต้องพลัดพรากจากลูกน้อยที่เพิ่งคลอด “คุณแม่ต้นข้าวไม่ต้องกังวลนะคะเดี๋ยวทางคลินิกนมแม่จะช่วยเต็มที่” นี่คือคำมั่นสัญญา ที่ทำให้คุณแม่อุ่นใจ และมีรอยยิ้มที่สดใสขึ้น แม้จะรู้ว่ามีข้อจำกัดมากมาย“เช็ดน้ำตานะคะ วางใจ เราจะทำทุกอย่างที่สามารถช่วยได้” จากนั้นกระบวนการสนับสนุนนมแม่ก็เริ่มขึ้นด้วยความเข้าใจและเห็นใจอย่างที่สุด

การบีบนมด้วยมือทางเลือกดีที่สุด

“เราจะสอนให้คุณแม่บีบนมด้วยมือโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ที่มันยุ่งยากและเป็นอุปสรรคต่อการเก็บน้ำนมมาให้ลูก เพียงแค่ล้างมือให้สะอาด มีถุงเก็บน้ำนมใบเดียว ก็ทำให้เกิดความสะดวก สะอาด ประหยัด ปลอดภัยได้ค่ะ” ทันทีที่เธอเริ่มบีบน้ำนม หยดแรกไหลออกมา พร้อมกับน้ำตาแห่งความปลื้มปีติของความเป็นแม่ และมื้อแรกของการบีบได้ถึง 22 ซีซี ถือว่าไม่น้อยเลยสำหรับแม่มือใหม่ที่มีพลังความตั้งใจ “การรักษาลูกเป็นหน้าที่ของคุณหมอ หน้าที่ในการผลิตอาหารที่ดีที่สุดเป็นของคุณแม่ และพี่ๆพยาบาลจะทำหน้าที่รับส่งน้ำนมให้คุณแม่เอง เราต่างทำหน้าที่ช่วยกันนะคะ”  ต้นข้าวพนมมือยกมือไหว้ยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความขอบคุณ "ลูกไม่ผิดที่เกิดมาจากแม่อย่างหนู แต่หนูดีใจที่ได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก"  เธอกล่าวแผ่วเบา

ส่งมอบทารกก่อนเข้าเรือนจำ

เราเดินทางพา แม่ต้นข้าว คุณย่า และเจ้าหน้าที่ผู้คุม มายังหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด เพื่อทำสัญญาส่งมอบทารกให้แก่ญาติเป็นผู้ดูแลต่อไปนับจากนี้  แม่ต้นข้าวยืนแน่นิ่งอยู่หน้าตู้อบ ดวงตาแดงก่ำมองลูกสาวตัวน้อยที่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ภายในหัวใจของแม่อัดแน่นด้วยความรัก ความห่วงใย และความเจ็บปวดเกินจะกล่าวเป็นคำพูด น้ำตาหยาดหยดรินไหลอาบแก้ม  เราค่อยๆ เปิดช่องเล็กๆ ของตู้อบ ให้โอกาสเธอได้สัมผัสลูกน้อยเป็นครั้งสุดท้าย ปลายนิ้วที่สั่นไหวลูบไล้ไปบนผิวแก้มของลูกเบาๆ พร้อมเสียงสะอื้นที่เอ่อล้นออกมา  "สงสารจังลูก... เป็นยังไงบ้าง แม่จะต้องไปแล้วนะลูก..."  แม่ต้นข้าวพยายามกลั้นสะอื้น แต่เสียงสั่นเครือยังคงเล็ดลอดออกมา ปลายนิ้วมือค่อยๆ ลากไล้ไปตามแขนเล็กๆ ของลูก ราวกับอยากจดจำสัมผัสนี้ให้ได้ตรึงใจที่สุด  "แม่ยังไม่ได้อุ้มหนูเลย... แม่ก็ต้องจากหนูไปแล้ว ทำไมเวลามันสั้นจัง..."เธอเอื้อมมือปาดน้ำตา ก่อนจะกระซิบแผ่วเบาข้างตู้อบ  "แม่จะบีบนมมาส่งให้หนูนะลูก..."  เป็นคำสัญญาที่เธอไม่มีวันลืม... เป็นความรักที่เธออยากส่งผ่านให้ลูกได้มากที่สุด แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หัวใจของคนเป็นแม่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง...

ความร่วมมือของพันธมิตรจากเรือนจำ

การวางแผนและดำเนินการบีบเก็บน้ำนมเพื่อส่งต่อลูกน้อยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทีมงาน กรมราชทัณฑ์ ที่พร้อมให้การสนับสนุนและปรับเปลี่ยนแนวทางตามความเหมาะสม เราได้พัฒนาระบบรับ-ส่งน้ำนมที่มีความรัดกุมและปลอดภัยสูงสุด "พี่พยาบาลสามารถมารับน้ำนมได้ที่ประตูหนึ่งหรือสองหน้าเรือนจำนะครับ แค่แจ้งว่ามารับนมของน้อง ทางเราจะเตรียมไว้ให้ครบถ้วน" นี่คือคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้กระบวนการส่งต่อน้ำนมแม่ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อสนับสนุนภารกิจนี้ คลินิกนมแม่ได้มอบตู้แช่น้ำนมจำนวนหนึ่งตู้ให้แก่เรือนจำ เพื่อใช้แยกเก็บน้ำนมของแม่ต้นข้าวโดยเฉพาะ เป็นการจัดเก็บอย่างเป็นระบบและปลอดภัย

พวกเราทุกคนต่างเข้าใจดีว่า การเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขังเป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับกระบวนการผลิตและส่งต่อน้ำนมแม่นั้น จำเป็นต้องดำเนินการด้วยมาตรฐานที่ดีที่สุด เพราะ "นมแม่" คือยารักษาที่ทรงพลังที่สุดสำหรับชีวิตที่เพิ่งลืมตาดูโลก  เจ้าหน้าที่ของเรือนจำตระหนักถึงคุณค่าของน้ำนมแม่ โดยเฉพาะสำหรับทารกป่วย พวกเขาจึงยินดีปรับเปลี่ยนและผ่อนปรนกฎระเบียบบางประการ เพื่อให้แม่สามารถส่งน้ำนมไปถึงลูกได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง  รูปถ่ายใบน้อยถูกส่งถึงมือแม่ต้นข้าวในวันแรกที่เราไปรับน้ำนม ตามคำสัญญาที่พยาบาลให้ไว้ “ให้แม่ต้นข้าวไว้ดูเวลาบีบนมและเวลาที่คิดถึงลูกนะ ทำหน้าที่แม่ให้ดีที่สุด  เราจะไม่ทอดทิ้ง ไม่ต้องกังวล พี่ๆจะผลัดเวียนไปรับน้ำนมที่เรือนจำมาส่งให้ลูกทุกวันนะคะ”แม้จะเป็นเพียงภาพถ่ายก็เป็นยาของหัวใจให้แม่มีกำลังใจที่จะบีบน้ำนมส่งให้ลูก 

เวลาแห่งรักหมดลง

การรับน้ำนมดำเนินการได้เพียง 3 วัน  เราได้รับข่าวร้ายจากห้องทารกแรกเกิดป่วยหนัก ว่าทารกได้จากไปแล้ว.. แม้รู้ว่าน้ำนมแม่เปรียบเสมือนดั่งยาวิเศษที่ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรง แต่อาการป่วยขั้นวิกฤตก็ยากเกินจะทัดทานและไม่อาจยื้อชีวิตได้ ในวัยเพียงแค่ 7 วัน  ในขณะที่แพทย์และพยาบาลดูแลอย่างเต็มที่  เมื่อ ทางเรือนจำทราบข่าว ได้ส่งนักจิตวิทยาไปปลอบโยนและเยียวยาจิตใจอย่างดีที่สุด

ท้ายที่สุดของการดูแล  เราได้ติดต่อญาติของต้นข้าวเพื่อแนะนำเรื่องการรัดเต้านม ลดอาการคัดตึงที่อาจทำให้เธอทรมานมากขึ้น เธอปฏิบัติตามได้เป็นอย่างดี หน้าที่ของความเป็นแม่ของเธอเกิดขึ้นและจบลงในเรือนจำแห่งนี้อย่างไม่มีปาฏิหาริย์ 

บทเรียนจากเรื่องราวแห่งความรัก

เรื่องราวนี้สอนให้เราเห็นว่า ความรักของแม่ไม่มีขีดจำกัด ระบบบริการสุขภาพที่ดีควรยืดหยุ่น และเอื้อให้ความรักนั้นเป็นจริงได้ หากสังคมเปิดโอกาสจะทำให้ทารกได้รับสิ่งที่ดีที่สุด  แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดเช่นกัน   

การร่วมมือกันระหว่างโรงพยาบาลและเรือนจำครั้งนี้  ไม่เพียงแต่พัฒนาระบบการส่งต่อและดูแลมารดาหลังคลอด แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่า แม้ในความมืดมน ยังมีแสงสว่างแห่งความเมตตา  ความผิดพลาดในชีวิตไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะต้องจบลง หากยังมีโอกาสทำสิ่งดีๆและน้ำนมแม่ทุกหยดที่เคยถูกส่งต่อ  ก็คือสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีสิ่งใดขวางกั้นได้  แม้หน้าที่ความเป็นแม่ของต้นข้าวจะสิ้นสุดลง  แต่สิ่งที่เธอทำยังคงอยู่ และมันได้จุดประกายให้ระบบบริการสุขภาพที่เราจะนำ ไปพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยกลุ่มพิเศษอื่นๆ ต่อไป

ขอขอบคุณ: ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ รองผู้อำนวยการกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล ทีมพยาบาลคลินิกนมแม่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ หอผู้ป่วยทารกแรกเกิดป่วยหนัก  และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการ  ดำเนินงาน