สวนเพื่อสุขภาพแห่งนี้ ที่อดทนกับการรอคอย เกือบ ๕ เดือนแล้ว ที่ผืนดินห่มฟาง แต่ดินที่อยู่ใต้ฟางยังแข็งอย่างกับหิน ที่แท้ก็ลืมสูตรปรับสภาพดิน ต้องใส่ขี้วัวและรดด้วยน้ำหมักชีวภาพบ่อยๆ ดินจะได้ย่อยสลายและร่วนซุยยิ่งขึ้น

สวน....สุขภาพ

          ความรู้สึกที่มีต่อการท่องเที่ยว ผมเคยคิดฝันไว้ สมัยที่เป็นหนุ่มๆ ไม่รู้จางหายไปไหนหมด อาจจะเป็นเพราะความเกียจคร้านที่จะขับรถด้วยประการหนึ่ง และมีกิจกรรมที่ต้องทำด้วยความรักความผูกพันอีกมากมาย

          ประการสุดท้ายถือว่าเป็นการฝึกกายฝึกใจ เอาไว้ก่อนที่จะชราภาพไปมากกว่านี้ อย่าได้เที่ยวต้องออกปากรบกวนลูกหลานให้พาไปโน่นไปนี่เลย อยู่แบบสุขสงบที่ไม่ต้องสร้างภาระให้ใครต่อใครเป็นดีที่สุด

          หากจะให้ดีถึงขีดสุดก็ต้องปักหมุดหยุดลงที่สุขภาพร่างกายนี่แหละ ที่จะต้องดูแลและห่วงใยตนเองเอาไว้ จะได้พึ่งพาตนเองได้นานๆ ผมใช้พื้นที่ภายในสวนรอบบ้านและหลังบ้านเป็นที่ทำงาน เพื่อออกกำลังกายทุกวัน

          งานส่วนใหญ่หนีไม่พ้นการเก็บกวาดและรดน้ำต้นไม้ ใบไม้กวาดกองไว้เป็นที่เป็นทาง เพื่อหมักให้เป็นดินปุ๋ย ดินที่ผ่านการหมักแล้ว จะนำไปใช้เป็นส่วนผสมสำหรับปลูกผัก ดินที่เหลือผมจะโรยเมล็ดพันธุ์ลงไป ถือเป็นแปลงเพาะต้นกล้าได้อย่างดี

         อยากเห็นพูด่างเขียวสดใส อยู่เคียงข้างต้นไม้ใหญ่ ก็ต้องปักชำเอาเอง อีกหน่อยจะต้องมีแบบนี้อีกหลายโคนไม้ ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย แดดรำไรยังไงก็งดงาม

 

          แต่ที่มองดูไม่งามเลยก็คือคนงานต่อเติมบ้าน นำเศษหินเศษปูนไปทิ้งโคนต้นไม้ ผมรู้สึกสงสารกาสะลองช้องปีบยิ่งนัก ก็เลยนำฟางมาปกคลุมให้ จะได้ชุ่มชื้นเย็นสบาย ช่วยออกดอกหอมฟุ้งกระจายไปรอบบ้าน

          กระถางต้นไม้ที่คนงานยกไปวางให้ห่างไกลงานก่อสร้างก็ยังคงอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือการรดน้ำใส่ปุ๋ย จะให้ผมยกกลับคืนคงไม่ไหวเป็นแน่แท้ ให้อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนอย่างนี้ก็ดีแล้ว

          ตรงข้างศาลาก็เช่นเดียวกัน ไม้ประดับหนีร้อนมาพึ่งเย็น หลบหลีกงานก่อสร้างเหมือนกับผู้ลี้ภัย รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด คิดว่าน่าจะอยู่ตรงนี้ไปอีกนานเท่านาน เจ้าของบ้านจะได้ดูแลได้ง่ายหน่อย

        ไม่เหมือนไม้ยืนต้น แข็งแรงทนร้อนทนแล้ง อย่างเช่นต้นจันที่มีลำต้นสีดำ ๑๐ ปีผ่านไปต้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาได้อย่างทรหดอดทน

          เหมือนกับสวนเพื่อสุขภาพแห่งนี้ ที่อดทนกับการรอคอย เกือบ ๕ เดือนแล้ว ที่ผืนดินห่มฟาง แต่ดินที่อยู่ใต้ฟางยังแข็งอย่างกับหิน ที่แท้ก็ลืมสูตรปรับสภาพดิน ต้องใส่ขี้วัวและรดด้วยน้ำหมักชีวภาพบ่อยๆ ดินจะได้ย่อยสลายและร่วนซุยยิ่งขึ้น

          ผมลงมือปลูกผักกวางตุ้ง ต้องใช้ดินถุงเข้ามาช่วยผสมกับดินโคนต้นลำไย ส่วนต้นถั่วฝักยาวที่กำลังเลื้อยพันขึ้นไป ผมนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่ปลูกนั้นผมใช้ดินปุ๋ยใบไม้ใส่ไว้ก้นหลุม ถั่วฝักยาวจึงอยู่รอดมาได้ถึงวันนี้

        ผมมองไปที่ต้นลีลาวดี รอบๆโพนดินที่รายล้อมโคนต้น ผมโรยเมล็ดดาวกระจายเอาไว้ ตอนนี้งอกเป็นต้นอ่อนมากมาย เป็นไม้ประดับที่ปลูกง่าย ให้สีเหลืองอมส้มเจิดจ้าและสดใสดีเหลือเกิน

           ในแต่ละวัน..จะไม่รอจนงานสำเร็จแล้วหยุดพักเหนื่อย เกษียณแล้วต้องพักได้ตลอดเวลา  ณ ศาลาคนเศร้า..เวลาเข้าไปนั่งจะหายเหงาทันที เพราะมีหนังสือให้อ่าน ที่ยังอ่านค้างไว้มี ๒ เล่มก็คือ “กลิ่นฟางและปีกนก” ของ เยี่ยม ทองน้อย และ”ความทรงจำจากวัยเยาว์” ของ อักขณิช ศรีดารัตน์      อ่านไปก่อน สักวันอาจจะเขียนได้เขียนดีแบบเขาบ้าง

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๗  พฤศจิกายน  ๒๕๖๗