“เข้าใจความหมายของ พ.ร.บ. รถยนต์”

 *พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง เพราะอะไรต้องทำทุกปี ?

   เชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นหรือเคยได้ยินคำว่า พ.ร.บ. รถยนต์ ผ่านหูมาบ่อย ๆ แต่ไม่รู้แบบเจาะลึกว่าคืออะไร ? พ.ร.บ. มีอะไรบ้าง ? รวมถึง พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง ? เพื่อไม่ให้คุณเสียประโยชน์ไปแบบไม่รู้ตัว …ได้ลิสต์ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์ มาให้ทำความเข้าใจเพิ่มเติมแล้ว จะน่าสนใจแค่ไหน ? ไปดูกัน

พ.ร.บ. รถยนต์ คืออะไร ?

   พ.ร.บ. รถยนต์ หรือประกัน พ.ร.บ. คือ “ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ” ซึ่งกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 โดยกำหนดให้รถทุกคันต้องทำ หากตรวจสอบว่ารถคันไหนไม่มี พ.ร.บ. รถยนต์ หรือไม่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ด้วยวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

วัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. มีอะไรบ้าง ?

    สำหรับวัตถุประสงค์ที่กำหนดให้รถทุกคันทั้งรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ “จำเป็น” ต้องมี พ.ร.บ. มีทั้งหมด 4 ข้อหลัก ๆ ดังนี้

  1. เพื่อคุ้มครองและให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บจะสามารถเคลมประกันในส่วนของค่ารักษาพยาบาลได้ แต่ถ้าหากเสียชีวิตจะได้รับการช่วยเหลือเป็นค่าปลงศพ

  2. เป็นหลักประกันให้กับโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ว่าจะได้รับค่ารักษาพยาบาลในการรักษาผู้บาดเจ็บอย่างแน่นอน

  3. เป็น “สวัสดิการสงเคราะห์” ที่รัฐมอบให้กับประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ

  4. ส่งเสริมและสนับสนุนให้การประกันภัยเข้ามามีส่วนร่วม ในการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่ประสบภัยและครอบครัว

   พ.ร.บ. รถยนต์ ช่วยคุ้มครองอะไรให้คุณบ้าง ?

  ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์ (ไม่พิสูจน์ความผิด)

  • ค่าเสียหายเบื้องต้น ได้รับโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ จ่ายตามจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ จ่ายตามจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน

*หมายเหตุ: หากเสียหายรวมกันทั้งข้อ 1 และข้อ 2 ต้องไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. รถยนต์ (กรณีเป็นฝ่ายถูก)

  • ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน

  • การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวร 300,000 บาทต่อคน

  • กรณีสูญเสียอวัยวะตามเกณฑ์ จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาท ต่อหนึ่งคน

  • ค่าชดเชยการรักษาตัวกรณีผู้ป่วยใน 200 บาทต่อวัน แต่ไม่เกิน 20 วัน หรือไม่เกิน 4,000 บาท

  • จำนวนเงินคุ้มครองสูงสุดรวมกันต้องไม่เกิน 304,000 บาท

  • วงเงินคุ้มครองความรับผิดสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 5,000,000 ต่อครั้ง

  • วงเงินคุ้มครองความรับผิดสูงสุดต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์เกิน 7 ที่นั่ง 10,000,000 ต่อครั้ง

    5 เรื่องสำคัญที่ควรรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์ มีอะไรบ้าง

  • 1. หากไม่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ จะต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้

      เนื่องจาก พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถยนต์ทุกคันต้องมี และจะต้องใช้ “เอกสารสำคัญ” ในการยื่นเมื่อต้องไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ถึงไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้นั่นเอง

  • 2. พ.ร.บ. รถยนต์ช่วยจ่ายค่ารักษาตามจริง

    เมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน พ.ร.บ. รถยนต์ จะเข้ามาดูแลความเสียหายกรณีรถตั้งแต่ 2 คันได้รับความเสียหาย ตลอดจนเฉี่ยวชนกันจนทำให้ผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะดูแล “ค่ารักษาเบื้องต้น” ช่วยจ่ายตามจริง 30,000 บาท

  • 3. ขาดต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ไม่เสียค่าปรับ

      กรณีที่ขาดต่อ พ.ร.บ. รถยนต์จะไม่เสียค่าปรับ แต่จะไม่สามารถ “ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี” ได้ และจะไปถูกปรับในตอนที่ไม่มีใบภาษีหรือป้ายวงกลมแทน โดยจะต้องจ่ายค่าปรับกับกรมขนส่ง กรณีที่ต่อภาษีล่าช้า 1% ต่อเดือน จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจปรับในข้อหา “ขาดต่อภาษีประจำปี” โดยมีอัตราโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

  • 4. พ.ร.บ. รถยนต์ ช่วยค่ารักษาคนเจ็บทุกกรณี

    พ.ร.บ. รถยนต์ มีจุดประสงค์ในการ “ดูแลค่ารักษาพยาบาลคนเจ็บและคนเสียชีวิตเบื้องต้น” โดยไม่ต้องพิสูจน์ถูกผิด และหลังจากที่พิสูจน์เรียบร้อยแล้ว กรณีที่เป็นฝ่ายถูกจะได้รับค่ารักษาพยาบาลและค่าทำศพเพิ่มด้วย

    5. ค่าใช้จ่ายในการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์

      สำหรับค่าใช้จ่ายในการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

     ** ประเภทรถโดยสาร

         รถยนต์เก๋งไม่เกิน 7 ที่นั่ง 600 บาท

          รถตู้ จำนวน 7 ที่นั่ง ไม่เกิน 15 ที่นั่ง 1,100 บาท

          รถโดยสาร เกิน 15 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 20 ที่นั่ง 2,050 บาท

           รถโดยสาร เกิน 20 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 40 ที่นั่ง 3,200 บาท

  • ประเภทรถกระบะ – รถบรรทุก

         รถกระบะ น้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน 900 บาท

         รถบรรทุก น้ำหนักเกิน 3 ตัน แต่ไม่เกิน 6 ตัน 1,220 บาท

         รถบรรทุก น้ำหนักเกิน 6 ตัน แต่ไม่เกิน 12 ตัน 1,310 บาท

  • รถประเภทอื่น ๆ

         รถลากรถพ่วง รถหัวลากจูง 2,370 บาท

          รถพ่วง 600 บาท

          รถยนต์ใช้ในการเกษตร 90 บาท

        ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อควรรู้ที่ผู้ขับขี่ไม่ควรมองข้ามแม้แต่นิดเดียว เนื่องจาก พ.ร.บ. รถยนต์ มีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แถมยังเกี่ยวกับ “ความคุ้มครอง” ที่เจ้าของรถทุกคนจะได้รับ หากมองข้ามไปแม้แต่ประเด็นเดียว อาจทำให้เสียผลประโยชน์ไปแบบไม่รู้ตัวได้