หนังสือธรรมะใกล้มือ ชุด “ผลงานของพุทธทาสวัยหนุ่ม” เรื่อง โหราศาสตร์กับพุทธศาสนา    บอกระหว่างบรรทัดว่า ท่านพุทธทาสเป็นนักสะท้อนคิด  และเสนอข้อคิดเห็นออกมาอย่างแหลมคมตั้งแต่หนุ่มๆ    ทำให้ผมคิดต่อว่า เพราะท่านมีวัตรปฏิบัติด้านการเรียนรู้จากประสบการณ์เช่นนี้แหละ ที่ทำให้ท่านเป็นปราชญ์ระดับโลก   

ข้อความในหนังสือเล่มนี้พิมพ์เผยแผ่ครั้งแรกปี ๒๔๘๑  ในหนังสือพิมพ์พุทธสาสนา    ซึ่งตอนนั้นท่านพุทธทาสอายุ ๓๒ ปี    

อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมคิดว่าประเด็นสำคัญต่อชีวิตของคนเรา ไม่ได้อยู่ที่โหราศาสตร์เป็นจริงหรือไม่จริง   แต่อยู่ที่ว่าคนเราจะมีชีวิตที่ดีแก่ตนเอง คนรอบข้าง และต่อสังคมได้นั้น ควรใช้พลังใดเป็นพลังหลัก   พลังภายในตัวของเราเองที่เราบังคับได้ หรือจะหวังพึ่งพลังภายนอก ที่อยู่ที่ดวงดาว หรือปัจจัยอื่นๆ   

ผมเดาว่า บางวาทกรรม เป็นต้นเหตุให้เกิดความสับสน   คำหนึ่งคือ “กรรม” ที่คนจำนวนมากตีความว่าหมายถึงอำนาจนอกตัวเรา  ที่บันดาลผลโดยเราไม่รู้ตัว    ดังคำว่า “บุญทำกรรมส่ง”    โดยที่ในความหมายแท้จริงเป็นผลจากการกระทำของตัวเราเอง    แต่เรื่องผลจากพฤติกรรมนั้น มีความซับซ้อนมาก มีหลากหลายมิติ และอาจไม่เห็นผลทันตา   เมื่อผลมาถึงเราก็ลืมการกระทำที่ก่อผลนั้นไปแล้ว

ยิ่งกว่านั้น ผลที่เกิดขึ้น ส่วนมากเกิดจากการกระทำหลายครั้งในหลากหลายเรื่องหลายเป้าหมาย   ทำให้ตัวเราไม่สามารถเชื่อมโยงกลุ่มการกระทำของตัวเราเอง  กับผลดีหรือผลร้ายที่เกิดขึ้นภายหลังอีกนานมากได้     ในหลายกรณี จึงมีคนคร่ำครวญว่า “ทำดีไม่ได้ดี”   โดยตัวผมเองสมัยหนุ่มๆ ก็เคยคิดเช่นนี้    

ผมมีความเชื่อว่า ความเชื่อเรื่องดวง หรือโหราศาสตร์ ทำให้เราหวังพึ่งสิ่งลี้ลับนอกตัว    ไม่หวังพึ่งตนเอง  ไม่มุ่งใช้พลังขับดันหรือ passion ของตนเอง    ไม่เชื่อใน growth mindset   ทำให้เป็นคนเฉื่อยชาหวังรอความช่วยเหลือจากผู้อื่นหรือจากพลังลี้ลับ   ทำให้ไม่มุ่งปลุกพลังซ่อนเร้นในตัวเอง (๑) ออกมากระทำการ     

ผมค้นพบผลงานวิจัย พระพุทธศาสนากับโหราศาสตร์ : การพึ่งพาและแนวการปฏิบัติของคนไทยในยุค ๔.๐  เขียนโดยรองศาสตราจารย์สังกัดบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย  กับผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์ไทย-สากล   ให้ข้อมูลเหตุผลที่สรุปว่าโหราศาสตร์กับพุทธไม่ขัดกัน    แต่พึ่งพากัน และเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมนุษย์คนละแบบ    ซึ่งตรงกับภาคปฏิบัติของคนส่วนใหญ่ในประเทศไทย      

ผมตีความว่า โหราศาสตร์มีประโยชน์ต่อผู้ที่อยู่ในสภาพสิ้นหวัง หรืออ่อนแอ   ต้องการตัวช่วยภายนอก    ส่วนพุทธศาสนา และความเชื่อให้การกระทำของตนเอง    สร้าง growth mindset   สร้างพลังบวก สร้างความเชื่อให้การมานะพยายามต่อสู้ความยากลำบาก หรืออุปสรรคในชีวิต    ด้วยความเชื่อว่า หากตนเองอดทนมานะพยายาม ในที่สุดจะหาทางออกพบ   และสามารถบรรลุผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ด้วยการกระทำของตนเอง    โดยในประสบการณ์ของผม จะมีคน หรือบางเหตุการณ์มาช่วย แบบไม่คาดฝัน   ซึ่งคนที่เชื่อโหราศาสตร์ก็สามารถตีความเข้าหาโหราศาสตร์ได้   

โปรดสังเกตให้ดี   โหราศาสตร์เน้นเรื่องตัวช่วยภายนอก  ที่ได้มาจากการบนบานศาลกล่าว หรือร้องขอ    ส่วนคนที่เชื่อในการกระทำของตนเอง และมุ่งมั่นอดทนมานะพยายามทำสิ่งที่เป็นคุณ เป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและส่วนรวม   จะดึงดูดตัวช่วยภายนอกเข้ามาช่วยเหมือนกัน    แต่ไม่ได้มาจากการร้องของ  แต่มาด้วยพลังของคุณค่าของการกระทำของผู้นั้น   เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม และมีความรู้สึก อารมณ์ ค่านิยม เป็นตัวนำทางชีวิต   

วิจารณ์ พานิช

๖ ม.ค. ๖๘