วันที่ ๑๗ ตุลาาคม ๒๕๖๗ มีการประชุมคณะทำงานจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม หรือ Good Research and Innovation management Practice: GRIP ครั้งที่ 2/2567 ของ สกสว.  ที่ผมได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา   และเป็นการประชุมแบบพบตัวกัน  แต่เข้าออนไลน์ก็ได้   

การประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ผมเข้าร่วมประชุมออนไลน์ จากกรุงโคเปนเฮเกน   ในครั้งนั้น ผมให้ความเห็นเชิงหลักการดังนี้  (๑) ควรระบุให้มี organization และ systems learning หรือไม่   เพื่อให้ ววน. เป็น learning systems  (๒) เนื่องจาก ววน. เป็นระบบที่ซับซ้อน ควรคำนึงถึงหลักการภูเขาน้ำแข็งหรือไม่  คือไม่มองเฉพาะด้านที่เห็นชัด อย่างผิวเผินเท่านั้น  (๓) ควรระบุ public communication เพื่อสื่อสารสาธารณะ สร้างความเชื่อมั่นของสาธารณชนต่อระบบ ววน. หรือไม่  (๔) ควรคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างการสวมวิญญาณราชการ กับวิญญาณ ววน.  วิญญาณราชการเน้นการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และสนองหน่วยเหนือ    วิญญาณ ววน. เน้น creativity & innovation ที่เป็นมิติระยะยาว   

ทีมยกร่างของ สกสว. นำโดย ท่านรองผู้อำนวยการ รศ. ดร. พงศ์พันธ์ แก้วตาทิพย์  เสนอร่างแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม ที่มี ๕ มิติคือ 

Accountability  ความรับผิดรับชอบ   มี ๓ ประเด็น   ๑๐ ข้อควรปฏิบัติ 

Transparency ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ  มี ๔ ประเด็น   ๑๒ ข้อควรปฏิบัติ   

Alignment  การสอดประสานการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน   มี ๑ ประเด็น   ๔ ข้อควรปฏิบัติ 

Efficiency & Effectiveness  การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล   มี ๓ ประเด็น   ๑๒ ข้อควรปฏิบัติ   

Stakeholder engagement  การมีส่วนร่วมและความไว้วางใจจากสาธารณะ    มี ๒ ประเด็น  ๔ ข้อควรปฏิบัติ  

 

วันนี้ผมเกิดคำถามว่าควรเป็น “ข้อกำหนดแนวปฏิบัติ” หรือเป็น “ข้อตกลงร่วม”   สองชื่อนี้ให้ความรู้สึกต่างกัน   และเชื่อว่า PMU ที่เป็นหน่วยเกี่ยวข้องโดยตรงจะมีพฤติกรรมต่างกัน     

มีการสสร้างบรรยากาศการประชุมให้ผ่อนคลาย มีความสัมพันธ์แนวราบ โดยก่อนเริ่มเรื่องนี้ ผอ. สวรส. (นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์)  เสนอตัวอย่างแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมของ สวรส. ในฐานะหน่วยบริหารและจัดการทุน  ที่จริงเขาเชิญ ผอ. บพท. ด้วย แต่ติดงาน มาร่วมไม่ได้   

นพ. ศูภกิจเสนอแบบ DE   ที่เน้นการประเมินเพื่อพัฒนา    นำแนวทางและผลการดำเนินการของ สวรส. มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้    สร้างบรรยากาศของการที่หน่วยงานในระบบ ววน. ต้องเอาประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เพื่อนำสู่การสร้างผลงานและผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชน   

หลังการนำเสนอมีการตั้งโจทย์ ๓ โจทย์ ให้ผู้เข้าร่วมสะท้อนคิด  ข้อสะท้อนคิดสำคัญที่สุดคือ ประเด็นสำคัญที่สุดของหน่วยสนับสนุนการวิจัยคือการตั้งโจทย์วิจัยที่คมชัด  และหนุนด้วยกระบวนการที่นำสู่การนำไปใช้และก่อผลกระทบต่อสังคมอย่างหนักแน่น     

เมื่อถึงวาระเรื่อง GRIP  บรรยากาศก็เป็นกันเอง หรือบรรยากาศแนวราบ    ผู้แทนจาก PMU จึงให้ความเห็นกันอย่างเป็นกันเอง    สรุปได้ว่า (๑) ควรลดถ้อยคำที่แสดงความเป็นข้อบังคับ หรือข้อกำหนด   สู่การเป็นข้อตกลงร่วมกัน เพื่อประโยชน์ของแต่ละ PMU   ประโยชน์ของ ระบบ ววน.   และประโยชน์ของประเทศไทย  (๒) นำ GRIP มาใช้เป็นกลไกเรียนรู้ร่วมกันของหน่วยงานในระบบ ววน.   รวมทั้งหน่วย FF ด้วย   เพื่อให้ GRIP ส่งผลบวกต่อการยกระดับผลงานของระบบ ววน. ในภาพรวม    

วิจารณ์ พานิช

๒ พ.ย. ๖๗