วันที่ ๒๑ - ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๗ กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ เสด็จจังหวัดนครศรีธรรมราช   นำคณะกรรมการรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ไปทัศนศึกษา    ผมมีบุญได้ตามเสด็จในฐานะกรรมการคนหนึ่ง    เราไปพัก ๑ คืนที่โรงแรมทวินโลตัส    ที่เมื่อกว่าสิบปีมาแล้วไปพักบ่อย    แต่หลังจากนั้นผมไม่ได้ไปพักนานมาก

วัดพระมหาธาตุวรวิหาร 

ตามข้อมูลในวิกิพีเดีย (๑) ประวัติของวัดนี้เริ่มเมื่อ ๑,๗๑๓ มาแล้ว   คือเมื่อ พ.ศ. ๘๕๔   อ่านข้อมูลในวิกิพีเดียแล้ว เห็นชัดเจนว่าในอดีตโพ้น นครศรีธรรมราชมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศรีลังกา    ซึ่งต้องผ่านการคมนาคมทางเรือ    ผมมีข้อสงสัยว่า เป็นการเดินทางอ้อมแหลมมลายู หรือมาขึ้นบกที่ฝั่งตะวันตกของไทย   มาได้คำตอบว่า มาเข้าไทยทางทิศตะวันตกของไทย แล้วล่องมาตามลำแม่น้ำ   

ความรู้สึกแรกที่ไปถึงตอนบ่าย แดดจ้า คือ เสียงดนตรีไทยของนักเรียนโรงเรียนวัดน้ำรอบ ที่ไพเราะมาก บรรเลงเพลงค้างคาวกินกล้วย   และสภาพของดงเจดีย์   

เราไปชม วิหารพระทรงม้า หรือวิหารพระมหาภิเนษกรม ที่มีบันได ๒๒ ขั้นสำหรับขึ้นไปบูชาพระบรมธาตุ   แต่เราไม่ได้ขึ้นไป    และไม่เห็นประติมากรรมปูนปั้นพระทรงม้า    แต่เดินไปอีกทางหนึ่งไปที่วิหารเขียน และวิหารโพธิลังกา ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ ชื่อ ศรีธรรมราชพิพิธภัณฑสถาน   ที่เต็มไปด้วยโบราณวัตถุ และของมีค่าจำพวกเครื่องทองที่ชาวบ้านเอามาถวายพระมหาธาตุเจดีย์        

ประติมากรรมปูนปั้นที่วิหารพระม้านี่แหละที่เป็นที่มาของเครื่องรางของขลัง จตุคามรามเทพ ที่มีกระแสการตลาดสูงมากเมื่อราวๆ ๒๐ ปีก่อน    อ่านข้อคิดเห็นของนักวิชาการเรื่องนี้ได้ที่ (๑)       

ผมติดใจศิลาจารึกวิหารโพธิลังการ (รูปที่ ๒) ที่มีคำอธิบายว่า เป็นจากรึกภาษามอญโบราณ  และภาษามอญ-พม่าโบราณ  ได้มาจากวัดเสมาชัย     อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๘ - ๑๙ คือสมัยอยุธยา    มีคนอ่านและแปลไว้ว่า พญานาคสองตัวชูเศียรเลิกพังพาน มีเกล็ดสีแดงดั่งเปลวเพลิง เคลื่อนไหวไปมาดุจพัดใบตาลที่กำลังโบกสะบัดด้วยอากัปกิริยาอันสง่างามและกล้าหาญ  มองดูเหมือนกับพญานาคทั้งสองนั้นกำละงแปล่งเสียงร้องคำรามก้องป่า พร้อมๆ กับเคลื่อนกายไปอย่างแช่มช้า  เป็นภาพที่แสดงความเคารพนบนอบต่อพระอาทิตย์ตลอดกาลชั่วกัปแห่งพญานาค   เบื้องซ้ายนั้น เป็นภาพบ้านเมืองของพวกเรา   อ่านคำแปลแล้วก็อยากรู้ว่าเรื่องราวนั้นมีความสำคัญต่อชีวิตของคนที่นั่นในสมัย ๖ ร้อยปีก่อนอย่างไร 

มีการจัดแสดงเครื่องถม  และงานศิลปะประจำถิ่น   กลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง    หนังตะลุงคุณากร นครศรี แชมป์ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ      

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

อ่านข้อมูลได้ที่ (๒)    ผมบอกตัวเองว่า เป็นการนำเสนอภายใต้ความเข้าใจหรือกระบวนทัศน์ดั้งเดิมว่าด้วยเรื่อง museum   สำหรับใช้วัตถุสิ่งของในอดีต เล่าเรื่องราวเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน  เพื่อช่วยให้คนในปัจจุบันเข้าใจที่มาที่ไปของกำพืดตนเอง    ภายใต้กระบวนทัศน์ของผู้ปกครองประเทศ    ที่เรียกว่า “มรดกทางวัฒนธรรม”    ที่นครศรีธรรมราชเคยเป็น “ประเทศ” ที่มีการติดต่อค้าขายและรับวัฒนธรรมฮินดู และพุทธ จากอินเดีย    

แต่เมื่อไปชมจริงๆ ก็พบว่า การจัดแสดงและคำอธิบายเน้นให้เราเข้าใจเรื่องราวในอดีต    โดยเฉพาะอย่างยิ่งดินแดนแบนี้ซึ่งมีหลักฐานจากขวานหินโบราณว่ามีคนอาศัยอยู่เมื่อ ๖ พันปีมาแล้ว    และเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีวิชัย 

เห็นได้ชัดเจนว่า พิพิธภัณฑสถานนี้ ยังไม่มีแนวความคิดปรับปรุงอาคารให้เอื้อต่อการเข้าชมของผู้สูงอายุและคนพิการ   

เมื่อกลับมาขึ้นรถพระที่นั่ง ทุกคนได้รับแจก “เอกสารประกอบนิทรรศการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช” ขนาด A4 จัดพิมพ์เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี ของพิพิธภัณฑ์ (พ.ศ. ๒๕๖๗)    และเอกสารเล่มเล็ก “เปิดลายแทง โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่ต้องดู พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครศรีธรรมราช”   ที่สรุปเรื่องราวที่เราไปชมได้อย่างดีมาก   

สวนภู่พันธ์ - ครัวถิ่นนคร

เข้าไปชม Facebook ครัวถิ่นนคร เห็นกิจกรรมและบริการที่หลากหลาย ไม่คิดว่าจะมีคนคิดลงทุนในนครศรีธรรมราช    เราไปรับประทานอาหารเย็น    มีอาหาร ๑๔ ชนิด เริ่มด้วยอาหารฝรั่ง ตามด้วยอาหารไทย    

เช้ามืดวันที่ ๒๒ ตุลาคม ผมนั่งสะท้อนคิดในห้องพักเลขที่ ๘๓๒ โรงแรมทวินโลตัส ว่าผมได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการตามเสด็จวันนี้   

เรื่องแรก  คือพลังศรัทธาของชาวบ้านต่อพระมหาธาตุ ที่เอาทองมาถวาย เพื่อให้ทางการเอาไปร้อยและชักขึ้นไปไว้บนยอดเจดีย์   น่าจะมีนักวิชาการทำงานวิจัยว่าผู้ถวายเช่นนั้นคิดอะไร    เขามั่นใจได้อย่างไรว่าทองที่เขาถวายจะไม่ถูกเจ้าหน้าที่ยัดยอกเอาไปขาย    และคนที่มีศรัทธาสูงขนาดนั้น มีความคิดต่อเรื่อง ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี อย่างไร   โยงมายังพฤติกรรมของคนในปัจจุบันอย่างไร     

เรื่องที่สอง ศรัทธาและความรักต่อองค์กรมสมเด็จพระเทพรัตน์ฯ ของชาวบ้านนครศรีธรรมราช เห็นจากสีหน้าแววตาของพวกเขาที่ผมหันไปสังเกตพอดี และรีบถ่ายรูปไว้     

ชมรายการข่าวในพระราชสำนักเรื่องนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=OSImuAq8EsY 

วิจารณ์ พานิช 

๒๒ ต.ค. ๖๗

 

1 ทางเดินไปวิหารพระม้า ผ่านดงเจดีย์

2 ศิลาจารึกวิหารโพธิลังกา