
Best Practice
กิจกรรม “การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบอกเวลาเป็นนาทีและวินาที ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2567”
วัตถุประสงค์ที่สอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐาน
๒.๑ เพื่อให้ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตัวเอง
๒.๒ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจหลักการการเกิดลม
๒.๓ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะการสื่อสารในการนำเสนองาน
กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงาน
๑.ศึกษาสภาพปัญหาก่อนการพัฒนา
- วิเคราะห์หลักสูตร
- จัดทำแผนการเรียนการสอน
๒.จัดทำแบบทดสอบ วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบอกเวลาเป็นนาทีและวินาที ของชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
๓.ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน วิชา คณิตศาสตร์ เรื่อง การบอกเวลาเป็นนาทีและวินาที ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
๔.นิเทศติดตามการดำเนินกิจกรรม
- ครูเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ของผู้เรียน
๕.ขั้นประเมินและรายงานผล
- ครูมีแบบทดสอบความเข้าใจการบอกเวลาเป็นนาทีและวินาที
- ประเมินการทำงานกลุ่ม
- ประเมินการนำเสนอและสรุปผลของการเรียนรู้เป็นกลุ่ม
งบประมาณ
- เงินสนับสนุนโครงการจากโรงเรียนบ้านสองสะโกม จำนวน - บาท
-
กระดาษ A๔ สำหรับจัดใบงานและแผนการจัดการเรียนรู้
รวมทุน - บาท
วิธีประเมินผล
๑. ผลคะแนนจากแบบทดสอบหลักการเกิดลม
๒. ผลคะแนนการนำเสนอความรู้หน้าชั้นเรียนหลักการการเกิดลม
๓. แบบประเมินความพึงพอใจในการร่วมกิจกรรม
ผลการดำเนินงานที่ส่งผลที่ดีต่อผู้เรียนหรือสถานศึกษา
ผลงานที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
จากการดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 5 ขั้นตอน วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบอกเวลาเป็นนาทีและวินาที ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 พบว่า
ด้านผู้เรียน
- ผู้เรียนสามารทำแบบทดสอบเรื่องการ บอกเวลาเป็นนาทีและวินาทีได้ร้อยละ 100
- ผู้เรียนมีโอกาสที่ได้พัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร
- ผู้เรียนได้เข้าใจการหาความรู้แบบสืบเสาะ 5 ขั้นตอน นำไปสู้การสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตัวผู้เรียนเองตามแนวคิด ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์
ด้านครู
- ได้พัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ด้านผู้บริหาร ชุมชน
-มีความร่วมมือสนับสนุนกันระหว่างผู้บริหาร ครู ผู้นำ ผู้ปกครอง คิดเป็น ๑๐๐ ละ ๑๐๐
-ผู้ปกครองมีความพึงพอใจ สามารถใช่เวลาร่วมกับนักเรียน ได้เต็มที่ คิดเป็น ๑๐๐ ละ ๑๐๐
ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จได้เป็นแบบอย่างที่ดี (การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง)
ได้แก่
ปัจจัยภายใน
๑) ผู้บริหารโรงเรียนมีความตระหนัก มีวิสัยทัศน์ มีความมุ่งมั่น ให้กำลังใจ เป็นผู้นำ ตลอดจนส่งเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก ทรัพยากรที่จำเป็นในการดำเนินงาน
๒) ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ตระหนักเห็นความสำคัญ และความจำเป็นให้ความร่วมมือ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ทำงานเป็นทีม มีความรักใคร่สามัคคี เสียสละ อุทิศตน อุทิศเวลา ในการร่วมการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
๓) นักเรียนมีส่วนร่วมในการออกแบบการจัดการเรียนรู้ กระบวนการในการแสวงหาความรู้ได้ด้วยตัวผู้เรียนเอง
ปัจจัยภายนอก
ผู้นำชุมชนและผู้ปกครองให้ความร่วมมือ สนับสนุน กิจกรรม
ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ ได้แก่
๑. โดยได้รับการนิเทศการจัดการเรียนการสอน ดั้งนี้
1. นางทาริณีย์ บุญคล้อย ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสองสะโกม
2. นายกฤติพงศ์ ประนม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกเพชร
3. นายนิรุช เสาประโคน ผู้อำนวยการโรงเรียนไพลศึกษาคาร
การเผยแพร่แบบอย่างที่ดี มีดังต่อไปนี้
มีการเผยแพร่ การดำเนินกิจกรรมเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีดังนี้
๑. ช่อง YouTube @ชลกานต์ นามสว่าง มีผู้ติดตาม 249 คน
๒.วารสารประชาสัมพันธ์โรงเรียนบ้านสองสะโกม
๓.ไลน์ผู้ปกครอง
๔.เว็บไซต์ GO TO KNOW