การอ่านคิดวิเคราะห์
ผมก็คงเหมือนนิสิตนักศึกษาและข้าราชการครูหลายๆคน ที่ต้องอ่านหนังสือหนักมาก อ่านเพื่อให้ได้ปริญญา อ่านเพื่อให้สอบบรรจุได้ และพิเศษสุดสำหรับผมอ่านเพื่อให้ได้เป็นผู้บริหารโรงเรียน
อ่านอย่างไรจึงเรียกว่าหนัก คืออ่านกันสว่างคาตา อ่านจนลืมสุขภาพ ไม่อยากจะกินข้าวกินปลา ต่อมาเมื่อการอ่านบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว....ความรู้สึกรักการอ่านก็เริ่มจะน้อยลง
หันมาสนใจการงานและเขียนหนังสือมากขึ้น ปลดปล่อยความเหนื่อยล้าจากการอ่านให้หมดไป
ผมเพิ่งจะมาตั้งหลักอ่านหนังสืออย่างจริงจังอีกครั้ง เมื่อเกษียณอายุราชการ ไม่ถึงขั้นอ่านแบบเอาเป็นเอาตาย แต่ว่างไม่ได้เป็นต้องอ่าน จนเริ่มรู้สึกว่า...หนังสือมีชีวิต..เป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีมากๆ
แต่กว่าจะจุดประกายฉายแสงให้รักการอ่านอีกครั้ง ผมต้องสร้างแรงบันดาลใจอันใหญ่หลวง ด้วยการเดินทางไปหาบุคคลที่ผมเคารพรัก ท่านไม่รู้จักผมหรอก แต่ผมรู้จักชื่อเสียงของท่านตั้งแต่ผมเป็นศึกษานิเทศก์
นักการศึกษาในเมืองกาญจน์และนักเขียนนักอ่านทั่วฟ้าเมืองไทยต้องรู้จักเป็นอย่างดี ท่าน ผศ.ศิวกานท์ ปทุมสูติ ผู้มีผลงานการประพันธ์มากมายและเป็นปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย
หลังจากกราบคารวะท่านอาจารย์ศิวกานต์ ณ ศูนย์เรียนรู้ทุ่งสักอาศรม บ้านของท่านซึ่งตั้งอยู่ตำบลจรเข้สามพัน อ.อู่ทอง เป็นที่เรียบร้อย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผมกับปรมาจารย์ด้านหนังสือก็เริ่มขึ้นอย่างกัลยาณมิตร ผมเหมือนศิษย์ที่พบอาจารย์ครั้งแรก พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลากว่า ๒ ชั่วโมง
ผมกลับบ้านพร้อมหนังสือที่ท่านอาจารย์มอบให้หลายเล่ม ทั้งบทกวี นิยาย เรื่องสั้นและผลงานทางวิชาการ โดยเฉพาะกวีนิพนธ์ “อีกฟากด้านกระดานหก” หนังสือดีเด่นรางวัลชนะเลิศเซเว่นบุ๊คอวอร์ด ประจำปี ๒๕๖๗ ก็อยู่ในมือผมแล้ว
ผมอ่านหนังสือเรื่อง”การเขียนสร้างสรรค์ ไม่ยากอะไรเลย”ที่ท่านอาจารย์ให้ เป็นเล่มแรก เพราะเห็นว่าเป็นคู่มือครูภาษาไทย เป็นเพื่อนใจคนเขียนหนังสือ ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นครูแล้ว แต่ก็ต้องฝึกปรือด้านการเขียนต่อไป ส่วนเล่มที่กำลังอ่านและใกล้จะจบเล่มแล้วก็คือคู่มือ “การอ่านคิดวิเคราะห์”
รู้สึกโดนใจตั้งแต่คำโปรยหน้าปกแล้ว “การอ่านเปลี่ยนแปลงชีวิต ความคิดเปลี่ยนแปลงคน”
ทั้งที่เป็นหนังสือทางวิชาการ แต่ผมอ่านอย่างไม่รู้สึกเบื่อ ถลำลึกและดื่มด่ำกับตัวอักษรที่ให้ความรู้และความอ่อนโยนต่อจิตใจ ผมคิดแต่ว่าทำไมหนอ..ตัวผมถึงพบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น..เช่นนี้
ศึกษาและอ่านตำราการอ่านคิดวิเคราะห์มาตั้งมากมายหลายปี ไม่มีเลยสักครั้ง จะเข้าใจและเข้าถึงกระบวนการสอนทักษะ”การอ่าน” ที่ลึกซึ้งกินใจเท่าเล่มนี้
จึงต้องย้อนกลับไป สมัยที่สอนภาษาไทยหลายชั้นมาอย่างยาวนาน หากพบหนังสือของท่านอาจารย์เสียก่อน คงช่วยผ่อนแรงได้เยอะและทำให้หนักเป็นเบาได้มากทีเดียว
ทำให้คิดถึงครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน คือทำอย่างไรจะให้เด็กอ่าน คิด และวิเคราะห์ได้ เข้าสู่เส้นชัยของการสอบระดับชาติอย่างที่ไม่ต้องอกสั่นขวัญแขวน
เพราะทุกวันนี้การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ล้วนใช้เครื่องมือ(ข้อสอบ)ที่ต้องอ่านคิดวิเคราะห์ทั้งสิ้น ถ้าไม่เริ่มที่ครูแล้วจะไปเริ่มที่ใคร บุคคลที่เป็น”ต้นน้ำ”อันสำคัญที่สุดแล้ว
ยังคงไม่สายเกินไป สำหรับใครหลายคนที่มีดวงใจรักการอ่านและเป็นผู้เบิกบานกับความคิด อ่านคู่มือที่ผมแนะนำสักนิดแล้วจะติดใจ ส่งผลให้คนทั่วไป อ่านอะไรก็จะสนุกสุขสันต์ในชีวิต ส่วนผู้บริหารและคุณครู ก็สามารถนำแนวทางไปสอนลูกศิษย์ สร้างสรรค์สะพานความคิดให้เด็กไม่รู้จบ
อย่าลืม..ใกล้ปีใหม่แล้ว หาหนังสือดีสักเล่มเป็นของขวัญ คือกำนัลความสุขที่ล้ำค่า ให้คนที่คุณรักและตัวคุณเอง..นะครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๖ ธันวาคม ๒๕๖๗





